films

Batman v Superman: Dawn of Justice Film Talk

  มาทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน เราไม่เขียนเรื่องย่อ เพราะคิดว่าเสิร์ชหาได้เองตามเว็บไซต์ทั่วไป เราไม่ให้คะแนน แต่อยากให้อ่านแล้วคิดเอาเอง เพราะส่วนตัวคิดว่าถ้าเห็นคะแนนแล้ว ในใจทุกคนก็จะตัดสินหนังไปแล้วระดับหนึ่ง อาจเหมาะกับคนที่ดูแล้วมากกว่า เหมือนมานั่งคุยกันหลังดูหนัง (แต่คนยังไม่ดูก็อ่านได้ ถ้าพร้อมรับ spoilers) เราไม่มีความรู้เรื่องหนังหรือการแสดง เขียนจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ______________________________________   Batman v Superman: Dawn of Justice     หนึ่งคือเราไม่เคยอ่านคอมมิค สองคือเราไม่เคยดูหนังใดๆ เกี่ยวกับแบทแมนหรือซูเปอร์แมนมาก่อน (อย่าแปลกใจเลย บอกแล้วว่าแต่ก่อนไม่ใช่คนดูหนัง) สามคือเราไม่ได้อ่านรีวิวใดๆ เพราะไม่มีเวลา รู้แต่ว่ากระแสสับสนพอสมควร ดังนั้นนี่จะเป็นรีวิวที่เข้าไปแบบโล่งมากและกลับออกมาเขียนแบบจริงใจมาก แน่นอนว่าหนังก็ไม่ได้เพอร์เฟ็ค ไม่ได้ถึงขั้นน่าอวย แต่ไม่ได้บอกว่ามันแย่ขนาดดูไม่ได้ ค่อนข้างพึงพอใจในระดับหนึ่งสำหรับคนที่เข้าไปแบบไม่ได้คาดหวังอะไรอย่างเรา บทดูล้นๆ เกินๆ ไปค่อนข้างเยอะ เข้าใจว่าคนเขียนอยากปูเรื่องให้คนเข้าใจที่มาที่ไปและทุกอย่างมันดูน่านำเสนอให้คนดูรู้ แต่ด้วยเวลาจำกัด (ที่ก็นานมากพอแล้ว) ทำให้การดำเนินเรื่องมันสะเปะสะปะไปหน่อย เหมือนมีเรื่องซ้อนเรื่องซ้อนเรื่องเข้าไปอีก ตัดสลับฉากค่อนข้างบ่อยจนอาจสร้างความสับสนให้กับคนดู แต่สุดท้ายก็นำมาที่จุดเดียวกัน ชอบที่ตัวละครต่างมี back story ของตัวเอง แต่จะให้อัดเรื่องของทุกคนเข้ามาในหนังเรื่องเดียวมันทำได้ยากอย่างที่บอก สิ่งที่ชอบมาก คือ… Continue reading Batman v Superman: Dawn of Justice Film Talk

