jinsei game

【OOR fic】 Jinsei Game : Prologue + Chapter 1

 jg

 

 

คำแนะนำ : กรุณากดฟังไฟล์เสียงทุกครั้งเพื่ออรรถรส

 

 

 Prologue

 

 

ชายที่สวมเฮดโฟนอยู่ชักสีหน้าเมื่อได้ยินเสียงรบกวนไม่คุ้นหูส่งผ่านเข้ามาในระบบ คิ้วขมวดจนชนกันเป็นเส้นตรง ผลจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า แถมยังต้องมาเจอปัญหาเอาเสียตอนจะเลิกงานอีก มือหยาบกร้านเคลื่อนไปนวดขมับที่เต้นตุบๆ แล้วหลับตาลงพักหนึ่งก่อนที่จะกลับไปเคาะแป้นคีบอร์ดต่อ เสียงนิ้วกระทบแป้นคีบอร์ดรัวเร็วด้วยความชำนาญ เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็พิมพ์เสร็จ นิ้วชี้ขวาเอื้อมไปสัมผัสปุ่ม enter เขาจ้องมองไปยังจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแต่กลับทำให้เขาอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม ชายคนนั้นกระชากเฮดโฟนออกอย่างไม่สบอารมณ์ หมุนเก้าอี้มาหาเพื่อนร่วมงาน

“เครื่องบ้านี่เป็นอะไรไม่รู้ มาดูให้ที”

“โวยวายอะไรครับ” ชายคนที่ดูอายุน้อยกว่าลุกจากที่นั่งประจำมาสมทบ เขารับเฮดโฟนมาใส่แล้วนั่งลงแทนเจ้าของคนเก่า เก้าอี้ยังคงอุ่นจากการที่มีคนนั่งทับ

ชายหน้าใหม่ตั้งใจฟังเสียงเจ้าปัญหาที่รังควานเพื่อนร่วมงานจนปัญหาต้องตกมาที่เขา

“นี่มันอะไร…” ชายหนุ่มพึมพำออกมา

“คลื่นรบกวนอะไรบางอย่าง ฉันแก้มาเป็นสิบนาทีแล้วก็ไม่หาย หงุดหงิดเป็นบ้า” ชายเจ้าอารมณ์เท้าแขนที่พนักเก้าอี้จ้องมองไปยังจอคอมพิวเตอร์ คลื่นเสียงแปลกประหลาดส่งสัญญาณเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“มันกำลังเล่นซ้ำๆ อยู่” ชายหนุ่มเอานิ้วลูบคางพลางครุ่นคิด “เหมือนต้องการบอกอะไรบางอย่าง”

“ไร้สาระ” คนข้างหลังประท้วง “รีบทำให้เสร็จๆ ไป ฉันจะกลับบ้าน”

“คุณมีเศษกระดาษไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง เพื่อนของเขาเลิกคิ้วขึ้นแสดงความฉงน แต่ก็ค้นเศษกระดาษในกระเป๋าเสื้อยื่นให้

ชายหนุ่มหยิบดินสอข้างๆ มาเคาะจังหวะตามสองสามรอบแล้วขีดเขียนลงไปบนแผ่นกระดาษ เขาส่งแผ่นกระดาษนั้นไปด้านหลังและหันเก้าอี้ไปเผชิญหน้าชายที่สูงอายุกว่า

“นี่มัน…” ทั้งคู่จ้องตาอย่างเข้าใจกัน

“มีคนต้องการความช่วยเหลือ”

_____________________________

 

ตอนที่ 1


ONE OK ROCK เป็นวงดนตรีจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก พวกเขามียอดขายอัลบั้มสูงสุดติดต่อกันเป็นปรากฏการณ์ ทำลายสถิติทุกวงที่เคยมีมาจนสิ้นซาก พวกเขามีคอนเสิร์ตและทัวร์ทั่วโลกไม่เว้นแต่ละวัน ตารางแน่นขนัดยาวไปจนถึงปีหน้า ผู้คนแห่แหนกันมาจากทุกหนทุกแห่งเพียงเพื่อมาพบพวกเขา ทุกสื่อในและนอกประเทศล้วนต้องการสัมภาษณ์และเชิญชวนไปร่วมงาน พวกเขาได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็น “วงดนตรีที่ทำให้โลกหยุดหมุน” ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วทุกพื้นที่ ตอนนี้พวกเขาฉุดไม่อยู่แล้ว

ONE OK ROCK มาทัวร์ที่อเมริกาเป็นประจำ แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดมาที่นี่อีก

