Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 4 ฉันมีเรื่องจะบอกนาย

melnyukov-moscow-post-apocalyptic-15

PIC by Vladimir Manyuhin

 

 

【Previous chapters】

Chapter 1 : ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง

Chapter 2 : เวลาคนที่นายไว้ใจกลับเป็นฝ่ายหักหลังนายเสียเอง

Chapter 3 : “ไม่เจอกันนานนะ”

 

 

ตอนที่ 4

ฉันมีเรื่องจะบอกนาย

_____________________________________________


เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพทุกอย่างขุ่นมัว ทากะกระพริบตาถี่ๆ จนปรากฏเป็นภาพทุ่งหญ้าแห้งแล้งและชายคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“นาย…”

“ไง” รอยยิ้มจางๆ ระบายอยู่บนใบหน้าโทรมๆ ของเขา

“ไม่เจอกันนานนะ”

 

“โทรุ…”

 

รัฐบาลญี่ปุ่นลักลอบทำการทดลองทางชีวภาพเพื่อสร้างวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสภายในค่ายอพยพโดยไม่ได้เปิดเผยแก่องค์กรควบคุมโรค ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดจนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายดังกล่าว ทรัพย์สินเสียหาย ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ทุกคนไร้ที่พึ่งพิง กระจัดกระจายกันไปตามที่ต่างๆ เป็นตายร้ายดีไม่มีใครรู้ และไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ เรื่องราวเหล่านี้ โทรุได้เล่าให้ทากะฟังหลังจากที่เขาหมดสติไป

ตอนนี้พวกเขาอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นแหล่งน้ำซึ่งปัจจุบันแห้งเหือดไปตามกาลเวลา หญ้าที่เคยเขียวขจีกลายเป็นสีน้ำตาลหม่น แห้งกรอบและเปราะบางราวกับเศษแก้วที่ไร้ราคา ปราศจากสิ่งก่อสร้างหรือผู้คน มีเพียงพวกเขาและเสียงลมที่โชยมาวูบไหว ประกอบกับความหวาดกลัวที่ไร้เสียงแต่สัมผัสได้ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นถ้อยคำก็ตาม

ทากะนั่งบนก้อนหินเล็กๆ ก้อนหนึ่ง เบื้องหน้าเป็นต้นไม้แคระแกร็นราวกับจะหักได้ทุกวินาที โทรุนั่งอยู่ข้างๆ มองไปยังหมู่ดาวยามค่ำคืน นานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาไม่ได้หยุดหนีจากเรื่องวุ่นวายต่างๆ เขาหวังแค่จะได้สงบจิตใจและร่างกายอันเหนื่อยล้านี้บ้าง

“แล้วนายไปอยู่ไหนมา” ทากะเอ่ยถามเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน

“ฉันอยู่ทุกที่ ตอนแรกฉันลงใต้เพราะได้ยินว่าที่นั่นมีกลุ่มสนับสนุนเรื่องอาวุธ แต่มันไม่ปลอดภัย ฉันเลยต้องย้าย” เสียงกรนของเพื่อนร่วมทางดังออกมาทำให้โทรุหันไปมอง

“แต่สุดท้ายก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัย”

“โลกที่เราอยู่ตอนนี้ไม่มีคำว่าปลอดภัย”

“ฉันอยากกำจัดพวกนั้นให้สิ้นซากไปซะ” โทรุพูดด้วยแววตาแข็งกร้าว แววตาที่บ่งบอกถึงความเคียดแค้นที่เก็บลึกอยู่ภายในจิตใจ

ทากะนั่งมองพื้นดิน มือข้างหนึ่งลูบต้นแขนขวา ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างกายภายในเสี้ยววินาที เขารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาแรงๆ อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนเหงื่อไหลซึมออกมาตามเนื้อตัว เขารู้สึกเวียนศีรษะ ปั่นป่วนในช่องท้อง หรือเป็นเพราะศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนตอนที่เขาหมดสติไป ทากะคิด

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า” คนที่นั่งข้างๆ ถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเขา

“สงสัยยังมึนๆ อยู่น่ะ” ทากะตอบ ฝืนยิ้มระงับความผิดปกติในร่างกายเอาไว้ “เดี๋ยวก็คงหายเอง”

