Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 1

pic : http://jonone.deviantart.com/     “โทรุ ฉันมีเรื่องจะบอกนาย” “อะไร” ทากะเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแผลเหวอะที่ต้นแขน “ฉันกำลังจะกลายเป็นซอมบี้”         ตอนที่ 1 ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง _____________________________________________________________     2169 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น     โปสเตอร์บนเสาไฟฟ้ามีสีหมองคล้ำ กระดาษแผ่นบางขาดวิ่นแสดงภาพอ่างน้ำพุร้อนท่ามกลางบรรยากาศอันเขียวขจีของเมืองโอซาก้า   ดื่มด่ำน้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติในวันหยุดสุดพิเศษ จองเลยวันนี้!   กระดาษโปสเตอร์โดนมือผอมแห้งข้างหนึ่งดึงออกไปเพื่อใช้ห่อขนมปังที่กินเหลือจากมื้อเช้า เขายัดมันใส่กระเป๋าเป้ซอมซ่อที่สะพายอยู่   “ไปกันเถอะ” ชายร่างเล็กคนหนึ่งพูดขึ้น เขาสวมเสื้อกล้ามตัวบางที่ตอนนี้แทบจำไม่ได้ว่าเคยเป็นสีขาวมาก่อน ท่อนล่างเป็นกางเกงสีดำขาดรุ่งริ่ง พร้อมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ เขาเอามือกระชับสายสะพายและหมุนตัวสู่ถนนที่ทอดยาวออกไป แสงแรกของวันสะท้อนเข้ามา เขาหรี่ตาลงและยกมือขึ้นมาบังเบื้องหน้า แค่เช้าก็ร้อนจัดขนาดนี้ วันนี้ต้องเป็นศึกหนักอีกวันอย่างแน่นอน “อีกไกลไหม” เสียงจากเพื่อนร่วมทางดังขึ้น “ไปทางใต้อีก 4 ไมล์” เมื่อคำตอบหลุดจากปากของเขา เสียงบ่นอิดออดก็ดังมาจากทุกคน ทำเป็นบ่นไปได้ ยังไม่ชินอีกหรือไง “ถ้าอยากรอดก็ต้องทน”… Continue reading 【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 1

Uncategorized

【One Shot】 I’m always by your side. 【Toruka】

            “ขอบคุณนะโทรุ”                ร่างหนึ่งลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง เสียงหายใจหอบสะท้านทั่วห้องที่ดำมืด หยาดเหงื่อไหลเป็นสายจนเสื้อผ้าแนบไปกับผิวกายทั้งที่ลมหายใจออกมาเป็นไอขาวอยู่เบื้องหน้า นาฬิกาบอกเวลา 01.00 น. คงหลับไม่ลงแล้ว ฝันร้ายคอยหลอกหลอนเขาทุกคืนนับตั้งแต่วันนั้น เขาไม่อยากนึกถึงมันอีก แต่ความคิดกลับสับสนอลหม่าน ภาพต่างๆ หมุนย้อนกลับราวกับกดวิดีโอถอยหลัง เป็นเหมือนเดิมทุกทีสิน่า ฮะๆ..   มีอีกสายตาจ้องมองมาจากตรงข้ามเตียงของเขา “ฉันอยู่นี่โทรุ” เสียงกระซิบแผ่วเบาแม้จะส่งไปไม่ถึง “ฉันอยู่กับนายตลอดเวลา” ภาพชายตรงหน้าแทบดูไม่ได้ ดวงตาลึกโบ๋ ขอบตาดำคล้ำ และดวงตาแดงก่ำ “อย่าร้องไห้เลย” หยดน้ำตาไหลออกมาพร้อมเสียงสะอึกสะอื้นของคนตรงหน้า “ได้โปรด…” โทรุ…   ————————————-   “นายจะไม่ออกไปไหนเลยเหรอ” เขาถามออกไปทั้งๆ ที่รู้ว่าคงไม่มีใครตอบกลับมา ฝีเท้าเดินวนอยู่เบื้องหน้า แต่กลับไม่มีแม้แต่เสียง “ไอ้บ้า นายจะหมกตัวอยู่ในนี้ตลอดชีวิตหรือไง!” สายตาเหลือบมองไปยังกีตาร์ตัวโปรดของโทรุที่ตอนนี้ฝุ่นเกาะหนาพลางถอนหายใจ ฉันคิดถึงเสียงกีตาร์ของนาย             คนตรงหน้ายังนอนเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเตียง ไม่มีวี่แววว่าจะขยับเขยื้อน เขากระโดดขึ้นไปบนเตียงและขย่มมันเต็มกำลัง โทรุก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร “บ้าเอ๊ย!!” ทำอยู่ไม่นานเขาก็ยอมแพ้ลงมานั่งปลายเตียงจ้องมองใบหน้าอันซีดเซียวนั่น ฉันไม่อยากให้นายเป็นแบบนี้เพราะฉัน                นายทำเพื่อฉันมามากพอแล้ว นายอย่าทำแบบนี้อีกเลย “อ๊ะ” โทรุลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้าพลางหาวหวอด… Continue reading 【One Shot】 I’m always by your side. 【Toruka】