“ชิคาโก้!!! ยังไหวไหม!!!” เสียงทรงพลังของนักร้องนำกระตุ้นให้กลุ่มคนดูส่งเสียงเฮอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขายังอยากสนุกต่อ

“เพลงสุดท้าย!! Are you ready?” สิ้นสุดเสียงกรีดร้องจากด้านล่าง เสียงดนตรีหนักแน่นก็ดังประสานกันเป็นจังหวะเร้าใจทำให้บรรยากาศในเวนิวลุกเป็นไฟอีกครั้ง ทุกคนกระโดดและโยกศีรษะตามจังหวะเพลงจนวินาทีสุดท้าย

 

 

ทากะมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำ แต่ตึกระฟ้ามากมายยังมีแสงหลากสีสะท้อนออกมา เสียงรถยนต์ด้านล่างบีบแตรไล่กัน ผู้คนในชุดโฉบเฉี่ยวเดินไปมาข้างถนนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ช่างเป็นเมืองที่ไม่ยอมหลับนอนจริงๆ

“ทัวร์รอบสุดท้ายก็ใจหายเหมือนกันนะ” เขามองเห็นเงาสะท้อนในกระจกของชายหนุ่มที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา

“อย่าเพิ่งเสียใจไป” โทรุยกมือขึ้นสางผมเปียกๆ ของเขา “ฉันมีข่าวดีจะบอก”

ทากะมองหน้ามือกีตาร์อย่างอยากรู้อยากเห็น รอจังหวะให้อีกฝ่ายพูดต่อ

โทรุยื่นตารางทัวร์ออกมาให้ดู ทากะรับมันไว้ในมือ

“ตารางเดือนนี้นี่” ทากะขมวดคิ้วสวยของเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ใช่ แต่ดูนั่น” โทรุใช้นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มลงไปที่วงกลมสีแดงท้ายตาราง

 

tour copy1

 

“ทำไมฉันไม่รู้มาก่อน” ทากะถามอีกฝ่าย

“มีการเพิ่มรอบกะทันหัน” โทรุใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมทำให้น้ำกระเด็นไปถูกทากะ นักร้องนำมองอย่างไม่สบอารมณ์ โทรุจึงยกมืออีกข้างขึ้นเป็นเชิงขอโทษแล้วพูดต่อ “ครั้งนี้เป็นวันแมน ไม่มีวงอื่นมาแจมเลย”

“พูดเป็นเล่น!” ทากะพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาเขาลุกวาวเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ เขาอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว

“แต่ Dealer View นี่มันที่ไหน ไม่เห็นเคยไปเล่นมาก่อนเลย” ทากะพูดอย่างคลางแคลงใจ

“ไปถึงก็รู้เอง”

 

 

วันรุ่งขึ้นมีรถตู้ส่วนตัวมารับพวกเขาทั้งสี่คนไปยังที่หมาย คนขับรถเล่าว่า Dealer View เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีผู้คนอยู่อาศัยไม่มากนัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีสถานบันเทิงและฮอลล์สำหรับจัดคอนเสิร์ต พวกเขาจะรู้สึกเป็นอิสระที่นั่น ไม่ต้องมากังวลว่าใครจะมายุ่งวุ่นวายเหมือนในเมืองใหญ่

การเดินทางใช้เวลานานกว่าที่คิด พวกเขาฆ่าเวลาด้วยการเล่นไพ่โป๊กเกอร์และดูหนังเรื่อง Shutter Island บนรถ ระหว่างทางมีทุ่งหญ้าขนาบถนนทั้งสาย มีบ้านคนประปราย ทากะคิดว่าอีกสักพักคงเข้าเขตตัวเมือง ทากะนั่งมองวิวข้างทางเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จนเผลอหลับไป

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพบว่ารถตู้มาหยุดอยู่หน้าบ้านทรงยุโรปหลังหนึ่ง ทากะสะลึมสะลือเลิกเปลือกตาสู้แสงด้านนอก

“น้ำลายย้อยแล้ว ฮ่าๆ” เรียวตะสะพายเป้ที่บรรจุเบสของเขาเดินลงจากรถตู้แต่ไม่วายหันกลับมาแซว คนโดนแซวเขม่นตาใส่แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้เดินตามลงไป

พอลงมายืนอยู่หน้าบ้านจริงๆ เขาถึงพบว่าบ้านหลังนี้ใหญ่กว่าที่คิด ไม่สิ เรียกได้ว่ามหึมา

“ให้พวกเราอยู่ที่นี่จะดีเหรอ” โทโมยะเดินมาสมทบ มองภาพด้านหน้าแล้วแทบไม่เชื่อสายตา

