Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 3 “ไม่เจอกันนานนะ”

maze-runner-scorch-trials

PIC : http://moviepilot.com/posts/3543009

 

 

【Previous chapters】

Chapter 1 : ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง

Chapter 2 : เวลาคนที่นายไว้ใจกลับเป็นฝ่ายหักหลังนายเสียเอง

 

 

ตอนที่ 3

“ไม่เจอกันนานนะ

__________________________________________________________________

 

รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งค่ายอพยพขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่หลบภัยแก่ประชาชนและเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าโรคระบาดที่อุบัติขึ้นในขณะนี้พวกเขาแจกจ่ายอาหารและน้ำรวมถึงปัจจัยที่ใช้ในการดำรงชีวิตให้แก่ผู้อพยพมีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งคอยให้การพยาบาลแก่ผู้ที่เจ็บป่วย ล้อมรอบด้วยการคุ้มกันอย่างแน่นหนาโดยทหารทุกเหล่าของรัฐบาล นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศอีกด้วย ค่ายอพยพแห่งนี้ตั้งอยู่บนสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันดีในนามว่า “โตเกียวโดม”

 

เสาไฟฟ้าและผนังสองข้างทางเต็มไปด้วยโปสเตอร์คอนเสิร์ตมากมายซ้อนทับกันอยู่

“ตอนเด็กฉันเคยฟังวงนี้” ทัตสึชี้ไปที่โปสเตอร์วงร็อควงหนึ่ง “เจ๋งดี”

“โอ้ วงนี้ดังมากเลยละ! ฉันเคยเห็นในทีวี”เรียวตะแสดงท่าทีตื่นเต้น

 

สายตาของทากะมองไปยังตึกหลังคาโค้งที่ห่างออกไปไม่ไกล เขาไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาของเพื่อนร่วมทางบัดนี้สิ่งก่อสร้างเบื้องหน้าเงียบสงบ ไม่มีแสงไฟเล็ดลอดออกมาให้เห็นหรือเสียงดนตรีดังกระหึ่ม ไม่มีบรรยากาศความตื่นเต้นของผู้คนที่เฝ้ารอคอยศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ มีเพียงความเงียบสงัดโอบล้อมไว้ทุกหนแห่ง

สองคนที่เหลือเห็นปฏิกิริยาของทากะจึงหันไปมอง

“อีกไม่ไกลแล้ว” ทากะพูด

มันคือความหวังของพวกเขา ทั้งเสบียง ที่หลบภัยและบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รอคอยพวกเขาอยู่ตรงหน้านี้เอง

เสียงสวบสาบของฝีเท้าทั้งสามคู่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ปรากฏต่อสายตา พวกเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง

บานประตูบานเล็กกว่าด้านข้างเปิดผางออกมา มีทหารนายหนึ่งยืนเฝ้าอยู่

“พวกนายมาทำอะไรที่นี่” ทหารนายนั้นถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเขาพูดคำนี้มาหลายร้อยรอบต่อวันจนเอือมระอา

“เราต้องการอาหาร” ทากะตอบ สายตาจ้องมองอาวุธในมือของอีกฝ่าย มันเป็นปืนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ขับราคากันสูงมากในตลาดมืด “และที่อยู่”

ทหารนายนั้นกวาดตามองเขาหัวจรดเท้าอย่างไม่แยแสนัก

“เชิญ”เขาโบกมือให้ทั้งสามเข้าไปด้านในอย่างลวกๆ

ภายในลานกว้างมีผู้คนคับคั่งจนแทบไม่มีที่ทางให้เดิน ทุกคนขวักไขว่เดินไปมา บ้างร้องตะโกน บ้างก็นั่งนิ่งอยู่กับที่ไม่พูดไม่จา บรรยากาศวุ่นวายจนทากะรู้สึกอยากอาเจียน

“พวกมาใหม่ไปรายงานตัวที่หน่วย 1”เจ้าหน้าที่ในชุดรักษาความปลอดภัยร้องบอก

พวกเขาต้องผ่านกระบวนการตรวจเช็คร่างกาย ลงทะเบียนผู้อพยพ และอาวุธทั้งหมดจะถูกเก็บเข้าคลังส่วนกลางเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม ทุกคนจะได้รับอาหารและปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