Uncategorized

【เรื่องสั้น】 Lock and key

PIC : http://favim.com/image/1896723/   “หากความยุ่งเหยิงเป็นผลงานศิลปะ หัวใจของฉันคงเป็นผลงานชิ้นเอก”   ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ เขาครุ่นคิดถึงประโยคดังกล่าวที่แดเนียล อองตัวเน็ตต์ ฟอย เขียนเอาไว้ มันช่างประจวบเหมาะกับสิ่งที่เผชิญอยู่ในตอนนี้เหลือเกิน เขานึกถึงความพังพินาศของทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มันเป็นเพราะเขาเอง ส่วนใหญ่เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมันถึงจบลง และส่วนใหญ่ก็เป็นเขาเองที่ต้องเจ็บปวด “นายรักกีตาร์มากกว่าฉัน” นั่นคือสิ่งที่ใครบางคนได้กล่าวไว้ และเขาคงไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นความจริงเสียเกือบ 99.99% ก็เขาเป็นมือกีตาร์ ถ้าไม่ใช่กีตาร์แล้วเขาจะรักอะไรได้ละ ชายหนุ่มไม่เคยเข้าใจว่าการไม่ไปตามนัดเพราะติดซ้อมวงมันเป็นปัญหาตรงไหน เขาไม่รู้ว่าการทิ้งให้อีกฝ่ายกลับบ้านเองหลังจากที่ไปกินข้าวด้วยกันมันผิดอย่างไร การที่เขาปฏิเสธที่จะรับช็อคโกแลตวันวาเลนไทน์เพียงเพราะเขาไม่ชอบกินของหวาน ถึงกับทำให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้เลยหรือ นั่นเป็นหลายๆ สิ่งนอกเหนือจากจักรวาลที่เขาไม่เข้าใจ   “นี่นายหักอกไปคนที่เท่าไรแล้ว” เพื่อนในวงกระเซ้าเย้าแหย่เรื่องนี้เป็นประจำ “แหม ก็หนุ่มฮ็อตนี่เนอะ น่าอิจฉาจริงๆ” เสียงผิวปากหยอกล้อดังออกมา   วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด   เสียงแหลมปรี๊ดของอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น เสียวประสาทหูเสียจนทุกคนในห้องต้องเอาฝ่ามือมาปิดใบหูเอาไว้ “เธอจะปรับเสียงให้มันดังไปทำไม!!” “อ้อ โทษทีๆ” หญิงสาวปรับระดับเสียงของไมโครโฟนให้ลดลงจนเสียงวี๊ดหายไป “หูจะแตกอยู่แล้วเนี่ย” เสียงเพื่อนร่วมวงบ่นโอดโอย ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจเสียงเหล่านั้น เขาจมอยู่กับความคิดตัวเอง พยายามจะหาคำตอบให้กับอะไรก็ตามที่ผุดขึ้นมาในสมอง แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูทดลองในวงกตของนักวิทยาศาสตร์ ชายหนุ่มนึกถึงโธมัส เอดิสัน เขาต้องใช้ความคิดและความพยายามมากแค่ไหนจึงจะประสบความสำเร็จ… Continue reading 【เรื่องสั้น】 Lock and key

Uncategorized

【รวม link】 All ONE OK ROCK related stuffs

  FICTION   OOR ซอมบี้ series Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3 | Chapter 4 | Chapter 5 | Chapter 6 | Chapter 7 Jinsei Game (Completed) Prologue + Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3 | Chapter 4 | Chapter 5 | Chapter 6 | Chapter 7 | Chapter 8 (END) บันทึกนก เดอะซีรีส์ บันทึกทากะ บันทึกทากะ… Continue reading 【รวม link】 All ONE OK ROCK related stuffs

Uncategorized

【ปรัชญา】 Lock and key 【Toruka】

PIC : http://favim.com/image/1896723/   “หากความยุ่งเหยิงเป็นผลงานศิลปะ หัวใจของฉันคงเป็นผลงานชิ้นเอก”   โทรุเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ เขาครุ่นคิดถึงประโยคดังกล่าวที่แดเนียล อองตัวเน็ตต์ ฟอย เขียนเอาไว้ มันช่างประจวบเหมาะกับสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้เหลือเกิน เขานึกถึงความพังพินาศของทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มันเป็นเพราะเขาเอง ส่วนใหญ่เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมันถึงจบลง และส่วนใหญ่ก็เป็นเขาเองที่ต้องเจ็บปวด “นายรักกีตาร์มากกว่าฉัน” นั่นคือสิ่งที่ใครบางคนได้กล่าวไว้ และโทรุคงไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นความจริงเสียเกือบ 99.99% ก็เขาเป็นมือกีตาร์ ถ้าไม่ใช่กีตาร์แล้วเขาจะรักอะไรได้ละ โทรุไม่เคยเข้าใจว่าการไม่ไปตามนัดเพราะติดซ้อมวงมันเป็นปัญหาตรงไหน เขาไม่รู้ว่าการทิ้งให้อีกฝ่ายกลับบ้านเองหลังจากที่ไปกินข้าวด้วยกันมันผิดอย่างไร การที่เขาปฏิเสธที่จะรับช็อคโกแลตวันวาเลนไทน์เพียงเพราะเขาไม่ชอบกินของหวาน ถึงกับทำให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้เลยหรือ นั่นเป็นหลายๆ สิ่งนอกเหนือจากจักรวาลที่เขาไม่เข้าใจ   “นี่นายหักอกไปคนที่เท่าไรแล้ว โทรุ” เพื่อนในวงกระเซ้าเย้าแหย่เรื่องนี้เป็นประจำ “แหม ก็หนุ่มฮ็อตนี่เนอะ น่าอิจฉาจริงๆ” เสียงผิวปากหยอกล้อดังออกมา   วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด   เสียงแหลมปรี๊ดของอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น เสียวประสาทหูเสียจนทุกคนในห้องต้องเอาฝ่ามือมาปิดใบหูเอาไว้ “นายจะปรับเสียงให้มันดังไปทำไม ทากะ!!” “เออ โทษทีๆ” ทากะปรับระดับเสียงของไมโครโฟนให้ลดลงจนเสียงวี๊ดหายไป “หูจะแตกอยู่แล้วเนี่ย” เสียงเพื่อนร่วมวงบ่นโอดโอย โทรุไม่ได้ใส่ใจเสียงเหล่านั้น เขาจมอยู่กับความคิดตัวเอง พยายามจะหาคำตอบให้กับอะไรก็ตามที่ผุดขึ้นมาในสมอง แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูทดลองในวงกตของนักวิทยาศาสตร์ โทรุนึกถึงโธมัส… Continue reading 【ปรัชญา】 Lock and key 【Toruka】

Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 3 “ไม่เจอกันนานนะ”

PIC : http://moviepilot.com/posts/3543009     【Previous chapters】 Chapter 1 : ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง Chapter 2 : เวลาคนที่นายไว้ใจกลับเป็นฝ่ายหักหลังนายเสียเอง     ตอนที่ 3 “ไม่เจอกันนานนะ“ __________________________________________________________________   รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งค่ายอพยพขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่หลบภัยแก่ประชาชนและเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าโรคระบาดที่อุบัติขึ้นในขณะนี้พวกเขาแจกจ่ายอาหารและน้ำรวมถึงปัจจัยที่ใช้ในการดำรงชีวิตให้แก่ผู้อพยพมีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งคอยให้การพยาบาลแก่ผู้ที่เจ็บป่วย ล้อมรอบด้วยการคุ้มกันอย่างแน่นหนาโดยทหารทุกเหล่าของรัฐบาล นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศอีกด้วย ค่ายอพยพแห่งนี้ตั้งอยู่บนสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันดีในนามว่า “โตเกียวโดม”   เสาไฟฟ้าและผนังสองข้างทางเต็มไปด้วยโปสเตอร์คอนเสิร์ตมากมายซ้อนทับกันอยู่ “ตอนเด็กฉันเคยฟังวงนี้” ทัตสึชี้ไปที่โปสเตอร์วงร็อควงหนึ่ง “เจ๋งดี” “โอ้ วงนี้ดังมากเลยละ! ฉันเคยเห็นในทีวี”เรียวตะแสดงท่าทีตื่นเต้น   สายตาของทากะมองไปยังตึกหลังคาโค้งที่ห่างออกไปไม่ไกล เขาไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาของเพื่อนร่วมทางบัดนี้สิ่งก่อสร้างเบื้องหน้าเงียบสงบ ไม่มีแสงไฟเล็ดลอดออกมาให้เห็นหรือเสียงดนตรีดังกระหึ่ม ไม่มีบรรยากาศความตื่นเต้นของผู้คนที่เฝ้ารอคอยศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ มีเพียงความเงียบสงัดโอบล้อมไว้ทุกหนแห่ง สองคนที่เหลือเห็นปฏิกิริยาของทากะจึงหันไปมอง “อีกไม่ไกลแล้ว” ทากะพูด มันคือความหวังของพวกเขา ทั้งเสบียง ที่หลบภัยและบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รอคอยพวกเขาอยู่ตรงหน้านี้เอง เสียงสวบสาบของฝีเท้าทั้งสามคู่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ปรากฏต่อสายตา พวกเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง บานประตูบานเล็กกว่าด้านข้างเปิดผางออกมา มีทหารนายหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ “พวกนายมาทำอะไรที่นี่” ทหารนายนั้นถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ… Continue reading 【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 3 “ไม่เจอกันนานนะ”

