Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 6 ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของฉัน

200362054-001

PIC : xplanes.tumblr.com

 

【Previous chapters】

Chapter 1 : ฝันร้ายที่ออกมาเดินอยู่ในโลกแห่งความจริง

Chapter 2 : เวลาคนที่นายไว้ใจกลับเป็นฝ่ายหักหลังนายเสียเอง

Chapter 3 : “ไม่เจอกันนานนะ”

Chapter 4 : ฉันมีเรื่องจะบอกนาย

Chapter 5 : หวังว่านายจะเข้าใจ

 

 

ตอนที่ 6

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของฉัน

__________________________________

 

ลมแรงโบกสะบัดต้นหญ้าบริเวณนั้นให้ปลิวว่อน เศษดินและหญ้าคละคลุ้งทั่วบริเวณ เสื้อผ้าทุกคนกระพือเสียแรงจนต้องเอามือมาจับไว้ เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนลงมาจอดถัดไปไม่ไกล

ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขามีผิวสีแทนและสายตาดุดัน รูปร่างผอมเพรียวแต่กลับมีกล้ามเนื้อให้เห็นชัดเจน ชายคนนั้นกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ผมสั้นสีดำขลับของเขาปลิวไปตามแรงลม ชายคนดังกล่าวเอื้อมมือไปหาคนที่ล้มอยู่บนพื้น

“ไง ทากะ”

 

การมาถึงของชายแปลกหน้าช่วยชีวิตทากะเอาไว้ กระสุนปืนแฉลบออกไปก่อนที่จะสัมผัสตัวเขา หลงเหลือเพียงแผลถลอกจากการล้มเท่านั้น

เมื่อทากะเงยหน้าขึ้นไปจึงเห็นว่าชายคนนั้นคือเพื่อนเก่าของเขาเอง เขาไม่ใช่ใครที่ไหน เทรุฟุมิ ทามาโนะ อดีตเพื่อนร่วมทางที่ผันตัวไปทำงานเป็นทหารให้กองทัพญี่ปุ่น ทากะเอื้อมมือไปจับอีกฝ่าย แรงดึงช่วยให้เขาลุกขึ้นยืน แล้วเอามือมาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า

“ขอบใจ” ทากะกล่าวขอบคุณสั้นๆ กับผู้ช่วยชีวิต

“นายไปสร้างเรื่องอะไรไว้” เทรุมองไปรอบๆ เมื่อเห็นชายที่เขาไม่รู้จักอีก 4 คนกำลังยืนล้อมรอบพวกเขาอยู่

“ฉันโดนกัด” ทากะสารภาพออกมาตามตรง เขาเหลือบมองเพื่อนเก่าแวบหนึ่งเพื่อดูปฏิกิริยาก่อนจะพูดต่อ “สาบานได้ว่าฉันไม่เป็นอะไร แต่พวกนั้นไม่เชื่อ” เขาพยักเพยิดไปทางฝั่งตรงข้าม เขารู้ว่ามันอันตรายที่จะพูดแบบนี้ต่อหน้าทหารของกองทัพ แต่เทรุเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ อย่างน้อยเทรุที่เขารู้จักก็เคยเป็นแบบนั้น

“นายพูดจริงเหรอ” อีกฝ่ายถามย้ำ

“ฉันสาบานได้”

“ว้าว!” เมื่อฟังจบ คนมาใหม่ก็จ้องมาด้วยแววตาเป็นประกาย เขาดูตื่นเต้นอย่างประหลาด “ฉันเพิ่งเคยเจอแอลฟ่าตัวเป็นๆ ก็วันนี้! เหลือเชื่อ!”

“นายพูดถึงอะไร” ทากะขมวดคิ้วแน่น “อะไรคือแอลฟ่า” เขาถามเมื่อได้ยินศัพท์แปลกประหลาดที่เขาไม่เข้าใจ หรือมันเป็นโค้ดลับอะไรบางอย่าง เขาพยายามนึกทบทวนแต่กลับไม่มีคำนี้ในความทรงจำ

“อย่างงี้นี่เอง…” เทรุมองไปรอบๆ “แสดงว่าพวกนายไม่รู้จักแอลฟ่า” เขาพูดขึ้นท่ามกลางความฉงนของทุกคน

“มันคืออะไร” ทัตสึถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้

“คนส่วนใหญ่โดนกัดแล้วจะกลายร่างเป็นซอมบี้ พวกนั้นเรารู้จักกันดี” เทรุเริ่มอธิบายพลางสาวเท้าเดินไปรอบๆ พิจารณาใบหน้าของคนที่เหลือ ทุกคนพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย เขาจึงพูดต่อ

“แต่บางคน เมื่อโดนกัด พวกเขากลับไม่เป็นอะไรเลย…เพราะอะไรน่ะเหรอ?” เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทากะ “เพราะเลือดพวกเขามีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสยังไงล่ะ” เทรุดีดนิ้วแล้วขยิบตาให้ทากะครั้งหนึ่งก่อนจะเดินผ่านไป