ทั้งคู่นิ่งเงียบฟังเสียงลมพัดครู่หนึ่ง

“ดีใจที่ได้เจอนะ” โทรุยิ้มให้เพื่อนของเขา

“ฉันก็เหมือนกัน” ทากะตอบ

“นายยังเหมือนเดิมเลยนะ….เตี้ยไม่เปลี่ยนเลย” โทรุหันไปมองยักคิ้วใส่ด้วยสายตากวนประสาท

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” ทากะทำท่าจะทุบโทรุด้วยหมัด “แกก็ยังกวนโอ๊ยเหมือนเดิม”

“ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะทั้งคู่ดังก้องทั่วบริเวณ ดับความเงียบงันของยามค่ำคืน

“งั้นพักผ่อนเถอะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว” โทรุลุกขึ้น ปัดฝุ่นจากกางเกง แล้วเดินไปรูดซิบเต็นท์เปิดออก เขากำลังก้าวเข้าไปด้านใน

“นายจะเข้ามาหรือเปล่า” โทรุหันหน้ามาถามแล้วขยิบตา

“อ…เออ กำลังไป”

 

 

รุ่งเช้าพวกเขาตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมอบอวลของอาหารและแสงอาทิตย์ร้อนแรงจากฟ้าเบื้องบน

“เราต้องประหยัดวัตถุดิบ ฉันเลยทำแค่นี้” ทากะกล่าว ไม่มีใครโต้แย้งอะไร ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี ถ้าไม่มีอาหาร พวกเขาก็อยู่ไม่ได้

“แต่สิ่งสำคัญคือน้ำ” โทโมยะพูด “ที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำเลย”

“ถูกเผง” เรียวตะใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งยกขึ้นมาเหมือนปืนเล็งไปที่โทโมยะ

“และพวกเราก็กำลังจะโดนแดดเผาตาย” ทัตสึเสริม “ที่นี่ไม่ใช่ที่พักที่ดี”

ทุกคนหันไปมองโทรุ หวังจะได้คำตอบอะไรบางอย่าง ดูเหมือนตอนนี้เขากลายเป็นแม่ทัพเสียแล้ว

“อย่าห่วงไป ฉันมีแผน”

 

 

หลังจากที่พวกเขาเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางเสร็จก็เป็นเวลาค่ำเสียแล้ว แต่พวกเขาจะรอช้าไม่ได้ ทุกคนต้องออกเดินทางภายในวันนี้เพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมายทันเวลา สิ่งที่โทรุบอกดูเป็นเหตุเป็นผลและน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” โทโมยะป่าวประกาศเริ่มต้นการเดินทาง

เสียงฝีเท้าก้าวย่างท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงดาวและแสงสว่างของไฟฉายคอยนำทาง อากาศตอนกลางคืนกลับมาติดลบอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องปกติของสภาวะโลกร้อน ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นโลกที่กำลังจะสิ้นอายุขัย

“ตอนเด็กพวกนายอยากเป็นอะไร” จู่ๆ เรียวตะก็ถามขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ “ฉันอยากเป็นนักบิน ฉันอยากรู้ว่าตอนอยู่บนฟ้ามันรู้สึกยังไง ฮ่าๆ”

“ฉันอยากเป็นนักดนตรี” ทัตสึตอบ “ตอนเด็กฉันเคยเห็นในทีวี มันสุดยอดไปเลย เสียดายที่ไม่เหลือให้เล่นอีกแล้ว”

“ฉันเคยเห็นทรอมโบนของปู่ รู้ไหมว่ามันเหมือนอะไร มันเหมือนปืนยาวที่สร้างมาผิดพลาด ฮ่าๆๆ” โทโมยะขำ “เป็นนักวิทยาศาสตร์เจ๋งกว่าเยอะ ได้เล่นกับสารเคมีและหลอดทดลอง”

ทุกคนรอคำตอบจากคนที่เหลือ

“มองอะไร” โทรุส่งสายตาถาม

“ตานายแล้ว” เรียวตะขะยั้นขะยอ

“ฉันไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้น”

“โห่ นายนี่น่าเบื่อชะมัด” โทโมยะส่ายหน้า

“แล้วนายล่ะ ทากะ”

….

