thoughts

Fandom และปัญหาที่พบ

tumblr_static_keep-calm-and-join-fandoms

ก่อนอื่นขอให้ทำความเข้าใจร่วมกันก่อนอ่าน

  1. มนุษย์ทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ
  2. ความคิดเห็นเป็นอัตวิสัย (subjective) ซึ่งหมายความว่า ทุกคำพูดที่เขียนต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง ความรู้สึก ความเชื่อ หรือประสบการณ์ที่เคยประสบมา และไม่มีอะไรตัดสินได้แน่ชัดว่าจริงหรือเท็จ
  3. บทความนี้ไม่มีเจตนาทำให้เกิดความขัดแย้งใดๆ

 

แนวเพลงและการเปลี่ยนแปลง

 

7968954274_cb3e6a21cf_b

 

                หลายคนที่ชอบวงดนตรีหรือนักร้องคงจะผ่านประสบการณ์เหล่านี้มากันบ้างแล้ว เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น มันมักจะมีวงที่เราชอบเพลงของเขามาก แล้วจู่ๆ เขาก็ “เปลี่ยนไป” (หรือเราคิดไปเองว่าเขาเปลี่ยน) ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็บอดี้สแลม ตอนแรกแนวเพลงเน้นร็อค พูดเรื่องความรัก ความฝัน อย่างช่วงเพลงความซื่อสัตย์ ยาพิษ อกหัก อะไรก็ว่าไป แต่หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่พวกเราได้ยินตามคลื่นวิทยุ เช่น เพลงแสงสุดท้าย ชีวิตยังคงสวยงาม หรือคิดถึง แน่นอนแฟนเพลงเก่าๆ หลายคนอาจผิดหวัง แต่มันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่หันมาฟังเพลงของพวกเขา ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน

สิ่งที่เราจะบอกก็คือ ดนตรีไม่มีอะไรแน่นอน ตราบใดที่ภาษาดิ้นได้มากแค่ไหน ตัวโน้ตก็ดิ้นได้ไม่แพ้กัน พูดง่ายๆ ขนาดตัวเราในวันนี้ยังไม่เหมือนตัวเราเมื่อวานเลย ทุกคนมีสิทธิผิดหวัง ทุกคนมีสิทธิไม่ชอบ แต่เรามองว่ามันเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า “วงของเรายังเติบโตอยู่” ดีใจด้วยซ้ำที่วงมีความคิดอยากจะลองอะไรใหม่ๆ ช่วงแรกมันอาจไม่ดี ไม่ลงตัว แต่พอเวลาผ่านไปก็จะเจอจุดที่มันใช่และเราจะรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เป็นวงของเรา แล้วทำไมการเปลี่ยนแปลงถึงกลายเป็นประเด็น หลายคนมักจะเกิดคำถาม

 เปลี่ยนเพื่อตลาดหรือเปล่า?

                ไม่ปฏิเสธว่ามีวงที่คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน อยากเข้าถึงแฟนกลุ่มอื่น อยากขายได้ อยากมีชื่อเสียงในวงกว้าง แต่เราลองถามตัวเองดู ลองมองในมุมมองสมาชิกวง (หรืออย่างน้อยในฐานะคนที่เล่นดนตรีเหมือนกัน) เราคงไม่อยากเล่นอะไรที่เราไม่ชอบหรือเปล่า เราจะทำใจเล่นสิ่งที่เราไม่ชอบได้จริงๆ น่ะเหรอ เราทำไม่ได้นะ อย่างน้อยถึงจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ก็ต้องมีส่วนที่ “เป็นเรา” เหลืออยู่ สมมติว่าบีโธเฟนเล่นเพลงคลาสสิก แล้วอยู่ดีๆ มีคนมาบอกให้ไปเล่นเพลงร็อค โดยให้เหตุผลว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีใครฟังคลาสสิกแล้ว คิดว่าบีโธเฟ่นจะทำไหมเพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยากเข้าถึงตลาดมากแค่ไหน วงก็ต้องมีแนวทางของตัวเองอยู่ดี อยากขายได้ไม่ได้เป็นประเด็นหลักหรอก โอเค บริษัทอาจมีความสุข แต่ถ้าขายได้แล้วคนเล่นไม่มีความสุขกับเพลง คิดว่าคนในวงจะโอเคจริงๆ เหรอ วงนั้นก็ไม่น่าอยู่ต่อไปได้นาน ถ้ามีทัศนคติทำเพลงเพื่อการค้าเพียงอย่างเดียว