“เราเรียกพวกนั้นว่า ‘แอลฟ่า’ ตามรายงานบอกว่ามีแอลฟ่าอยู่เพียง 0.001% ของประชากรทั้งหมด และพวกนายเกือบจะฆ่าไปอีกคน” เขามองไปทางเรียวตะ ผู้ซึ่งรีบหลบตาแล้วก้มหน้างุด เทรุจึงหันไปมองโทโมยะเป็นรายต่อไป เขาเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น เทรุยักไหล่ก่อนจะก้าวเท้าเดินวนไปรอบๆ ทากะ

“ฉันเป็นพระเจ้าผู้ช่วยให้รอด บูชาฉันสิ” เทรุยืดอกขึ้นแล้วกางแขนทั้งสองข้างออก

“พระเจ้าตายไปพร้อมกับโลกเน่าๆ ใบนี้แล้ว” ทากะพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก “นายอย่ามาเล่นบทพระเจ้าแถวนี้ ฉันไม่อิน”

“แล้วแอลฟ่า…” โทรุถามขึ้นขัดจังหวะ “พวกเขาทำอะไรได้อีก”

“โอ้ เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอกนะ ทางรัฐบาลกำลังสืบค้นเพิ่มเติมอยู่ แต่พวกเราไม่มีสิทธิไปยุ่งเกี่ยวแล้ว”

ทากะมองอย่างไม่เข้าใจ เทรุเห็นสายตาสงสัยของทากะแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เทรุเอามือป้องปากแล้วก้มลงกระซิบที่หูทากะ “พวกฉันเป็นกบฏน่ะ” เขายิ้มออกมาอย่างภูมิใจ

“มาเถอะ!” เทรุหันหลังแล้วกวักมือเรียกทุกคน เสื้อด้านหลังสกรีนด้วยตัวอักษรอันทรงพลังว่า FUCK OFF เขาก้าวนำขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์โดยมีทุกคนเดินตามหลังไป เมื่อมาหยุดอยู่ตรงทางเข้า เขาดันประตูเปิดออกก่อนจะตะโกนลงมา

“ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของฉัน”

 

ภายในเฮลิคอปเตอร์ราวกับสวรรค์ เทรุไม่ได้โกหก เขาเหมือนเป็นพระเจ้าบนยานลำนี้ มันประกอบไปด้วยห้องสูทสุดหรูสำหรับพักผ่อน อาวุธมากหน้าหลายตาให้เลือกสรร จอมอนิเตอร์ขนาดมหึมาที่มองลงไปเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดเท่าที่เรดาร์จะไปถึง และอุปกรณ์ล้ำสมัยอีกมากมายที่พวกเขาไม่เข้าใจ ทากะไม่เคยเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใหญ่โตและหรูหราขนาดนี้มาก่อน มันคล้ายยานพาหนะจากนอกโลกมากกว่าที่เขาจะเรียกมันว่าอากาศยานธรรมดาๆ

“นายได้มันมายังไง” ทากะถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“ฉันขโมยมา” เจ้าของเฮลิคอปเตอร์ตอบอย่างสั้นๆ เขาดูไม่เดือดร้อนอะไรกับสิ่งที่พูดออกมา ทากะหันไปเห็นตัวอักษรบนผนังจึงเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ขโมย’ ที่เทรุบอก

 

NH-01

Japan Military Special Operation Squad & FBI

หน่วยรบปฏิบัติการพิเศษและ FBI แห่งกองกำลังญี่ปุ่น

 

เมื่อพิจารณาอุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงเห็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลพร้อมเลขรหัสยุบยับปรากฏอยู่ ทากะรู้สึกไม่สบายใจนัก เจ้าของเฮลิคอปเตอร์คนล่าสุดคงสังเกตได้จากสีหน้าจึงพูดให้คลายกังวล

“ฉันตัดสัญญาณจากรัฐบาลหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง” เขาพูดเบาๆ ให้ทากะได้ยินคนเดียว ก่อนจะเร่งเสียงแล้วสั่งการออกไป “ตามสบาย คิดซะว่าเป็นบ้านของพวกนาย” เจ้าของบ้านเปล่งคำอนุญาตแล้วให้พรรคพวกอีก 2 คนจัดแจงที่พักให้ผู้มาเยือน

“คนที่ตัวใหญ่เหมือนหมีตรงนั้นเรียกว่าเคนตะ ส่วนเจ้าหน้าหล่อหัวส้มๆ นั่นชื่อคาซึกิ” เทรุแนะนำเพื่อนทั้งสองก่อนที่เจ้าของชื่อจะหันมาก้มหัวทักทาย         

“ส่วนฉันที่หน้าตาดีที่สุดชื่อเทรุ” เขาพูดด้วยความมั่นใจก่อนจะยื่นไปจับมือทากะมาเขย่าแรงๆ เป็นการกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ แรงบีบของเขาช่างทรงพลังจนทากะรู้สึกเหมือนกระดูกจะแหลกคามือ

