thoughts

My Journey Through Films

 

แต่ก่อนเราดูหนังเพื่อความบันเทิง เราเดินออกมาจากโรงหนังแล้วตัดสินแค่ว่า เรื่องนี้สนุก เรื่องนั้นไม่สนุก

เราไม่เข้าใจศิลปะของการแสดง ไม่เคยสนใจสกรีนเพลย์ ไม่ใส่ใจงานภาพหรือเพลงประกอบ

แต่ระยะหลังความคิดเราเปลี่ยนไปมาก คงเพราะโตขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น

ส่วนตัวไม่มีความรู้ด้านนี้เลย เราก็ยังดูและพูดถึงหนังบนพื้นฐานของความรู้สึกส่วนตัวอยู่ดี

แต่เราเห็น “คุณค่า” ของหนังมากขึ้น

มันเปิดมิติของการมองโลกในมุมมองใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เราหลายๆ อย่าง

กว่าจะได้หนังเรื่องหนึ่งมามันไม่ง่าย

สกรีนเพลย์กว่าจะเสร็จก็แก้แล้วแก้อีกอย่างกับวิทยานิพนธ์ ดราฟท์เข้าไปเป็นกี่สิบดราฟท์

กว่าจะได้บทไฟนอลมา ใช้เวลาเป็น 5 ปี 10 ปีก็ยังมี

กว่าจะตีความต่างๆ นานา แคสต์นักแสดง จัดหาอุปกรณ์ โลเกชั่น ถ่ายทำ ตัดต่อก็กินเวลาไปตั้งเท่าไร

พอได้ศึกษาลึกลงไปแล้วเลยเห็นว่า ไม่มีอะไรง่ายเลย

ตอนนี้เราดูทุกการเคลื่อนไหว ทุกน้ำเสียง การใช้กล้ามเนื้อแต่ละมัดของนักแสดงก็สังเกตหมด

เพราะเขาตั้งใจสื่อ ตั้งใจแสดงออกมาแม้ในจุดเล็กๆ น้อยๆ และพอได้ลองมองอย่างละเอียดแล้ว มันน่าทึ่งมากจริงๆ

การแพนกล้อง การโฟกัส ดนตรีประกอบ มันมีความหมายหมด เราอยากรู้ในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ

ไดอะล็อกแต่ละประโยค เราก็อยากวิเคราะห์ อยากรู้ว่ามันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นไหม เพราะมันถูกคิดมาอย่างดีแล้ว

ทุกอย่างมันสำคัญไปหมด มีอะไรให้ดูเยอะไปหมดจนสองตาก็มองไม่พอ

 

เราเลยรู้สึกไม่ดี ตอนไปดูหนังเรื่องหนึ่งแค่ 1-2 ชั่วโมง แล้วมีคนเดินออกมาพูดว่า “ห่วย” แค่คำเดียว

ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นแหละ แต่เราก็รู้มาเยอะเลยอินกับ process ของมัน จนรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับทีมของหนังเรื่องนั้น

ไม่มีอะไรถูกหรือผิด ทุกอย่างมันเป็นศิลปะ ขึ้นอยู่กับรสนิยม ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว

เรานับถือความพยายามและความตั้งใจจริงของทุกคนนะ

เราคิดแบบนี้ตลอดแหละ เพราะเรายังอยากเห็นพัฒนาการของทุกคน ไม่อยากให้ใครต้องท้อแท้แล้วล้มเลิกที่จะทำในสิ่งที่ชอบไป

เรายังอยากให้ทุกคนทำให้สิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะมันมีความหมายกับเรามาก

เลยอยากให้ทุกคนวิจารณ์หนังในแง่ที่ก่อประโยชน์กับตัวผู้จัดทำและทีมงาน

อยากให้ลองพูดในแง่ที่สร้างสรรค์ อะไรที่ดูไม่เวิร์ค ควรปรับแก้ตรงไหน ทำยังไงถึงจะออกมาดีกว่านี้

หรือตรงไหนที่ดีแล้ว ก็อยากให้ชื่นชม

เพราะคอมเม้นท์ที่ดีสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากเลยนะ (ถ้าเขารับฟัง)

ไม่ต่างอะไรกับนักร้อง นักเขียน หรือนักวาดเลย ทุกคนก็อยากรู้ว่าควรจะพัฒนายังไง

แต่ทุกคนไม่ต้องการณ์คำด่าทอที่ไม่ก่อประโยชน์หรอก

มันหดหู่ เต็มไปด้วยอคติ ไม่รู้ว่าควรแก้ตรงไหน มีแต่อารมณ์ของคนคอมเม้นท์ล้วนๆ

อยากให้ลองปรับเปลี่ยนมุมมองของตัวเอง และเปิดรับอะไรๆ มากขึ้น และมาร่วมเห็น “คุณค่า” ของหนังด้วยกันเถอะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s