thoughts

ว่าด้วยเพลง Always Coming Back

ในบรรดาเพลงบัลลาดของวันโอเคร็อค Heartache และ Wherever You Are เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่โด่งดังและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ครั้งนี้วงก็ปล่อยเพลงช้าเพลงใหม่ Always Coming Back ออกมา ซึ่งทำให้แฟนด้อมแตกตื่นกันภายในชั่วข้ามคืน เราจะขอมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างคร่าวๆ Always Coming Back ฟังครั้งแรกรู้สึกว่าทำนองคล้ายเพลงบัลลาดเดิมๆ ของวง ท่อนฮุกไม่ได้โดนใจหรือติดหูมากเท่าที่ควร เพลงไม่ได้ช่วยนำเสนอเทคนิคการร้องของทากะมากเท่าไร ฟังแล้วรู้สึกว่าร้องดี แต่ไม่ได้โชว์ความสามารถเต็มที่ เมื่อเทียบกับเพลงดังอย่าง Heartache ที่โชว์ความสามารถของนักร้องนำได้ดีมาก เด่นตรงเสียงเฮดโทน so this is ‘HEARTACHE’ ที่นุ่มและฟังสบายหูแบบไม่ต้องลุ้นว่าจะแตะโน้ตถึงหรือเปล่า และเป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้เพลงนี้มีเอกลักษณ์ หรือเมื่อเทียบกับ Wherever You Are ที่มีการลากเสียงยาวๆ หลายจังหวะ ทำให้รู้สึกถึงพลังเสียง หรือการร้องที่ใส่ความเป็นร็อคลงไป ทำให้เป็นเพลงช้าที่ไม่นุ่มมาก มันเลยไม่ plain ส่วนเรื่องอารมณ์เพลง งานใหม่อย่าง Always Coming Back การเน้นตัวโน้ต เน้นคำหรือแผ่วเสียงก็ทำให้สื่ออารมณ์แต่ละท่อนออกมาได้ดี แต่ไม่ได้กระตุ้นให้มีอารมณ์ร่วมด้วยมากมายอะไร แต่ในเพลง Heartache การร้องและการใช้เสียงแสดงอารมณ์ของทากะโดดเด่นและซึ้งกินใจทำให้คนฟังเคลิ้มตามและอินไปกับเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวโน้ตและคำร้องที่แสนเจ็บปวดได้มากกว่า… Continue reading ว่าด้วยเพลง Always Coming Back

translation

【แปล】 Tom Hiddleston ถึงความไม่เสมอภาค High-Rise และการแสดงใน The Night Manager

Source : http://www.timeout.com/london/film/tom-hiddleston-on-inequality-high-rise-and-being-the-night-manager   ‘High-Rise’ จำลองทั้งสังคมในตึกเพียงบล็อกเดียว สังคมที่ก้าวเข้าสู่จุดต่ำ คุณคิดว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับการเมืองหรือเปล่า? Tom : ผมคิดว่าใช่ ถ้าคุณมีความสนใจในการเมือง คุณก็จะได้มันจากหนัง บางคนเห็นว่ามันคล้าย Lord of the Flies ที่ฉีกหน้ากากเผยสัญชาตญาณสัตว์ป่าของผู้คน แต่มันบังเอิญเกิดกับผู้ใหญ่ในตึกอังกฤษปี 1970 แทนที่จะเป็นกลุ่มเด็กบนเกาะร้าง   คุณได้พยายามค้นหาว่า JG Ballard ต้องการที่จะบรรลุอะไรใน High-Rise หรือเปล่า Tom : บัลลาร์ดบอกว่า เขามองตัวเองเป็นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนถนนที่มีป้ายเขียนว่า “ระวัง ทางโค้งข้างหน้า!” มุมมองวิบัติของเขาเป็นสัญญาณเตือนว่าถ้าหากเรายังยืนยันที่จะเดินไปทางนี้ต่อ เราก็จะพบจุดจบเช่นนี้ High-Rise ได้รับอิทธิพลมาจากวันหยุดพักผ่อนของเขาที่สเปน บัลลาร์ดพักที่ตึกแห่งหนึ่งและนักท่องเที่ยวถกเถียงกันใหญ่โตเรื่องอาณาเขตของพวกเขา “คุณจะมาทิ้งก้นบุหรี่ที่ระเบียงฉันไม่ได้นะ!” “นี่สระว่ายน้ำฉันนะ!” ทุกคนมองเห็นวิวอันวิจิตรของเมดิเตอร์เรเนียน ชีวิตอันงดงาม แต่นักท่องเที่ยวชาวบริติชก็ยังทะเลาะกันในเรื่องต่างๆ ทุกคนพร้อมจะเสียแรงและหยาดเหงื่อแม้กับเรื่องเล็กน้อย   คุณคิดว่า High-Rise พูดถึงเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในทุกวันนี้หรือเปล่า Tom : ทั้งภาพยนตร์และนิยายสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อำนาจขึ้นอยู่กับคนเพียงหยิบมือในทุกๆ ด้าน… Continue reading 【แปล】 Tom Hiddleston ถึงความไม่เสมอภาค High-Rise และการแสดงใน The Night Manager