 

 

♪Bring the madness, bring the madness

Bring the madness, everybody rage on

Bring the madness, bring the madness

Bring the madness, everybody rage on♪

 

 เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งลำ ถ้าโลกไม่ได้กำลังจะพัง ทากะคงคิดว่าตัวเองกำลังดูการแสดงคอนเสิร์ตของวงเมทัลชื่อดังโดยมีเทรุกับเพื่อนอีก 2 คนโชว์ลีลาอยู่บนเวที

“Bring the madness, everybody rage on! วู้ววว” เทรุแหกปากร้องเพลงอย่างสบายใจ เขายังไม่เปลี่ยนไปเลยจากเพื่อนคนเดิมที่ทากะรู้จัก ทั้งความบ้าระห่ำและการทำอะไรตามใจตัวเอง นี่คือเทรุฟุมิตัวจริง

เพลงจบลงก่อนที่บรรยากาศจะกลับมาสู่ปกติ เทรุนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ใช้ส้อมจิ้มลงไปบนสเต็กที่ราดซอสเกรวี่ก่อนจะอ้าปากกว้างแล้วเขมือบมันลงไป

“ว่าแต่นายกำลังจะไปไหนกัน” เทรุหันมาถามโดยที่ปากยังเคี้ยวอยู่ ทากะมองภาพอาหารที่ย่อยแล้วในปากอีกฝ่ายอย่างสยดสยอง ทางที่ดีอย่าไปมองมันเลย เขาคิด

“โอไดบะ” โทรุตอบคำถามนั้นแทน ทำให้เทรุหันไปมอง เขาพิจารณาคนไม่รู้จักตรงหน้าครู่หนึ่ง

“โอไดบะ?”

“เพื่อนฉันส่วนหนึ่งอยู่ที่นั่น มันปลอดภัยกว่า”

“หืม…” คนตั้งคำถามทำท่าคิดก่อนจะตอบกลับไป “ก็รอบคอบดี แต่ฉันไม่ชอบนั่งเฉยๆ มันครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด” เขาหักกระดูกดังกรอบแล้วบิดคอยืดเส้นยืดสาย กล้ามเนื้อขยับตามการเคลื่อนไหวเผยให้เห็นเป็นก้อนนูนเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวหนังสีแทน

“นายมีทางเลือกอื่นจะเสนอไหมล่ะ” ทากะถาม

“โอ้ ฉันมีความคิดที่ดีกว่านั้นเยอะ” เทรุกลืนอาหารลงคอในที่สุด ทากะเผลอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังสเต็กอันตรธานหายไป เทรุก็กลับไปจดจ่อกับบทสนทนา

“ฉันจะกลับบ้าน” ทากะเผลอขำออกมาหลังเพื่อนเขาจบประโยคนั้น

“นายอย่ามาล้อฉันเล่น บ้านนายพังไปแล้ว” ทากะย้ำความทรงจำเผื่อเพื่อนเขาจะตื่นจากความฝัน

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เทรุจ้องกลับไปที่คู่สนทนา หมอนี่ยังจำเรื่องของเขาได้ เขานึกถึงอดีตที่ได้หนีตายมาด้วยกัน เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง แต่นั่นไม่สำคัญ เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น

“ฉันมีเรื่องต้องสะสางกับใครบางคนที่บ้านเก่า”

ทุกคนตั้งใจฟัง รอให้เขาพูดต่อ

“เราจะกลับไปทักทายเจ้าของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้”

ทากะจ้องไปยังชื่อบนผนังอีกครั้ง หน่วยรบปฏิบัติการพิเศษและ FBI แห่งกองกำลังญี่ปุ่น ทันทีเขาก็รู้สึกถึงขนที่ลุกชูชันขึ้นมาบนแขน ทากะกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วคิดในใจ นี่ฉันกำลังเอาตัวเองมายุ่งเกี่ยวกับอะไรกันแน่ เขาควรจะรู้ตั้งแต่เห็นหน้าเทรุแล้ว ทากะประเมินความบ้าระห่ำของเพื่อนตัวเองต่ำไป

 

♪Bring the madness, bring the madness

Bring the madness, everybody rage on

Bring the madness, bring the madness

Bring the madness, everybody rage on♪

 

ใครบางคนเดินไปเปิดเพลงอีกครั้ง เสียงเทรุตะโกนเนื้อเพลงด้วยทำนองเพี๊ยนๆ ดังขึ้นมาพร้อมกัน ทากะกุมขมับแล้วหลับตาลง วันนี้เขารู้สึกปวดหัวเหลือเกิน…

 

 

TO BE CONTINUED.

 

 ______________________

มัวแต่ไปเที่ยวมอร์ดอร์เพลิน กลับมาต่อสู้ซอมบี้กับทุกคนก่อน

คิดยังไงกับตัวละครใหม่บ้าง?

 เขียนโดย @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #OORซอมบี้

Advertisements

2 thoughts on “【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 6 ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของฉัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s