jinsei game

【OOR fic】 Jinsei Game : Chapter 5

jg

 

 

คำแนะนำ : กรุณากดฟังไฟล์เสียงทุกครั้งเพื่ออรรถรส

 

 

♣  Previous chapter  

Prologue + Chapter 1

Chapter 2

Chapter 3

Chapter 4

_____________________________

 

ตอนที่ 5

 

21.10 น.

 

          เสียงท้องร้องของมือเบสดังออกมา โทโมยะหันไปมองอย่างเย็นชา เหลือเชื่อจริงๆ กระเพาะหมอนั่นเป็นหลุมดำหรือไง เจ้าของเสียงสนั่นหวั่นไหวทำหน้าเหยเกตอบกลับมา มือทั้งสองข้างกุมอยู่ที่ท้อง

“นายเพิ่งกินข้าวมาไม่ใช่หรือไง” โทโมยะบ่น

“โถ่ แต่นี่มันสามทุ่มแล้วนะ” อีกฝ่ายค้านกลับมา

“ยังมีของอยู่ในตู้เย็น” เสียงเสียดหูอันแสนน่ารังเกียจดังขัดขึ้นมา โทโมยะรู้สึกอยากวิ่งไปห้องน้ำแล้วเอาสำลีมาอุดหูไว้เหลือเกิน

“อืม เดี๋ยวฉันลองไปเปิดดู” เรียวตะลุกขึ้นจากที่นั่ง เขาตั้งท่าจะลุกขึ้นไปเป็นเพื่อน แต่มือเบสกลับบอกปัดเขา “นายไม่ต้องมาก็ได้ แค่นี้เอง”

งี่เง่าสิ้นดี

“กฎก็ต้องเป็นกฎ” เขาพูดออกไป

หมอนี่ช่างไม่รู้อะไรเลย

“โอเคๆ”

เมื่อมาถึงห้องครัว เรียวตะปรี่เข้าไปหาตู้เย็นทันที หน้าของเขาจุ่มเข้าไปในนั้นจนไม่ได้สนใจคนที่มาด้วยเลย โทโมยะยืนพิงเคาน์เตอร์ข้างตู้เย็นมองภาพอันแสนอเนจอนาถนั้นอยู่ไม่ห่าง มือสองข้างเท้าอยู่ที่เคาน์เตอร์ โทโมยะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาควรจะมีอาวุธติดตัวไว้บ้างเผื่อกรณีฉุกเฉิน ป้องกันไว้ก่อน

เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มองมา มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปเปิดลิ้นชักออกมาเงียบๆ เขาเหลือบมองมีดเล่มคมที่นอนรออยู่ในนั้น ใบมีดมันวาวสะท้อนให้เห็นใบหน้าของเขา มือกลองตัดสินใจเหลือบมองเรียวตะอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย ดูเหมือนว่าเพื่อนเขาจะยังคงวุ่นอยู่กับการเลือกอาหารในตู้เย็น โทโมยะค่อยๆ เอื้อมไปหยิบมีดขึ้นมาอย่างเบามือก่อนจะเหน็บมันเข้ากับเอวกางเกง

ในที่สุดเรียวตะก็เลือกอาหารที่ถูกใจได้ เขากำลังยัดมันใส่ปาก ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็กินเสร็จ มือเบสกำจัดเศษขนมปังออกจากนิ้วโดยการถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันก่อนจะเอามือไปเช็ดกางเกง

“เราควรจัดการพวกนั้นก่อนที่จะสายไป” โทโมยะเปิดประเด็น แต่แล้วเขาก็คิดว่าตัวเองควรระบุชื่อให้ชัดเจน หมอนี่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร “ฉันหมายถึงทากะ”

“จัดการ?” เรียวตะหันมามองเขา เครื่องหมายคำถามโชว์หราอยู่ที่หน้าผาก

“ทำให้หมอนั่นปริปาก ไม่ก็แสดงธาตุแท้ของมันออกมา” โทโมยะทำหน้าเหนื่อยหน่าย เขาต้องอธิบายให้คนซื่อบื้อตรงหน้าฟังอีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

