Uncategorized

【ปรัชญา】 Lock and key 【Toruka】

antique-black-and-white-door-key-Favim.com-1896723

PIC : http://favim.com/image/1896723/

 

“หากความยุ่งเหยิงเป็นผลงานศิลปะ หัวใจของฉันคงเป็นผลงานชิ้นเอก”

 

โทรุเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ เขาครุ่นคิดถึงประโยคดังกล่าวที่แดเนียล อองตัวเน็ตต์ ฟอย เขียนเอาไว้ มันช่างประจวบเหมาะกับสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้เหลือเกิน เขานึกถึงความพังพินาศของทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มันเป็นเพราะเขาเอง ส่วนใหญ่เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมันถึงจบลง และส่วนใหญ่ก็เป็นเขาเองที่ต้องเจ็บปวด

“นายรักกีตาร์มากกว่าฉัน” นั่นคือสิ่งที่ใครบางคนได้กล่าวไว้ และโทรุคงไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นความจริงเสียเกือบ 99.99% ก็เขาเป็นมือกีตาร์ ถ้าไม่ใช่กีตาร์แล้วเขาจะรักอะไรได้ละ โทรุไม่เคยเข้าใจว่าการไม่ไปตามนัดเพราะติดซ้อมวงมันเป็นปัญหาตรงไหน เขาไม่รู้ว่าการทิ้งให้อีกฝ่ายกลับบ้านเองหลังจากที่ไปกินข้าวด้วยกันมันผิดอย่างไร การที่เขาปฏิเสธที่จะรับช็อคโกแลตวันวาเลนไทน์เพียงเพราะเขาไม่ชอบกินของหวาน ถึงกับทำให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้เลยหรือ นั่นเป็นหลายๆ สิ่งนอกเหนือจากจักรวาลที่เขาไม่เข้าใจ

 

“นี่นายหักอกไปคนที่เท่าไรแล้ว โทรุ” เพื่อนในวงกระเซ้าเย้าแหย่เรื่องนี้เป็นประจำ

“แหม ก็หนุ่มฮ็อตนี่เนอะ น่าอิจฉาจริงๆ” เสียงผิวปากหยอกล้อดังออกมา

 

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

 

เสียงแหลมปรี๊ดของอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น เสียวประสาทหูเสียจนทุกคนในห้องต้องเอาฝ่ามือมาปิดใบหูเอาไว้

“นายจะปรับเสียงให้มันดังไปทำไม ทากะ!!”

“เออ โทษทีๆ” ทากะปรับระดับเสียงของไมโครโฟนให้ลดลงจนเสียงวี๊ดหายไป

“หูจะแตกอยู่แล้วเนี่ย” เสียงเพื่อนร่วมวงบ่นโอดโอย

โทรุไม่ได้ใส่ใจเสียงเหล่านั้น เขาจมอยู่กับความคิดตัวเอง พยายามจะหาคำตอบให้กับอะไรก็ตามที่ผุดขึ้นมาในสมอง แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูทดลองในวงกตของนักวิทยาศาสตร์ โทรุนึกถึงโธมัส เอดิสัน เขาต้องใช้ความคิดและความพยายามมากแค่ไหนจึงจะประสบความสำเร็จ

หลอดไฟกระพริบถี่เหนือหัว แสงริบหรี่จากหลอดไฟนีออนบนเพดานสะท้อนเวลาบนนาฬิกา

02.59 น.

“กลับบ้านกัน” ทากะวางมือทาบลงบนบ่าที่ตึงจากการใช้งาน

“อือ” โทรุวางกีตาร์ลงแล้วลุกขึ้นยืน

 

พวกเขาเดินกลับบ้านด้วยกัน มันเป็นเรื่องปกติพอๆ กับที่ทุกคนตื่นขึ้นมาอาบน้ำและแปรงฟันเป็นอันดับแรก

เวลานี้ไม่มีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ไม่มีรถราวิ่งไปมาบนท้องถนน มีแค่พวกเขาสองคน ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบอะไร ทั้งคู่ก้าวเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับมีเวลาทุกวินาทีบนโลกใบนี้ เขาจะใช้มันฟุ่มเฟือยแค่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่พวกเขาพึงพอใจ

“เกิดอะไรขึ้น” แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยถามขึ้นมากลางอากาศโดยไม่มีหัวข้อสนทนานำมาก่อน แต่โทรุรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

“ก็เหมือนๆ เดิม”

คำว่า ‘เหมือนเดิม’ ทำให้ทากะเข้าใจเพียงพอแล้ว

“นายเคยคิดไหมว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน” ทากะถามขึ้นอีกครั้ง

เสียงลมยามค่ำคืนพัดให้ใบไม้บนต้นสั่นไหว

“พวกเขาบอกว่ามันอยู่ที่ฉัน” ทุกคนบอกอย่างนั้นก่อนจะจากกันไป เพราะฉะนั้นมันก็คงเป็นเพราะเขา

“มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะบอกอะไร” ทากะเดินเหยียบใบไม้แห้งที่กองอยู่บนพื้นถนนส่งเสียงดังกรอบแกรบ “มันสำคัญที่นายคิดว่ายังไงต่างหาก”

