Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 5 หวังว่านายจะเข้าใจ

black_market_final_l

PIC : http://artinrussia.org/vladimir-manyuhin-modern-graphic-design/

 

【Previous chapters】

Chapter 1 : ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง

Chapter 2 : เวลาคนที่นายไว้ใจกลับเป็นฝ่ายหักหลังนายเสียเอง

Chapter 3 : “ไม่เจอกันนานนะ”

Chapter 4 : ฉันมีเรื่องจะบอกนาย

 

 

ตอนที่ 5

หวังว่านายจะเข้าใจ

_____________________________________________

 

 

“โทรุ…ฉันมีเรื่องจะบอกนาย”เขากัดฟันพูดออกมาในที่สุด

“อะไร”

ทากะเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแผลเหวอะที่ต้นแขน

 

“ฉันกำลังจะกลายเป็นซอมบี้”

 

 

โทรุอ้าปากทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ริมฝีปากของเขาเผยอออกแล้วหุบลง เขาส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ

“ใจเย็นก่อนทากะ เกิดอะไรขึ้น” มือสองข้างประคองร่างกายท่อนบนของเพื่อนรักเอาไว้ เลือดอุ่นๆ ไหลย้อนลงมาที่มือของเขา โทรุรู้สึกกระอักกระอ่วนและหวาดกลัวจนไม่ทันสังเกตว่ามือของเขากำลังสั่นเทา

“คงเป็นตอน..ฉ…ฉัน…อ้ากกกก…” เสียงร้องเจ็บปวดของคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกทรมานแทน โทรุถอดเสื้อนอกของเขามาพันต้นแขนทากะ หวังจะหยุดเลือดที่ไหลออกมา

“ตอนฉัน…เฮือก…สู้กับพวกนั้น” หน้าอกของทากะขยับขึ้นลงรัวเร็ว

“แผลนี่…” ทากะชี้ไปที่แผลบริเวณต้นแขน “มันลุกลาม…”

“ฉันจะช่วยนายเอง” โทรุพยายามเช็ดหยาดเหงื่อตามร่างกายของทากะ อุณหภูมิร่างกายทากะสูงมาก เขารู้สึกเหมือนกำลังถือก้อนถ่านที่ติดไฟ เขาจับชีพจรของเพื่อนสนิท มันเต้นเร็วและเบา

“ฉัน…ไม่ไหวแล้ว…” ทากะพูดด้วยเสียงแหบพร่า เขากัดฟันทนความปวดร้าวที่ปะทุอยู่ภายใน ร่างกายเขาเหมือนระเบิดที่กำลังนับถอยหลังและมันก็ใกล้หมดเวลาเต็มที ราวกับมีเฮอริเคนหมุนวนภายในช่องท้องหรือใครบางคนเอามีดมากรีดผิวหนังของเขาทีละเล็กทีละน้อย

“ฆ่าฉันที…” ทากะมองตรงไปยังโทรุ นัยน์ตาสีดำขลับสะท้อนใบหน้าของชายที่คุ้นเคย มือสั่นเทิ้มเอื้อมไปหยิบกระบอกปืนที่ขโมยมาจากคลังเก็บอาวุธส่งให้คนตรงหน้า

แต่เขาไม่รับมันมา

“ไม่เอาน่า” โทรุส่ายหน้า ก้มหัวงุดต่ำ มองเห็นน้ำตารื้นในดวงตาแต่เขาไม่สนใจ ไม่แม้แต่พยายามจะกลั้นมันไว้

 

 

“โทรุ!! หนีไป!!”

“แม่!! แม่!!!”

ก้อนอิฐจำนวนมากร่วงหล่นลงมา เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เขามองไม่เห็นภาพเบื้องหน้า หูของเขาอื้ออึงไปด้วยเสียงวี้ด เด็กชายในชุดมอซอไอโคลกๆ มือข้างหนึ่งอุดปากและจมูก อีกมือเล็กโบกปัดเศษฝุ่นตรงหน้า

 

 

“ฉัน…จะกลายเป็น…พวกมัน” ทากะกลืนน้ำลายที่แห้งผาก ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นและลงเป็นจังหวะ

“ไม่ ฉันจะไม่ทำแบบนั้น”

 

 

ร่างของหญิงคุ้นตาจมอยู่ใต้ก้อนอิฐ ใบหน้าที่เคยมอบรอยยิ้มให้เขาเหลือเพียงใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของหุ่นเชิด แววตาที่แสนอบอุ่นคู่นั้นปิดสนิท

ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่ง

“ไม่!!!! ไม่!!! อ้ากกกกกกก”

เด็กชายคนหนึ่งทรุดลงกับพื้น มือสองข้างปกปิดใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก

 

 

“ฉันจะหาทาง”

“โทรุ…”

 

 

เขาได้ยินเสียงก้อนอิฐร่วงหล่นลงมา  เด็กชายเงยหน้าไปพบร่างของหญิงคนเดิมกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากกองอิฐที่พังลงมาถล่ม

“แม่….” แววตาของเขาเบิกโพลง ปาดน้ำตาที่หลั่งไหลบนใบหน้า เขารีบรุดไปช่วยยกก้อนอิฐออกจากร่างคนสำคัญของเขา

“แม่เป็นอะไรไหม” แววตากลมโตสอดส่องลอดเส้นผมพะรุงพะรังที่บดบังใบหน้าของหญิงที่เขารัก

คนที่เขาเรียกว่าแม่เงยหน้าขึ้นมา แต่นั่นไม่ใช่แม่คนเดิมของเขา

มือของมันไขว่ขว้า ส่งเสียงหวีดแหลมน่าเกลียด มือกวัดแหว่งจนพบกับไหล่ของเด็กชาย ปากอ้าพะงาบ ก้มหน้าประชิดเข้ามา

เขาจ้องใบหน้าที่คุ้นเคย ภาพรอยยิ้มบนโต๊ะอาหารเช้า จูบราตรีสวัสดิ์แผ่วเบาก่อนนอน เสียงไพเราะที่ร้องเพลงขับกล่อม และอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น

ปัง!!!

“ฮึก…ฮึก…” เขาทรุดตัวลงช้าๆ เหวี่ยงกำปั้นกระทบพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเลือดไหลซึมทั่วทั้งมือ

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

 

เขาฆ่าแม่ตัวเอง

 

 

ทากะส่งสายตาอ้อนวอน เขาเริ่มหายใจรวยริน ชีพจรเต้นช้าลง โทรุรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องทำมันอยู่ดี เหมือนกำลังได้ยินคนบนฟ้าส่งเสียงหัวเราะเยาะเขาอยู่ เขาพรากชีวิตแม่ตัวเองและกำลังจะหยุดลมหายใจของเพื่อนสนิท เขามันก็ฆาตกรดีๆ นี่เอง

อุณหภูมิร่างกายของทากะลดลงจากเดิม สัมผัสที่ผิวหนังเย็นเฉียบ เปลือกตาปิดสนิท ทากะแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนโทรุ เขาหมดสติไป

หลังจากสมองปรับกลไกภายในร่างกายก็เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที นั่นคือสิ่งที่เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ โทรุนับถอยหลังในใจ เขาต้องตัดสินใจแล้ว สายตาเหล่มองไปยังกระบอกปืนที่ห้อยอยู่หลวมๆ ในมือทากะ หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกสับสนปนเป เขาหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ โทรุสูดลมหายใจเข้าและผ่อนออกอย่างช้าๆ แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น แววตาที่กระทบแสงไฟสะท้อนความแน่วแน่ เขาเอื้อมไปหยิบปืนในมือทากะ

แต่ทันใดนั้น

 

!!

 

ฝ่ามือของทากะขยับมากุมมือเขาไว้แน่น บ้าน่า เขาตัดสินใจช้าไปงั้นเหรอ โทรุพยายามขัดขืน ดึงมือออกจากการเกาะกุมนั่น

ร่างกายของทากะกระตุกครั้งหนึ่งและเด้งพรวดขึ้นมา

“ฮ…เฮือก..!!” ชายที่เคยนอนอยู่ตรงหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ แววตาเบิกโพลง หอบหายใจ ถี่รัว

“เดี๋ยว!! แฮ่ก…ฉัน…..แฮ่ก…”

ปกติเจ้าพวกนี้มักพูดไม่เป็นศัพท์ มีแต่เสียงกรีดร้องไร้ความหมาย แววตาไร้วิญญาณ แต่ทำไม…

“ทากะ นาย…” โทรุพิจารณาคนที่อยู่ตรงหน้าเขาราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเอื้อมมือไปสัมผัสข้อมือทากะ ชีพจรเต้นปกติดี จากนั้นเลื่อนมือไปสัมผัสหน้าผาก อุณหภูมิร่างกายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม โทรุขยับปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็นึกคำพูดใดๆ ไม่ออก นี่มันแปลกเกินไป เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