“ฉันนึกว่าจะอยู่โรงแรมเหมือนทุกครั้งเสียอีก” โทรุเดินกลับมายกของส่วนตัวที่เหลือแล้วมาหยุดยืนข้างๆ ทากะ

“ฮ่ะๆๆ ไม่ต้องเกรงใจๆ” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลังทำให้ทุกคนหันไปมอง ชายอเมริกันร่างท้วมเดินลงมาจากรถตู้ที่ตามมาทีหลัง ในมือถือไม้เท้าคอยค้ำยัน เขาโบกไม้โบกมือให้สต๊าฟไปจัดการยกของลงจากรถ เขาคือคนประสานงานกับทางบริษัทที่อเมริกาและช่วยดูแลสารทุกข์สุขดิบของสมาชิกวง

“ทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านพวกเธอเถอะ ฮ่ะๆๆๆ” ชายคนนั้นหัวเราะ หนวดกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะ เขาหยุดหัวเราะแล้วหอบหายใจครู่หนึ่งจึงอธิบายต่อ

“เราสร้างที่นี่ไว้รองรับวงดนตรีต่างแดนเวลามาทัวร์น่ะ สะดวกดีใช่ไหมละ” มือท้วมหมุนลูกบิดประตูแล้วก้าวนำเข้าไป เขาเดินเซซ้ายที ขวาทีตามน้ำหนักตัว ผายมือชี้ตามห้องต่างๆ “นี่ห้องกินข้าว นั่นห้องนั่งเล่น ส่วนสุดทางเป็นห้องครัว”

“ชั้นสองมีห้องนอน 4 ห้อง เลือกกันตามสบายเลย ฉันคงเดินขึ้นไปไม่ไหว” เขาใช้มือข้างที่ว่างชี้ไปยังเข่า

“ว้าว” โทโมยะทำหน้าเคลิ้มฝัน “งั้นฉันไปก่อนล่ะ” เขาวิ่งปรู๊ดขึ้นบันไดแซงไปก่อน พอขึ้นไปถึงชั้นบนก็หันกลับมาฉีกยิ้มโบกมือ

“เด็กจริงๆ เลย” โทรุส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสาของมือกลอง “คนสุดท้ายล้างจาน!” พูดจบ เจ้าตัวก็พุ่งตามไปจนเกือบสะดุดบันไดขั้นสุดท้าย

“หนอย!” เรียวตะเหลียวมองทากะแล้วรีบกระโจนออกไป

“เฮ้อ จริงๆ เลย” ทากะถอนหายใจแล้วหันไปขอบคุณชายอเมริกัน “โทษทีนะครับ พวกเขาเป็นแบบนี้แหละ”

“ไม่เป็นไรหรอก เด็กหนุ่มนี่ดีจริงๆ ฮ่ะๆๆ” ชายต่างชาติกระแอมไอ “งั้นตามสบายเถอะ”เขาหันหลังทำท่าจะเดินกลับไป

“เดี๋ยวก่อนครับ” คำพูดของทากะหยุดฝีเท้าของชายที่หันหลังอยู่ “เอ่อ…ให้พวกเราอยู่กันแค่นี้เหรอครับ”

“แน่สิ! พวกเราไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัวของพวกนาย”

“แล้วพวกบอร์ดี้การ์ด…”

“ไม่จำเป็นหรอก ที่นี่ระบบรักษาความปลอดภัยดีเสียกว่าทำเนียบขาวเสียอีก ฮ่ะๆๆ” ชายร่างท้วมพูดทีเล่นทีจริง

ทากะหันไปพิจารณารอบๆ บ้าน ผนังติดวอลเปเปอร์เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา เฟอร์นิเจอร์สะอาดสะอ้านราวกับมีคนทำความสะอาดทุกวัน ดอกไม้ในแจกันก็ดูสดใหม่เหมือนเพิ่งเปลี่ยน หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงแดดภายนอก

“แล้ว…” หันกลับมาอีกที ชายร่างท้วมก็หายไปเสียแล้ว

เขาเดินไปยืนตรงหน้าต่างและมองรถตู้เคลื่อนจากไป เขาจ้องจนมันห่างออกไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนลับตาไป

 

 

24 เมษายน 2559

17.45 น.