“นายมีแผนเหรอ” เรียวตะถามกลับมา

“ฉันมี” เขาหันไปจ้องคู่สนทนา ก่อนจะชี้นิ้วไปทางเรียวตะ “แต่นายจะเป็นคนทำ”

มันเป็นประโยคคำสั่ง

โทโมยะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเรียวตะ เขาเล่าแผนทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟัง แน่นอนว่าต้องเล่าอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้แผนพังพินาศเพราะความโง่เง่าของเพื่อนตัวเอง คนฟังพยักหน้าตามเป็นระยะ ก่อนที่ทั้งสองจะผละออกมาแล้วสบตาอย่างรู้กัน

 

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

 

23.50 น.

คืนนั้น ทั้งห้องปิดไฟมืดแต่โทโมยะยังไม่หลับ เขาไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย มือกลองนอนหลับตาเฉยๆ อยู่บนโซฟา ตั้งตารอคอยที่จะจับผิดอะไรก็ตามที่ไม่เข้าที่เข้าทาง เขาอยากจะเปิดโปงคนร้ายให้หมดเปลือก ไม่ว่ามันจะเป็นใคร แม้เขาจะมั่นใจอย่างยิ่งว่าย่อมไม่พ้นคนที่เขาคิดไว้อย่างแน่นอน

ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันดังมาจากอีกฝั่ง เขามองไปทางต้นเสียงและพบใครบางคนลุกขึ้นมาทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อะไรบางอย่าง เมื่อพิจารณาให้ดีจึงพบว่าเป็นทากะ เขาทำท่าจะลุกออกไปคนเดียว ทว่าเรียวตะเอื้อมมือไปรั้งไว้เสียก่อน

ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน โทโมยะได้แต่หวังว่าเรียวตะจะจำแผนการได้และเขาจะไม่เซ่อซ่าทำมันพัง

โทโมยะมองจนทั้งสองคนลับตาไป แต่แล้วก็รู้สึกไม่วางใจขึ้นมา เขาคิดว่าควรไปสังเกตการณ์ดูเสียหน่อย มือกลองเว้นจังหวะระยะหนึ่งก่อนที่จะเอื้อมมือไปสะกิดโทรุ

“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”

มือกีตาร์งัวเงียตื่นขึ้นมา ตาปรือเหมือนเพิ่งโดนอันธพาลรุมซ้อม โทรุพยักหน้าหงึกหงักแล้วลุกตามโทโมยะไป หัวหน้าวงสะบัดศีรษะให้หลุดจากความง่วงแล้วก้าวขึ้นบันได

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน โทโมยะเลี้ยวเข้าไปในห้องตัวเอง โทรุเดินตามหลังเขาไป

“นายจะตามมาทำไม” โทโมยะพูดขึ้น

“จะเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ” โทรุขยี้ตาบวมๆ ของเขาพลางหาวหวอด “ฉันก็มารอนี่ไง”

“ใช่ แต่ไม่จำเป็นหรอก” เขาตอบกลับไป ทำให้อีกฝ่ายนิ่วหน้าอย่างสงสัย

นายกำลังทำฉันเสียเวลา   โทโมยะพยายามข่มความไม่พอใจเอาไว้ ทว่าโทรุยังไม่ยอมแพ้

“นายก็เข้าไปสิ เดี๋ยวฉันรออยู่ข้างนอกนี่ หรือว่า…นายจะทำอะไรไม่ดีหรือไง”

เขาเริ่มจะอดทนไม่ไหวแล้ว

“ใช่ ฉันจะชักว่าว อยากมาช่วยไหมล่ะ”