หลังผ่านกระบวนการพื้นฐานแล้ว พวกเขาเดินไปหาบริเวณที่พอจะหลบเลี่ยงผู้คน กางเต็นท์สนามที่ได้รับมาแล้วจัดแจงข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง

“ฉันจะไปเดินสำรวจแถวนี้หน่อย”

 

ทากะเดินผ่านส่วนที่อยู่อาศัย โรงครัว ฝ่ายพยาบาล ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และส่วนกลางสำหรับติดต่อกับเจ้าหน้าที่ พื้นที่กว้างขวางดูแคบลงเมื่อทุกอย่างมากระจุกรวมกันอยู่ในที่ๆ เดียว พวกเขาไม่ได้มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากนัก แต่ก็พอประทังชีวิตคนหลายพันได้ ทากะจดจำทุกรายละเอียดและวาดแผนที่ค่ายไว้ในหัว

เท้าทั้งสองพาเขามาโผล่ไกลจากบริเวณชุกชุม พื้นที่บริเวณหนึ่งถูกล้อมไว้ทางด้านหลังสุดของค่าย เขาได้ยินเสียงคนคุยกันดังออกมาจากด้านใน

“เราต้องเอาพวกนี้ออกไป” มันเป็นเสียงผู้ชายทุ้มต่ำ

“นายจะบ้าเหรอ ถ้าโดนจับได้ พวกเราซวยแน่!” เสียงผู้ชายอีกคนโต้กลับ

“เร็วเข้าเถอะน่า!”

“ให้ตายเหอะ นายมันเสียสติไปแล้ว”

ดูเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ทากะพยายามมองเข้าไปด้านในแต่กลับไม่พบช่องว่างใดเลย เสียงกุกกักดังออกมาพร้อมเสียงกระซิบกระซาบที่เล็ดลอดออกมาเป็นพักๆ

ไม่นานเสียงทั้งหมดก็เงียบลง ทุกอย่างกลับสู่ความสงบอีกครั้ง

“เฮ้! คุณมาทำอะไรที่นี่” ทากะหันไปมองต้นตอของเสียงทางด้านหลังและพบทหารร่างกำยำในชุดเครื่องแบบเต็มยศจ้องเขม็งมาที่เขา

“ผมมาใหม่เลยยังไม่รู้ที่ทาง เผอิญเดินมาโผล่แถวนี้พอดี”

ทหารคนนั้นมองทากะอย่างลังเล สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์แต่ครุกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ

“นี่ไม่ใช่ที่สำหรับผู้อพยพ เห็นป้ายนั่นไหม” ชายคนนั้นชี้ไปยังป้ายที่กำแพง

 

เฉพาะเจ้าหน้าที่

 

“ครับ ผมกำลังจะไปแล้วละ” ทากะพยักพเยิดแล้วหันหลังออกมา

สายตาเย็นเฉียบจ้องมองทากะจากด้านหลังจนเขาลับตาไป

 

เช้าวันถัดมาอากาศยังคงร้อนระอุเหมือนเคย ทากะ เรียวตะ และทัตสึนั่งล้อมวงกินอาหารเช้าอยู่ข้างเต็นท์พวกเขาทำแกงกะหรี่จากวัตถุดิบที่ได้มาเมื่อวาน นี่เป็นมื้ออาหารที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนของพวกเขา

“ฉันว่าอยู่ที่นี่ก็ดีนะ” เรียวตะพูด ในปากเคี้ยวข้าวคำโต “อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสี่ยงกับสัตว์ประหลาดข้างนอกนั่น”

“เราจะอยู่ที่นี่…” ทัตสึกลืนข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก “อีกสักพักหรือจนกว่าจะเจอที่ๆ ดีกว่านี้”

ทากะรู้ดีว่าที่นี่ปลอดภัยกว่าข้างนอกและมีทุกอย่างที่เขาต้องการในการดำรงชีวิต แต่นี่ก็ไม่ใช่บ้านของเขามองไปทางไหนก็มีแต่คนแปลกหน้า อีกอย่าง เขามีคนที่ต้องตามหา

“เราจะอยู่ไม่นาน” ทากะแย้ง

“แต่ก่อนอื่นเราต้อง…”

 

“กรี๊ดดดดดดดด!!!”