“เฮ้ เตรียมตัวเถอะ อีกเดี๋ยวรถจะมารับแล้ว” โทรุตะโกนขึ้นไปด้านบนเพื่อเรียกสมาชิกในวงคนอื่นๆ หรือจะพูดให้ถูกก็เรียกมือกลองแค่คนเดียว

“อีกเดี๋ยวเดียว ฉันขออัพไอจีก่อน” โทโมยะตะโกนลงมา

เรียวตะนั่งใส่หูฟังซ้อมเบสของเขาอยู่ตรงโซฟามุมห้อง ส่วนทากะกำลังวุ่นอยู่กับการเช็คของ จะได้ไม่พลาดตกหล่นชิ้นไหนไปจนทำให้เขาเสียอารมณ์อีก

“มาแล้วๆ” โทโมยะกระโดดโลดเต้นลงมาพร้อมควงไม้กลองโชว์หนึ่งที

“มาแล้วก็ช่วยยกหน่อย” โทรุบ่นพลางแบกกีตาร์สะพายบ่าทั้งสองข้าง

“ครับๆ”

 

 

24 เมษายน 2559

18.05 น.


“ทำไมรถยังไม่มาเลย” เรียวตะถามขึ้นหลังทุกคนนั่งแกร่วอยู่ที่ห้องรับแขกจนเกินเวลานัดแล้ว

“รถติดหรือเปล่า” โทโมยะตอบ สายตาจดจ้องที่หน้าจอมือถือ มือทั้งสองข้างวุ่นอยู่กับการกดหน้าจอ เขาคงเล่นเกมอีกตามเคย

“เพิ่งผ่านมา 5 นาทีเอง รออีกหน่อยก็ได้” โทรุเสนอ

ทากะยืนอยู่ข้างหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปยังถนน แต่ก็ไม่มีวี่แววของรถตู้ผ่านมา

 

 

24 เมษายน 2559

 18.15 น.

 

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ภายนอกเริ่มมืดลง มองเห็นต้นไม้และบ้านหลังอื่นเป็นเพียงเงาดำ

โทรุยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

“ฉันว่ามันช้าไปแล้ว” มือกีตาร์พูดขึ้นอย่างร้อนใจ เขาเดินซ้ายทีขวาทีกลับไปมา

“ฉันจะโทรไปถามดู” โทรุยกหูโทรศัพท์กดเบอร์ที่บันทึกไว้ สีหน้าเคร่งเครียดเฝ้ารอการตอบรับจากปลายสาย เขาวางแล้วกดอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

“โทรไม่ติด” โทรุยอมแพ้ในที่สุด “นายลองดูไหม ทากะ”

ทากะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เขารอสักพักใหญ่แล้วจึงหันมาส่ายหน้า

“บ้าน่า” โทรุบ่น “มีเบอร์อื่นไหม”

“ลองถามจามิลสิ” โทโมยะเสนอความเห็น

“จามิลอยู่ญี่ปุ่น” เรียวตะตอบอย่างเซ็งๆ

“อ้อ ลืมไป แหะๆ” โทโมยะใช้ไม้กลองในมือเกาหัวแก้เขิน

“เราไปกันเองดีไหม โบกแท็กซี่เอา” ในฐานะหัวหน้าวง โทรุจึงเสนอทางเลือกที่เขาคิดว่าดีที่สุดให้กับสมาชิก

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย โทรุจึงเดินไปยังประตูและหมุนลูกบิด

กึก

เขาหมุนอีกครั้ง

กึก

ครั้งนี้เขาออกแรงมากกว่าเดิม

กึก

“ประตูล็อค” โทรุหันมาสบตานักร้องนำ

ทากะหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงออกมา เขาสอดมันในรูกุญแจแล้วหมุนดู แต่เปล่าประโยชน์ เขาลองเปลี่ยนจนครบทุกดอก แต่ก็ไม่ได้ผล

“มีอะไรเหรอ” เรียวตะกับโทโมยะชะเง้อคอมามองด้วยความอยากรู้

“ถอยไป” โทรุโบกมือไล่ทุกคนให้ออกห่าง เขาเดินถอยออกมาจากประตู เว้นระยะเล็กน้อย แล้ววิ่งเข้าปะทะบานประตูอย่างเต็มกำลัง

แต่ประตูยังคงนิ่งสนิท เหมือนไม่ได้รับการกระทบกระเทือนมาก่อน

“หน้าต่างใหญ่ขนาดนี้ น่าจะขนของออกได้” เรียวตะมองไปยังหน้าต่าง

“ไม่มีที่เปิด มันเป็นกระจกฝัง” ทากะพูด

“งั้นคงต้องทุบ” โทโมยะพูดออกมาอย่างไม่เดือดร้อนอะไร

 