 

สรุปง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงแนวเพลงของวงอาจเป็นเพราะ

  1. ตูเบื่อ
  2. เราอยากเติบโต เรามีความฝันที่จะก้าวไปให้ไกล
  3. เวลาเปลี่ยน เทคนิคเยอะขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น
  4. เงิน

 

เพิ่มเติมส่วนตัว

ตอนแรกเราไม่ชอบ Last Dance ของ ONE OK ROCK หลายคนอาจรู้สึกแบบเดียวกัน (แต่ตอนนี้เราชอบแล้ว) ความเป็นจริงเราก็ไม่ได้ชอบทุกเพลงที่วงทำออกมา ชอบมาก ชอบน้อยก็แล้วแต่ แต่เรานับถือความพยายามของพวกเขา เราสงสารคนในวงเหมือนกัน ไม่ใช่แค่วงที่เราชอบแต่ทุกๆ วงที่ตั้งใจทำเพลงมาไม่รู้ตั้งกี่เดือนกี่ปี เพื่อมาปล่อยให้คนฟังแค่ไม่กี่นาทีแล้วก็วิจารณ์เสียหาย เป็นเราก็คงหดหู่เหมือนกัน ที่เราพูดแบบนี้ได้ เพราะเราเองก็เคยเล่นดนตรี แต่งเนื้อเพลง ร้องเพลง อัดเสียง มิกซ์เสียงเอง และเราก็เข้าใจว่ามันยากและใช้เวลามากแค่ไหน เราก็เจอมาหลายแบบแล้ว เพลงที่ตั้งใจมากๆ แต่เสียงตอบรับน้อย บางเพลงทำเล่นๆ แต่คนกลับชอบเยอะ ถ้าไม่รักจริงคงไม่อยากเสียเวลา เพราะฉะนั้นเราเลยเห็นใจและนับถือคนทำเพลงทุกคนไม่ว่าเขาจะทำเพลงออกมาในแบบที่เราชอบหรือไม่ชอบก็ตาม บางคนฟังคำวิจารณ์แย่ๆ แล้วก็หยุดทำสิ่งที่ตัวเองรักไปเลย น่าเสียดายนะ เพราะเราเชื่อว่ายังไงทุกคนก็พัฒนาได้ ดังนั้นอยากให้แสดงความคิดเห็นอย่างมีสติ จะได้ไม่เผลอไปทำลายความฝันใคร

 

การชื่นชอบในลักษณะภายนอกและการจับคู่ศิลปิน

 

tumblr_mb8t3zr3bd1rrtltso1_500

 

เราได้อ่านความเห็นที่ว่า “เดี๋ยวนี้ไม่มีใครสนใจเพลงกันแล้ว สนใจแต่หน้าตาและการจิ้นวาย” (ผ่านการดัดแปลงคำพูดเล็กน้อย) อยากเอามือทาบอกแล้วหลับตาลงเพื่อสงบสติ

ก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายอย่างถึงพริกถึงขิง อยากถามทุกคน 2 คำถาม

  1.  คุณเริ่มติดตามศิลปินที่คุณชอบเพราะอะไร?
  2. ตอนนี้คุณยังติดตามเขาอยู่เพราะอะไร?

คำถามข้อแรกเราขอตอบว่าจากผลงาน (แหงล่ะ) แล้วเราก็ยังติดตามเขาอยู่เพราะผลงานอีกเหมือนกัน

ก่อนที่จะชอบใครได้มากมายขนาดนี้ เราต้องเคยเจออะไรบางอย่างที่ประทับใจจนทำให้อยากติดตามเขาทุกชาติไป (จะดีเหรอ) แน่นอนว่าจะมีบางคนที่เรามองแล้ว “ว้าย หล่อมาก” อยากรู้จักเลยไปค้นๆ ดู แต่ปรากฏว่าเขาแสดงละครแข็งทื่อมาก แม้จะหล่อแค่ไหนก็ตามไม่ไหวจริงๆ และก็จะมีบางวงที่ร้องเพลงดีมาก แต่หน้าตาสุดแสนจะธรรมดา จนตามไปสักพักอยู่ดีๆ เขาก็หล่อขึ้นมา (ไม่ว่าจะหล่อจริงหรือสายตาถูกบดบังด้วยความรักก็ตาม)