Uncategorized

【แปล】 บทสัมภาษณ์โทโมยะ Musica September 2012

  สิ่งแรกที่ฉันจะทำคือถามคำถามข้อที่ยากที่สุด คุณบอกได้ไหมว่า “โทโมยะ” เป็นคนอย่างไรสำหรับคุณ Tomoya : ผมเป็นคนกระตือรือร้น ผมจะไม่พอใจถ้าเริ่มทำอะไรแล้วไม่เห็นมันไปจนจบ ผมอยากทำทุกอย่าง ผมเลยมีงานอดิเรกเยอะ เพราะผมคิดว่าการมีชีวิตอยู่และตายไปโดยไม่ได้ทำอะไรที่สนใจมันสูญเปล่า ผมมีกฏว่าจะทำทุกอย่างที่คนอื่นบอกว่าน่าสนใจ (หัวเราะ) ผมเป็นพวกที่อยากทำอะไรที่ทำไม่ได้บ่อยๆ   คุณบอกว่าคุณทำทุกอย่างที่อยากทำ แต่คุณไม่ได้แค่ทำเฉยๆ คุณทุ่มเทและทำมันอย่างเต็มที่ Tomoya : ใช่ครับ ผมคิดว่ามันมีสิ่งที่คุณจะไม่มีวันรู้หากไม่ลองทำดู อย่างโตเกียวมาราธอน ผมก็จินตนาการไว้แล้วว่าวิ่งเสร็จจะเป็นอย่างไร ถ้าผมอยากทำ ผมก็จะลองดู   ตอนเด็กคุณเป็นคนแบบไหน ก่อนที่คุณจะมาชอบดนตรีเหมือนตอนนี้ Tomoya : ผมฉลาดมาก ตอนประถมหรือมัธยมต้น ผมค่อนข้างหัวดีเลยล่ะ (หัวเราะ) แต่หลังจากพวกเราตั้งวงดนตรีช่วงมัธยมปลาย ผมก็ไม่ได้สนใจเรียนเลย เดิมได้ที่ 5 จากข้างบนกลายเป็นได้ที่ 5 จากข้างล่างแทน (หัวเราะ) ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร แต่ผมก็ทำสำเร็จหลายอย่าง ผมเล่นเบสบอส เทนนิส และว่ายน้ำ   ไม่ใช่ทำเพราะโดนบังคับ แต่คุณทำเพราะอยากทำ Tomoya : ครึ่งหนึ่งเป็นอิทธิพลจากพี่ชายผม… Continue reading 【แปล】 บทสัมภาษณ์โทโมยะ Musica September 2012