ทุกคนยืนเรียงอยู่หน้ากระจกบานใหญ่

“เพราะฉันพูดเลยต้องเป็นคนทำงั้นเหรอ ไม่ยุติธรรมเลย!” ในมือโทโมยะมีค้อนที่ถูกยัดเยียดจากเพื่อนๆ เขาทำหน้าเหยเกมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ตอนนี้ด้านนอกมืดสนิทแล้ว มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟถนนไม่กี่ดวง

“พวกเราตายแน่ ตายแน่ๆ ต้องโดนด่าจนเละเป็นผุยผง ไม่เหลือชิ้นดี” โทโมยะบ่น

“ถ้าไปไม่ทันคอนเสิร์ต เราโดนหนักกว่านี้แน่” ทากะพูด

“เอาก็เอา!” โทโมยะง้างแขนที่จับค้อนขึ้น เขาหลับตาแน่น แขนค้างอยู่ที่จุดสูงสุดแล้วเหวี่ยงลงมาในที่สุด

..

.

“เฮ้ย!” โทโมยะตกใจกับภาพที่เห็นข้างหน้า กระจกไม่มีร่องรอยใดๆ ไม่มีแม้แต่รอยร้าวเล็กๆ ให้เห็น

“ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าทำเนียบขาวไง หึ” ทากะนึกถึงคำพูดของชายชาวอเมริกันตอนนั้นแล้วยิ้มมุมปาก

“สถานการณ์เลวร้ายของแท้” เรียวตะพึมพำเบาๆ จากด้านข้าง เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พวกเขาติดอยู่ในบ้านหลังนี้

“โทรหาตำรวจเถอะ” โทรุเสนอ

“ตกลงตามนั้…” ทากะยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ได้ยินเสียงประหลาดดังออกมา มันเป็นเสียงคลื่นรบกวนบางอย่าง

“ทีวี!” เรียวตะชี้ไปยังจอโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ตรงข้าม เสียงซ่าดังออกมาจากลำโพง จอโทรทัศน์ฉายภาพแปลกประหลาดจนพวกเขามองไม่ออกว่าเป็นภาพอะไร สัญญาณขาดหายในช่วงแรก จนสุดท้ายก็ปรากฏภาพให้เห็นแจ่มชัด มันเหมือนภาพศิลปะสมัยโบราณที่ดูแล้วไม่เข้าใจ ทุกคนสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น มองซ้าย มองขวาเพื่อหาคำตอบ

ในไม่ช้าโทรทัศน์ก็ส่งเสียงประหลาดออกมา

 

 

hqdefault

 

 

 

This is not a game.

Your life depends on the choice you make.

Choose wisely.

これはゲームではない。

あなたの人生は、あなたが選んだ選択の結果。

よく考えて選んでください。

 

 

 TO BE CONTINUED.

___________________________________

เรียกได้ว่าเป็นฟิคชั่นที่พยายามจะทำตัวเองเป็นหนัง

จะคิดว่ามันเป็นหนัง psychological thriller ต้นทุนต่ำก็ได้

สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนทฤษฎีหรือคอมเม้นท์ได้เสมอ จะในบล็อกนี้หรือที่แฮชแท็กทวิตก็ได้นะคะ

 หวังว่าทุกคนจะสนุกกับมัน ขอบคุณที่อ่านค่ะ

writer/sound&photo editor : @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ฟิคจินเซย์

Advertisements

9 thoughts on “【OOR fic】 Jinsei Game : Prologue + Chapter 1

  1. ตบเข่าด้วยความสะใจ โอ้ยชอบฟิคแบบนี้มากพวกเรามันพวกเขียนหวานๆไม่เป็นต้องแนวนี้เท่านั้น555 ชอบตรงที่มันทั้งภาพทั้งเสียงประกอบ ชอบมากๆตรงการเก็บคาแรคเตอร์ได้ดีมาก โทโมยะนี่โคตรโทโมยะเลย 5555 ขออัพไอจีก่อนและโดนสั่งให้ลองอะไรแปลกๆ น่าติดตามมากเลย รู้สึกว่าจะแนว Psychological Thriller ใช่ไหมเอ่ยเพราะชอบแนวนี้มาก เหมือนเป็นแนวที่แสดงท่าแท้ของมนุษย์เลยประมานนั้น ตื่นเต้นมากว่าพี่พลอยจะจัดการเชือดใครไหม 5555 เรื่องเสียงประกอบ มั่นใจมากว่าอันแรกคือรหัสมอสแต่ถอมมอสไม่เป็น5555 เหมือนดูหนังอยู่เลยรอติดตามค่ะ

    Liked by 1 person

  2. Pingback: puroii

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s