            หลายคนรวมถึงเราเองก็ไม่ค่อยได้พูดถึงผลงานบ่อยๆ ไม่ได้พูดถึงคอนเสิร์ต ไม่ได้พูดถึงอุปกรณ์ดนตรีทุกวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้สนใจ บางคนชอบมาก ฟังทุกวัน แต่การแสดงออกกลับเป็นการหยอกล้อ เอารูปมาแซว แต่งฟิค ชมว่าศิลปินดูดีมากอย่างนู้นอย่างนี้ หรืออะไรก็ตามที่บันเทิงใจ เราว่ามันเป็นเรื่องที่แฟนทุกคนทำกัน พวกเรามักเป็นคนที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจเท่าไร ดังนั้นการกระทำกับคำพูดก็มักจะไม่ตรงไปตรงมาแบบนี้เป็นธรรมดา ดังนั้นอยากให้เข้าใจว่า การที่ไม่ได้พูด ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ

เราไม่ปฏิเสธว่ามีคนบางกลุ่มก็ตามศิลปินเพราะหน้าตา แต่เราสังเกตว่ากลุ่มนี้อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเขาเจอคนที่หน้าตาดีอีก เขาก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นเรื่อยๆ มันมีหมดแหละทุกวงการ แต่เราไม่อยากเรียกคนเหล่านี้ว่า “แฟน” และเราก็มั่นใจว่าทุกคนคงไม่อยากต้อนรับคนพวกนั้นเข้ามาในแฟนด้อม

มาถึงการจับคู่ศิลปิน หรือการจิ้นวาย หรืออะไรก็ตามที่คุณอยากเรียก พวกเรามีจินตนาการอันล้ำเลิศเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ Shippers gonna ship. และแน่นอนว่า Haters gonna hate. เช่นกัน มันก็วนกลับไปที่เดิม วนกลับไปที่เหตุผลว่า เราชอบศิลปินคนนั้นๆ มาก พวกเราแค่แสดงความรักไม่ค่อยเก่ง เลยให้เขาไปแสดงความรักกันเอง(?) ตราบใดที่มันไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใคร ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

สรุปก็คือ ถึงจะคิดไม่เหมือนกัน แต่อย่าดูถูกความชอบคนอื่น และการแสดงออกความรักต่อศิลปินมีหลากหลายรูปแบบ ไม่มีใครผิดใครถูก ตราบใดที่มันยังอยู่ในขอบเขตและไม่ไปก้าวก่ายคนอื่น

 

เพิ่มเติมส่วนตัว

เราค่อนข้างไม่พอใจถ้ามีใครมาบอกว่าพวกเราไม่ได้สนใจผลงาน และมองว่าการแสดงออกความรักของพวกเรามันไร้สาระ ทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคืองในใจ เราจะเล่าอะไรให้ฟัง เราชอบนักร้องญี่ปุ่นคนหนึ่ง แต่เชื่อไหม เราไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าเขาเลยตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ตามมา เราไม่รู้ว่าเขาหน้าตายังไง แต่เรามีอัลบั้มทุกอัลบั้มของเขา เรามีความสุขแค่ได้ฟังเสียงเขาและก็ดีใจมากที่ได้รู้จักกับคนๆ นี้ เราอาจเดินผ่านเขาตอนไปญี่ปุ่นโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่รู้อะไรไหม สิ่งที่ทำให้เราตามเขาได้มาถึงขนาดนี้เพราะความสามารถและตัวตนของเขาจริงๆ ไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอก เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกกันเลยนะ เพราะทุกคนก็มีเรื่องราวของตัวเอง เพียงแต่เลือกที่จะแสดงมันออกมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง

 

แฟนและการแบ่งแยกชนชั้น

 

1-rr-0116-industry-divided

 

                แฟน คือ คนที่ให้การสนับสนุน อุทิศตน มีความชื่นชอบหรือยกย่องบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรี นักกีฬา หนังสือ ภาพยนตร์ หรืออะไรก็ตาม เมื่อแฟนหลายๆ คนรวมกัน ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “fandom”