“ฉันรู้สึกเหมือนปกติ ไม่รู้ว่าทำไม แต่…” โทรุจ้องทากะเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทากะยังคงพูดอะไรต่อมิอะไร แต่โสตประสาทเขาไม่รับรู้อีกแล้ว

โทรุคว้าเพื่อนสนิทมากอดแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ไอ้บ้า! อีกนิดฉันจะเป่าหัวนายอยู่แล้วเชียว” โทรุพูดพลางใช้ฝ่ามือตบหลังทากะสองสามที

“เสียดายเหรอไง ฮ่าๆ” ทากะหัวเราะร่าราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

ทั้งคู่ผละออกจากกัน แผลที่แขนขวาทากะแห้งแล้ว มีเพียงรอยเลือดเก่าๆ เปื้อนอยู่ สีหน้าของทากะไม่ซีดเซียวและไม่แสดงความเจ็บปวดทรมานใดๆ โทรุคิดประมวลสถานการณ์ตรงหน้า แต่ยิ่งคิด ยิ่งไม่สามารถหาอะไรมาอธิบายได้

โทรุหยุดความคิดเหล่านั้นไว้เพราะนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาควรไปรวมตัวกับคนอื่นๆ นี่ก็ใกล้จะครบเวลาที่นัดหมายกันไว้เต็มที

 

 

พวกเขาเดินมาถึงจุดนัดหมาย ทัตสึ เรียวตะ และโทโมยะมารออยู่ก่อนแล้ว พวกเขารออย่างกระวนกระวาย เพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว พอเห็นเงาของโทรุเดินมาจากที่ใกล้ๆ ทุกคนเลยถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ได้เรื่องไหม–” เรียวตะเอ่ยถามขึ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างที่สองเดินตามหลังโทรุมา เขาควักอาวุธของตัวเองออกมา อยู่ในท่าพร้อมจู่โจม

เมื่อคนอื่นเห็นท่าทีของเรียวตะเลยเหลือบไปมองในทิศทางของผู้มาใหม่ ทุกคนไม่รอช้า หยิบอาวุธออกมาถือไว้ตรงหน้า แววตาพวกเขาดุดัน ฉุนเฉียว มันเป็นแววตาที่พร้อมจะต่อสู้

“นั่นใคร” เรียวตะใช้ปากกระบอกปืนชี้ไปทางเงาตะคุ่มของคนๆ หนึ่งด้านหลังโทรุ

“เฮ้ๆๆ ใจเย็นก่อน” โทรุยกมือขึ้นปรามบรรดาเพื่อนๆ ของเขา “ฉันเจอทากะแล้ว” โทรุเดินประชิดเข้ามา แต่ทุกคนก็ยังไม่ลดอาวุธในมือลง ทากะก้าวเข้ามาในแสงไฟ เผยให้เห็นใบหน้าของเพื่อนที่พวกเขาคุ้นเคย และ…

“นั่นนายไปโดนอะไรมา” ทัตสึเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นแผลเปื้อนเลือดบนแขนของเพื่อนสนิท

“ฉันอธิบายได้” ทากะพูดขึ้นเป็นครั้งแรก

“นายโดนกัดใช่ไหม” โทโมยะถามขึ้น เมื่อจบประโยคทุกคนเงียบเสียงลง รอบข้างมีเพียงความมืดมิดของยามค่ำคืน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดลอยฟุ้งปนเปอยู่ในชั้นบรรยากาศ พวกเขารอคำตอบจากทากะ และภาวนาให้มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิด

“ใช่ แต่—” เรียวตะขึ้นไกปืน แววตาแสดงความเจ็บปวดแต่ก็เต็มไปด้วยมุ่งมั่น

ทากะยกมือทั้งสองข้างขึ้นแสดงความจำนน มองแล้วคล้ายอาชญากรที่ถูกตำรวจจับไม่มีผิด

“ฉันสบายดี” ทากะพยายามอธิบาย “โอเค ตอนแรกฉันก็มีอาการ แต่จู่ๆ ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ มันแปลก ฉันเข้าใจ แต่ฉันยังเป็นคนเดิม” ยิ่งเขาพยายามอธิบายก็ยิ่งดูสับสนวุ่นวายไปกันใหญ่ เขาจะอธิบายในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เข้าใจได้อย่างไร และแน่นอนว่าเพื่อนของเขาก็ไม่ได้เชื่อในคำพูดเปล่าๆ เปลือยๆ จากลมปากเขาโดยไม่มีอะไรยืนยัน