..

.

“เฮ้ ทากะ ฟังอยู่หรือเปล่า”

 

ไร้เสียงตอบกลับจากเจ้าของชื่อ

โทโมยะหันหลังไปแต่ไม่พบใคร มีเพียงทิวทัศน์ว่างเปล่าของทุ่งหญ้าแห้งเหือด

“ทากะ!!” หลังได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกจากด้านหลัง คนที่เดินอยู่ด้านหน้าจึงหันหลังกลับมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทากะหายไปไหน!” โทโมยะแตกตื่น ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หันซ้ายหันขวาเพื่อหาตัวเพื่อนร่วมทาง

“บ้าเอ๊ย!” โทรุจิ๊ปากแล้วหลับตาสงบสติ ทุกคนส่องไฟฉายไปทุกทิศทาง แต่ยังไม่พบแม้แต่เงาของทากะ

“เราแยกกันหาแล้วกัน พวกนาย…” โทรุชี้ไปที่เรียวตะและทัตสึ “ไปทางตะวันออก”

“เดี๋ยวฉันกลับไปทางเดิม” โทรุพูด

“งั้นฉันไปกับนาย” โทโมยะกล่าว

“ไม่ต้อง นายไปทางตะวันตก” โทรุชี้ไปที่อีกฝั่ง “อีกชั่วโมงกลับมาเจอกันที่นี่ ถ้าใครไม่มาก็ออกเดินทางก่อนเลย” ทุกคนตกลงกันตามนั้นและเริ่มออกตามหาทากะ

ความหงุดหงิดและโมโหเข้ากล้ำกรายสติสัมปชัญญะของโทรุชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกว้าวุ่นที่เพื่อนสนิทหายตัวไป เขาไม่พร้อมสำหรับความสูญเสีย เขาจะไม่ยอมสูญเสียใครไปอีกแล้ว

ทุกก้าวย่างที่เดินไปยิ่งทำให้ใจเขาครุกรุ่น เพราะยิ่งหาก็ยิ่งไม่พบร่องรอยของทากะ ที่โล่งแบบนี้จะไปอยู่ที่ไหนได้ อาจมีใครลักพาตัวไป หรือจะมีซอมบี้อยู่แถวนี้ ความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามา เขาสะบัดศีรษะครั้งหนึ่งเพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป

ไฟฉายส่องไปรอบกาย มีแต่ต้นไม้ที่ไม่เหลือใบ ต้นหญ้าแห้งๆ และเศษก้อนหินดินทราย

ไปไหนนะเจ้าบ้านั่น

 

“นั่นมัน…”

 

เขาเห็นรอยเลือดอยู่บนพื้น โทรุก้มลงไปพิจารณาและใช้นิ้วปาดดู เลือดนี่ยังใหม่อยู่ เหมือนเพิ่งมีคนบาดเจ็บเดินผ่านมา เขาส่องไฟฉายไปตามทางที่รอยเลือดนั้นพาไป ภาพตรงหน้าคือร่างของชายคนหนึ่งกำลังดิ้นทุรนทุราย

“ทากะ!!” โทรุกระวีกระวาดเข้าไปหาคนตรงหน้า “นาย…” โทรุตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เขาเคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน

“ฉัน…อั่กก…” ทากะพยายามกัดฟันพูด แต่ความเจ็บปวดทรมานที่ก่อตัวในร่างกายมันเกินจะต้านทานไหว เลือดไหลอาบมือซ้ายที่กุมแขนขวาเอาไว้จนชุ่ม

“โทรุ…ฉันมีเรื่องจะบอกนาย”เขากัดฟันพูดออกมาในที่สุด

“อะไร”

ทากะเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแผลเหวอะที่ต้นแขน

 

“ฉันกำลังจะกลายเป็นซอมบี้”

 

TO BE CONTINUED.

 

 ______________________

หายไปนาน แถมกลับมาก็สั้นมากอีก แง

ขอโทษทุกคนที่รอนะ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านค่า

เขียนโดย @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #OORซอมบี้

Advertisements

4 thoughts on “【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 4 ฉันมีเรื่องจะบอกนาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s