               ทุกคนมีโอกาสต่างกัน บางคนได้พบศิลปินบ่อยๆ บางคนทำได้แค่มองผ่านจอคอมพิวเตอร์ บางคนมีทุกอัลบั้ม บางคนมีบางอัลบั้ม ในขณะที่บางคนไม่มีเลย แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งของแฟนด้อม

แม้กระนั้นแล้วแฟนบางประเภทกลับคิดว่าตัวเองมีโอกาสที่ดีกว่าเลยเป็นแฟนที่ดีกว่า ซึ่งผิดมหันต์ และมันไม่ใช่ความประพฤติที่ดีเลย เราเห็นบางคนไปดูคอนเสิร์ตหลายที่ ซื้อสินค้าของวงทุกอย่าง มีโอกาสได้พบศิลปินบ่อยๆ แต่กลับยกตัวเหนือแฟนคลับคนอื่นและกดแม้กระทั่งศิลปินให้ต่ำลง อะไรทำให้คนเราก้าวไปถึงจุดนั้นได้

ไม่มีใครเหนือกว่าใครหรอกในแฟนด้อม มีเพียงศิลปิน กำแพงกั้นกลาง และแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนที่ดีขนาดไหน คุณก็ข้ามกำแพงนั้นไปไม่ได้ ทุกคนอยู่ตรงนี้เหมือนๆ กัน และทุกคนมีหน้าที่ป้องกันไม่ปล่อยให้ใครในแฟนด้อมไปทุบก้อนอิฐและปล่อยให้กำแพงที่กั้นอยู่มันถล่มไปใส่ศิลปินของเรา คุณไม่สามารถเหยียบใครขึ้นไปเพื่อจะได้ปีนกำแพงนั้น เพราะเมื่อใดที่ศิลปินรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาจะสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และคุณอาจไม่มีวันได้มองเห็นเขาอีกเลย

เราไปอ่านบทความหนึ่งมา ชื่อว่า Notes on fandom or how to be the perfect fan if that’s even possible โดย Anne Sharp (http://www.peterlorrecompanion.com/notes-on-fandom.html) เขาเขียนถึงการเป็นแฟนคลับที่ดี (ถ้ามันเป็นไปได้) โดยให้หลักการไว้ ดังนี้

  1. Be considerate to your star

เห็นอกเห็นใจและอย่าทำลายกำแพง

2. Share with other fans

ทำดีกับคนร่วมแฟนด้อม อย่าทะเลาะกับคนอื่น และอย่าปล่อยให้คนอื่นมาทะเลาะกับเรา ให้ปล่อยไป ท่องไว้ว่าอย่าสนใจ อย่าสนใจ อย่าสนใจ อย่าเสียเวลากับความไร้สาระของคนอื่น ทุกคนมีสิทธิสนุกกับแฟนด้อมอย่างสงบสุข และให้ระมัดระวังการกระทำของตัวเอง อย่าไปเหยียบเท้าใคร อย่าทำให้การเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ นำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ยิ่งขึ้น แบ่งปันรูปภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินอย่างมีน้ำใจ และใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นแบ่งปัน

  1. Support your favorite in meaningful ways

สนับสนุนผลงานของศิลปินเท่าที่ทำได้ ถ้าใครพูดไม่ดีหรือพูดผิดๆ เกี่ยวกับศิลปินของคุณ ให้แก้ไขอย่างสุภาพและมีเหตุผล อย่าไปทะเลาะ แต่อย่าปล่อยความเชื่อผิดๆ ให้ผ่านไป ถ้ามีโอกาสก็แนะนำผลงานศิลปินของคุณกับคนอื่นเพื่อให้เขารู้ว่าศิลปินของคุณควรที่จะได้รับความสนใจ

  1. Enjoy in moderation

ข้อนี้ง่ายๆ “อย่าเยอะ”

_____________________________________________

ที่จะมาพูดก็มีแค่นี้แหละ ถ้าใครอยากแบ่งปันประสบการณ์ ดิสคัส หรือมีประเด็นไหนอยากให้เขียนก็มาคุยกันได้ เราตลก ใจดี ไม่มีความรู้ มีแต่ความรัก อิ_อิ

Advertisements

One thought on “Fandom และปัญหาที่พบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s