“ฉันก็อยู่ตรงนั้น มันเป็นตามที่ทากะพูด” โทรุช่วยเพิ่มน้ำหนักคำพูดของเพื่อนตัวเอง

“แกจะไปแน่ใจได้ยังไง!!” เรียวตะตะคอกขึ้นมา ส่งเสียงสะท้อนไปทั่วบริเวณ “แกจะรอวันที่มันกลายร่างแล้วมาลอบฆ่าพวกเราทีหลังเหรอ แกต้องการแบบนั้นเหรอ!?” ทุกคนอึกอัก สีหน้าไม่สู้ดี

“นายจะให้ฉันทำยังไง” ทากะถาม มือยังคงค้างอยู่กลางอากาศ

“แกควรจะกำจัดมันตั้งแต่แรก” เรียวตะหันไปมองโทรุ ส่งสายตาตำหนิไปให้

“เอาอย่างงี้ เรามาโหวตกัน” ทัตสึเสนอขึ้นหลังสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้วางใจ “ว่าใครจะให้ทากะไปกับพวกเราต่อ” คอเขาแห้งผาก เขากลืนน้ำลายก่อนจะพูดประโยคถัดไป “หรือจะ….กำจัดเขา”

“เดี๋ยว มันไม่ควรเป็นแบบนี้” โทรุพูดขึ้น เดินเข้าไปใกล้พวกเขาอีกก้าว เรียวตะหันกระบอกปืนไปทางโทรุ ทำให้เขาหยุดอยู่ตรงนั้น

“งั้นก็โหวต” โทโมยะพูด “ใครอยากให้ทากะอยู่ต่อ” โทรุยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเล เขาหันไปมองคนอื่นๆ แต่ทุกคนกลับนิ่งเฉย ไม่มีใครขยับเลย

“ฉันขอโทษ” ทัตสึพูด ส่งสายตาแสดงความรู้สึกผิดไปทางทากะ

“ทุกคน เฮ้ คิดดีๆ ก่อนสิเพื่อน” โทรุพยายามจะโน้มน้าวคนที่เหลือ เขาหันไปมองโทโมยะ แต่อีกฝ่ายกลับก้มหน้าหนี “ถ้าจะมีอาการก็ต้องมีไปนานแล้ว แต่นี่ทากะยังเหมือนเดิม” โทรุพูด เขาหันมองไปรอบๆ ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่มีผล ทุกคนยังยืนยันคำตอบเดิม

“งั้นก็ได้ข้อสรุปแล้ว” เรียวตะพูดพร้อมเดินเข้ามาประชิดทากะ “ฉันเสียใจแต่พวกเราไม่มีทางเลือก เราเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงไม่ได้” เขายกกระบอกปืนไปจ่อที่หน้าผากของทากะ “หวังว่านายจะเข้าใจ” เขาพูดประโยคสั่งลา

โทรุวิ่งเข้ามาพยายามจะหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เขาโดนรั้งตัวไว้จากเพื่อนอีกสองคน

 

ปัง!

 

ราวกับทุกอย่างเป็นภาพสโลว์โมชั่น ทันทีที่เรียวตะลั่นไก แรงดันทำให้กระบอกปืนเคลื่อนตัวไปด้านหลังตามกฎฟิสิกส์ ลูกกระสุนหมุนวนเป็นเกลียวออกมาจากปากกระบอก พวยพุ่งออกไปด้านหน้า ออกไปสู่อากาศ และพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย

 

พั่บๆๆ

 

ลมแรงโบกสะบัดต้นหญ้าบริเวณนั้นให้ปลิวว่อน เศษดินและหญ้าคละคลุ้งทั่วบริเวณ เสื้อผ้าทุกคนกระพือเสียแรงจนต้องเอามือมาจับไว้ เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนลงมาจอดถัดไปไม่ไกล

ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขามีผิวสีแทนและสายตาดุดัน รูปร่างผอมเพรียวแต่กลับมีกล้ามเนื้อให้เห็นชัดเจน ชายคนนั้นกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ผมสั้นสีดำขลับของเขาปลิวไปตามแรงลม ชายคนดังกล่าวเอื้อมมือไปหาคนที่ล้มอยู่บนพื้น

 

“ไง ทากะ”

 

 

TO BE CONTINUED.

 

______________________

ปล่อยให้ทุกคนลุ้นกับชะตากรรมของทากะมานาน

ไม่รู้ว่าเดากันถูกหรือเปล่า

 เขียนโดย @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #OORซอมบี้

 

Advertisements

3 thoughts on “【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 5 หวังว่านายจะเข้าใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s