“ฉันเหรอ…” โทรุนิ่งคิดไปนานสองนาน เสียงฝีเท้าทั้งคู่ดังท่ามกลางความเงียบของยามค่ำคืน เดินผ่านบ้านเรือนที่ไม่เห็นแสงไฟส่องสว่างทางหน้าต่าง ทุกคนอยู่ในเมืองแห่งความฝัน

โทรุเงียบเสียจนทากะคิดว่าเขาคงจะไม่ตอบแล้ว

“ฉันไม่คิดว่ามันเป็นความผิดใคร” โทรุเอ่ยขึ้นมา

“มันก็แค่ฉันยังไม่เจอแม่กุญแจที่พอดีกับลูกกุญแจของฉันเท่านั้นเอง ฉันคิดว่างั้น”

ทากะจับจี้สร้อยคอเล่นไปมา

“เหมือนนายสั่งเอสเปรสโซ่ แต่ได้อเมริกาโน่”

“แต่ฉันไม่ชอบเอสเปรสโซ่”

“แค่เปรียบเทียบน่ะ”

พวกเขาเลี้ยวซ้ายที่หัวมุมถนน เข้าสู่ซอยที่แคบลงกว่าเดิม ถนนเส้นนี้เงียบเหงาพอๆ กับจิตใจของเขา

“ฉันว่ามันคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถ้านายลองมองหาดู” ทากะเดินเตะก้อนหินก้อนเล็กกระเด็นไปข้างหน้า สายตามองตามก้อนหินก้อนนั้นไป

“อะไร” โทรุสงสัย

“กุญแจ”

โทรุหยุดเดิน มือสอดเข้าไปในกระเป๋าแต่ล้วงออกมากลับว่างเปล่า เขานึกขึ้นได้ว่าลืมบางอย่างไว้ที่ห้องซ้อม…กุญแจบ้าน

“นายคงต้องนอนบ้านฉัน” ทากะพูดอย่างเข้าใจ

“คงต้องเป็นอย่างนั้น” โทรุพูดต่อ “ส่วนเรื่องนั้น ฉันลองมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง”

“เอดิสัน”

“เอดิสัน?”

“เขายังไม่ยอมแพ้แม้จะล้มเหลวไปแล้วเป็นพันครั้ง”

“ฉันไม่ได้จะผลิตหลอดไฟ”

“แค่เปรียบเทียบน่ะ”

เขาเลี้ยวขวาเข้าซอยแยกที่หน้าปากซอยมีร้านขายของชำ

“นายชอบลูกชิ้นร้านนี้” ทากะชี้นิ้วไปยังร้านค้าที่ปัจจุบันปิดอยู่

“เสียดายที่ตอนนี้ไม่เปิด”

“นายชอบแอบมาฟังป้าเจ้าของร้านเปิดเพลงยุค 80s ด้วย”

“ป้ามีรสนิยมทางดนตรีคล้ายฉัน” โทรุนึกถึงเสียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณแล้วหลับตาพริ้ม มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่น

“แถมยังทำอาหารอร่อยด้วย” ทากะต่อประโยคนั้นอย่างรู้ใจ

“ใช่ อร่อยมาก” แค่จินตนาการกลิ่นหอมอบอวลก็ทำให้น้ำย่อยเขาเริ่มทำงาน

“ป้าไม่เคยบ่นเวลานายเดินเหยียบน้ำฝนเข้าไปในร้าน แม้ร้านจะสกปรกแค่ไหน แถมป้ายังรู้ว่านายซ้อมวันไหนบ้าง และจะกลับมาเมื่อไร”

“นายพูดถูก”

“บางทีคนที่นายหาอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด”

พวกเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ทากะหยิบกุญแจขึ้นมาไข….แต่พบว่าผิดดอก

“ฉันคิดว่าเจอแล้วละ” โทรุพูดพลางมองดูทากะไขประตูบ้านตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ

“อะไร” ทากะเปลี่ยนเป็นกุญแจอีกดอก

“กุญแจ” โทรุหยิบกุญแจในมือทากะมาไข เขาหมุนเพียงครั้งเดียวก็ปลดล็อคกลอนสำเร็จ แต่มือโทรุยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ลูกบิด

เขาหันมาพูดก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

“นายคือกุญแจดอกนั้น”

 

THE END.

_______________________

จะไม่ว่าถ้าทุกคนจะอ่านไม่รู้เรื่อง 555

สำหรับคนที่สับสนอัตลักษณ์ตัวเองจนเอาทุกสิ่งที่ชอบมาปะปนกัน

อ่านแล้วอาจมีส่วนผสมของปรัชญา เรื่องสั้นอ่านยาก คำคม ความชิปนักร้อง วิทยาศาสตร์ และบ้าบอทุกอย่างที่นึกได้

แต่นี่คือเราเอง เราในยามค่ำคืนที่สติไม่ค่อยสมประกอบ

ถ้าใครอ่านจบแล้วมีความเห็นยังไงก็บอกได้นะคะ 555

เขียนโดย @puroii

Advertisements

One thought on “【ปรัชญา】 Lock and key 【Toruka】

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s