เสียงแผดร้องดังมาจากที่ไหนสักแห่งตามมาด้วยความอลหม่านของฝูงชน ทากะหันไปมองหาต้นตอของเสียงและพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น มือที่กุมท้องอยู่ชุ่มไปด้วยเลือด สายตาจดจ้องไปยังอะไรบางอย่าง

“ซอมบี้!! ซอมบี้!!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากชายวัยกลางคนที่อยู่ไกลออกไป เมื่อสิ้นเสียง เหล่าบรรดาผู้อพยพแตกฮือเหมือนฝูงผึ้ง สถานการณ์วุ่นวายไปหมด

“ฉันไม่ได้หูฟาดใช่ไหม” ทัตสึเอ่ยถามแต่นัยน์ตายังคงจดจ้องไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้า

ทันใดนั้น เสียงร้องไม่ได้ศัพท์ที่แสนระคายหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทัตสึหันไปมองแล้วพบใบหน้าเน่าเฟะของสิ่งแปลกปลอมที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว มันกำลังแยกเขี้ยว น้ำลายไหลย้อยถึงพื้น พุ่งถลาเข้ามาอย่างรวดเร็ว

พลั่ก!!

ทากะใช้หม้อฟาดที่หัวของมันเข้าเต็มแรง เสียงกรีดร้องดังขึ้น สิ่งนั้นล้มลงไปกองที่พื้น

“ได้ยินชัดพอหรือยัง” ทากะหันไปหาทัตสึที่เรียกสติคืนมาได้ทันท่วงที

“รีบหนีเร็ว!” เรียวตะเห็นท่าไม่ดีจึงรวบของใช้จำเป็นลงกระเป๋าสะพาย เห็นดังนั้นทุกคนก็ทำตามอย่างไม่รอช้า

เสียงหวีดร้องประกอบกับเสียงสยองไม่ได้ศัพท์ดังระงมทั่วบริเวณ ผู้คนผลักกัน วิ่งหนีขวักไขว่ทุกทิศทาง ที่พื้นมีร่างไร้วิญญาณจำนวนไม่น้อยนอนแน่นิ่งอยู่ บางรายกำลังถูกสัตว์ประหลาดพวกนั้นรุมทึ้งเนื้อหนังเสียจนไม่สามารถจินตนาการรูปร่างเดิมได้ ทากะมองไปรอบๆ ทหารที่เคยคุ้มกันอยู่ตอนนี้ไม่มีเหลือให้เห็นแม้แต่นายเดียว

“พวกมันมาจากไหน” เรียวตะถามระหว่างที่พวกเขากำลังวิ่งแหวกฝูงชนที่แตกตื่น

“ไม่รู้! แต่มันไม่ได้มีกันน้อยๆ แน่” ทากะตะโกนข้ามไหล่กลับมา

พวกเขาวิ่งมาหยุดอยู่ที่ประตูทางเข้า แต่เปล่าประโยชน์ ประตูไร้ลูกบิดนี่ถูกล็อคเอาไว้

“บ้าเอ๊ย!”นี่มันปิดตายกันชัดๆ

“เราคงต้องหาทางอื่…!!”

ทากะหันหลังกลับไปซอมบี้ตัวหนึ่งทุ่มตัวใส่เขาจนล้มลง เขาล้มลุกคลุกคลานอยู่ที่พื้นปลุกปล้ำกับมัน ทากะเอื้อมมือไปที่เอวแต่ว่างเปล่า อาวุธไม่ได้อยู่ที่นั่น ทั้งหมดถูกยึดไปเก็บไว้ที่คลังส่วนกลางตั้งแต่วันก่อนแล้ว เขาพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากแรงบีบรัดบริเวณลำคอ ทั้งถีบทั้งปล่อยหมัดใส่มันจนในที่สุดก็ดิ้นออกมาได้ เขากระหืดกระหอบลุกขึ้นยืนแต่กลับเงยหน้ามาเจอดวงตาลึกโบ๋หลายคู่จ้องมองอยู่

พวกมันมีเยอะเกินไป สภาพมือเปล่าแบบนี้ เขาไม่รอดแน่

ซอมบี้ทั้งฝูงล้อมวงกันเข้ามา ทากะมองเห็นเรียวตะและทัตสึกำลังวุ่นต่อสู้กับซอมบี้อยู่อีกฝั่ง ไม่มีใครมาช่วยเขาได้แล้วครั้งนี้ เขาประมาทเกินไป

“ฉันขอโทษ….”