Uncategorized

【แปล】 บทสัมภาษณ์ทากะ Musica September 2012

  ก่อนอื่น ช่วยบอกได้ไหมว่า ทากะ ONE OK ROCK เป็นคนอย่างไรสำหรับคุณ Taka : สำหรับผมแล้ว ผมคงเป็นคนที่ถูกวงช่วยเอาไว้ เพราะผมคิดว่า ถ้าตัวผมเองไม่ได้อยู่ในวงตอนนี้ ผมคงกลายเป็นแค่คนที่ไม่มีประโยชน์อะไร และจากการที่วงยื่นมือมาช่วยผมไว้ ทำให้ผมรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย   การที่ถูกวงช่วยเอาไว้นั้นหมายความว่าทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ควบคุมตัวเองที่ยากจะควบคุมได้มากขึ้นหรือเปล่า Taka : ใช่ครับ ผมแค่อยากจะพูดความรู้สึกออกไปตรงๆ เลย เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ผมไม่ใช่คนฉลาดเท่าไร (หัวเราะ)   ไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะทำสิ่งที่รู้สึกว่า “แค่พูดแบบนั้นออกไปก็ได้นี่” หรือ “แค่คิดแบบนั้นก็ได้นี่” ใช่ไหม Taka : มันพุ่งออกไปตรงๆ เหมือนต่อกับแอมป์เลยครับ (หัวเราะ) ความคิดหรือร่างกายของผมมันไม่มีเอฟเฟ็คมาเชื่อม เพราะฉะนั้นทั้งสองสิ่งจึงต่อตรงกัน ผมไม่สามารถแปลความก่อนพูดมันออกไปได้   อย่างนี้ก็แย่สิ 99% ของคนที่ปรับตัวเข้าหาสังคมไม่ได้มักจะเป็นแบบนั้น Taka : ผมก็เริ่มทำได้ขึ้นมาบ้างแล้วนะ (หัวเราะ) ช่วยไม่ได้นี่ แต่ทุกคนในวงสอนผมไว้หลายอย่าง ถ้าพยายามจะซ่อนบางสิ่งไว้ ในที่สุดมันก็จะระเบิดออกมา การที่ผมเป็นแบนด์แมนและนักร้องนำ… Continue reading 【แปล】 บทสัมภาษณ์ทากะ Musica September 2012

Uncategorized

The Danish Girl & The Revenant Film Talk

มาทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน เราไม่เขียนเรื่องย่อ เพราะคิดว่าเสิร์ชหาได้เองตามเว็บไซต์ทั่วไป เราไม่ให้คะแนน แต่อยากให้อ่านแล้วคิดเอาเอง เพราะส่วนตัวคิดว่าถ้าเห็นคะแนนแล้ว ในใจทุกคนก็จะตัดสินหนังไปแล้วระดับหนึ่ง อาจเหมาะกับคนที่ดูแล้วมากกว่า เหมือนมานั่งคุยกันหลังดูหนัง (แต่คนยังไม่ดูก็อ่านได้) เราไม่มีความรู้เรื่องหนังหรือการแสดง เขียนจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ _____________________________________________ เนื้อหา/การกำกับ สำหรับเรื่องนี้ เราอ่านสกรีนเพลย์มาก่อน แล้วก็พบว่าหนังไม่ได้แตกต่างจากสกรีนเพลย์เท่าไร  หนังไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไรมาก ดำเนินเรื่องช้าๆ เนิบๆ เราไม่ได้รู้สึกว่ามีตรงไหนที่พีคมากจนน่าประทับใจ แต่ก็ทำให้เสียน้ำตาไปหลายฉากอยู่ ในเนื้อหายังไม่ทำให้เข้าใจชีวิตของลิลลี่มากพอ รายละเอียดมันน้อยไป เรารู้สึกว่ามันยังทำให้เราเข้าใจตัวตนของลิลลี่ได้มากกว่านี้ แต่ก็ชื่นชมที่เอาประเด็นนี้ขึ้นมาสร้างหนัง เพราะมันเป็นเรื่องอ่อนไหว และแน่นอนว่าต้องมีคนไม่เห็นด้วยในหลายๆ แง่ แต่ก็เห็นว่าพยายามจะสื่อเรื่องออกมาให้ดูกลางๆ ที่สุด แต่ก็น่าเสียดาย ถ้ากล้าทำมากกว่านี้ อาจทำให้เนื้อเรื่องดูมีอะไรมากขึ้น โดยรวมแล้วมันไม่ได้แย่ แต่มันยังรู้สึกไม่สุด แล้วก็ชอบซาวน์ประกอบมาก การแสดง เอ็ดดี้ เรดเมย์น ก็คือ เอ็ดดี้ เรดเมย์น การแสดงของเขายังสุดยอดเหมือนเดิม เอ็ดดี้ทำให้เราเชื่อจริงๆ ว่าตัวเขาในตอนนั้นเป็นตัวละครที่เล่นอยู่จริง ไม่ใช่แค่การแต่งหน้าหรือชุดที่สวม แต่ท่าทาง แววตา น้ำเสียง มันสื่อออกมาอย่างนั้นจริงๆ ชอบฉากหน้ากระจกมากสุด แต่เราว่าบทนี้สำหรับเอ็ดดี้ยังไม่สู้ The Theory… Continue reading The Danish Girl & The Revenant Film Talk

thoughts

Fandom และปัญหาที่พบ

ก่อนอื่นขอให้ทำความเข้าใจร่วมกันก่อนอ่าน มนุษย์ทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ ความคิดเห็นเป็นอัตวิสัย (subjective) ซึ่งหมายความว่า ทุกคำพูดที่เขียนต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง ความรู้สึก ความเชื่อ หรือประสบการณ์ที่เคยประสบมา และไม่มีอะไรตัดสินได้แน่ชัดว่าจริงหรือเท็จ บทความนี้ไม่มีเจตนาทำให้เกิดความขัดแย้งใดๆ   แนวเพลงและการเปลี่ยนแปลง                     หลายคนที่ชอบวงดนตรีหรือนักร้องคงจะผ่านประสบการณ์เหล่านี้มากันบ้างแล้ว เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น มันมักจะมีวงที่เราชอบเพลงของเขามาก แล้วจู่ๆ เขาก็ “เปลี่ยนไป” (หรือเราคิดไปเองว่าเขาเปลี่ยน) ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็บอดี้สแลม ตอนแรกแนวเพลงเน้นร็อค พูดเรื่องความรัก ความฝัน อย่างช่วงเพลงความซื่อสัตย์ ยาพิษ อกหัก อะไรก็ว่าไป แต่หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่พวกเราได้ยินตามคลื่นวิทยุ เช่น เพลงแสงสุดท้าย ชีวิตยังคงสวยงาม หรือคิดถึง แน่นอนแฟนเพลงเก่าๆ หลายคนอาจผิดหวัง แต่มันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่หันมาฟังเพลงของพวกเขา ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน สิ่งที่เราจะบอกก็คือ ดนตรีไม่มีอะไรแน่นอน ตราบใดที่ภาษาดิ้นได้มากแค่ไหน ตัวโน้ตก็ดิ้นได้ไม่แพ้กัน พูดง่ายๆ ขนาดตัวเราในวันนี้ยังไม่เหมือนตัวเราเมื่อวานเลย ทุกคนมีสิทธิผิดหวัง ทุกคนมีสิทธิไม่ชอบ แต่เรามองว่ามันเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า “วงของเรายังเติบโตอยู่” ดีใจด้วยซ้ำที่วงมีความคิดอยากจะลองอะไรใหม่ๆ ช่วงแรกมันอาจไม่ดี ไม่ลงตัว แต่พอเวลาผ่านไปก็จะเจอจุดที่มันใช่และเราจะรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เป็นวงของเรา… Continue reading Fandom และปัญหาที่พบ