ทากะหลับตาลงพร้อมรับชะตากรรมครั้งสุดท้าย เขานับถอยหลังในใจ

 

สาม…

 

สอง…

 

หนึ่ง…

 

เวลาผ่านไปหลายวินาที แต่เขากลับยังมีชีวิตอยู่

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทากะตัดสินใจลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดพวกนั้น แต่เป็นชายคนหนึ่ง

“มานี่!”ชายคนนั้นกระชากแขนให้ทากะลุกขึ้นยืน เขามีปืนลูกซองอยู่ในมือ

ทากะเหลือบไปเห็นสร้อยเงินเส้นยาวที่ห้อยคอชายคนนั้นอยู่ ภาพต่างๆ แวบเข้ามาในหัว เขาพยายามจะมองหน้าชายคนนั้นให้ชัด แต่ผมยาวรุงรังบดบังใบหน้าของเขาอยู่

“โทโมยะ! พาคนที่เหลือไปก่อน!” ชายคนนั้นออกคำสั่งให้กับเพื่อนอีกคน

“เราต้องรีบแล้ว” เขาพูดโดยไม่ได้หันมามองทากะ ยิงปืนลูกซองในมืออีก 2-3 นัดแล้วฉุดให้ทากะวิ่งตามไป

ทากะรวบรวมสติได้จึงออกวิ่งตามแผ่นหลังชายคนนั้น พวกเขาวิ่งมาถึงผนังที่เขียนไว้ว่า “เฉพาะเจ้าหน้าที่” ชายดังกล่าวหยิบบัตรอะไรบางอย่างขึ้นมาประทับที่ผนัง เพียงเสี้ยววินาทีก็เผยให้เห็นประตูไร้ลูกบิดที่เปิดกว้างออก พวกเขาวิ่งเข้าไปด้านใน กองอาวุธหลากหลายประเภทวางเรียงรายอยู่เต็มห้อง ทากะคว้าปืนพกที่อยู่ใกล้ที่สุดมาเหน็บไว้ที่เข็มขัด เสียงเตือนภัยดังระงมทั่วทั้งห้อง ไฟสีแดงกระพริบวูบไหวเป็นจังหวะ

พวกเขาวิ่งผ่านห้องแล็บ อุปกรณ์มากมายหล่นกระจายอยู่ทั่วบริเวณ กระจกบานใหญ่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เจ้าหน้าที่ในชุดเสื้อกาวน์นอนแผ่อยู่บนพื้น เลือดและเศษอวัยวะละเลงอยู่ทุกหนแห่ง

พวกเขาวิ่งมาจนสุดทาง โทโมยะและอีกสองคนรออยู่ก่อนแล้ว

“พร้อมนะ” คนที่ชื่อโทโมยะหันมาพูดกับพวกเขา ชายที่อยู่กับทากะพยักหน้า

โทโมยะเปิดประตูออก แสงสว่างวาบสะท้อนมากระทบดวงตาทากะ

.

.

.

เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพทุกอย่างขุ่นมัว ทากะกระพริบตาถี่ๆ จนปรากฏเป็นภาพทุ่งหญ้าแห้งแล้งและชายคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“นาย…”

“ไง” รอยยิ้มจางๆ ระบายอยู่บนใบหน้าโทรมๆ ของเขา

“ไม่เจอกันนานนะ”

 

TO BE CONTINUED.

 ______________________

อ่านแล้วคอมเม้นท์ใต้บล็อกหรือทางทวิตเตอร์ก็ได้นะคะ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านค่า

เขียนโดย @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #OORซอมบี้

Advertisements

5 thoughts on “【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 3 “ไม่เจอกันนานนะ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s