โทรุทำหน้าขยะแขยงก่อนตอบปฏิเสธกลับมาแล้วบ่นงุบงิบตามหลัง

“ฉันไปรอที่ห้องแล้วกัน เสร็จแล้วก็มาเรียกล่ะ” มือกีตาร์พูดก่อนจะเดินไปทางห้องตัวเอง โทโมยะรอจนได้ยินเสียงประตูห้องโทรุปิดลง จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องตัวเอง ขาทั้งสองก้าวไปยังห้องของนักร้องนำทันที โทโมยะยืนเอาหูแนบกับประตูห้อง เขาอยากรู้ว่าแผนการจนคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

“ฉันเห็นโทรุใส่อะไรบางอย่างลงไปในอาหาร แล้ววันนั้นเขาก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ฉันเดินตามไปเห็นเขาเอาเข็มฉีดยา–” เสียงเรียวตะดังลอดออกมาเบาๆ แต่ก็จับใจความได้

ดี ดีมาก   เขารอที่จะได้เห็นธาตุแท้ของปีศาจนี่ไม่ไหวแล้ว เขาอยากเห็นมันหมดทางสู้แล้วแผลงฤทธิ์ออกมา โทโมยะตั้งใจฟังต่อ

“เรียวตะ นายพูดอะไร”

“โทรุเอาเข็มฉีดยา–“

เสียงที่ผ่านมาตะกุกตะกักไป เขาขยับตัวให้แนบกับประตูขึ้นไปอีกแต่ก็ไม่มีเสียงดังออกมา

พูดต่อสิวะ! จะอึกอักทำผีอะไร   เขาคิดในใจอย่างเดือดดาล

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“ฉันขอโทษ ฉันทำไม่ได้ ฮึก..” เสียงเรียวตะสะอึกสะอื้นเหมือนกำลังร้องไห้

โทโมยะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ขอโทษ? มันพูดบ้าอะไรกัน

“ฉันโกหก…เรื่องโทรุ ฉันกุมันขึ้นมา นายลืมมันไปซะ”

 

ไอ้เลว! นายทำแผนฉันพัง! ไอ้คนทรยศ!

 

เขาแทบอยากพังประตูเข้าไปบีบคอเรียวตะตอนนั้นเลย

โทโมยะกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ หงุดหงิดจนต้องผละออกจากประตูมาสบถกับตัวเองเงียบๆ ทำให้เขาเสียจังหวะไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วแนบหูเข้าไปใหม่

“แต่ฉันไม่เชื่อใจนาย”

“ทากะ…”

“ฉันไม่เชื่อใจนาย แต่นายก็ยังเป็นเพื่อนฉัน”

“…”

เออ ไปเป็นเพื่อนกับมันซะสิ! ไปสมคบคิดกับมันเลยไป ไอ้ทรยศเอ๊ย!

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด ชีวิตเขาบัดซบขนาดมาเจอเพื่อนห่วยๆ แบบนี้เลยเหรอ

“ฉันจะไปแล้ว นายจะมาด้วยไหม”

“เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง”

“โอเค”

“เดี๋ยวก่อน ทากะ”

“…”

“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ”

โทโมยะได้ยินดังนั้นจึงรีบหลีกออกมาจากประตูแล้วกลับไปที่ห้องตัวเองก่อนจะล็อคกลอนลงอย่างเบามือ เขามองผ่านรูส่องบนบานประตู ทากะกำลังเดินลงบันไดไป อีกไม่นานเรียวตะก็ก้าวออกมาจากห้องก่อนจะเลี้ยวผ่านหน้าเขาไปยังห้องข้างๆ

โทโมยะออกจากที่ซ่อนก่อนจะเดินตามมือเบสไป พอเขามาถึงหน้าห้องก็เห็นประตูเปิดอ้าไว้ เขาเดินเข้าไปแล้วปิดมันลงเงียบๆ เจ้าของห้องได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันหน้าไปตามเสียง

“โทโมยะ นายมาได้ไง” เรียวตะเช็ดน้ำมูกที่เกรอะกรังออก

“แปลกใจมากเหรอ” เขาถามกลับไป

“ฉันนึกว่านายหลับแล้ว”

หลับเหรอ ถ้าหลับฉันก็พลาดอะไรดีๆ ไปสิ

“ฉันเห็นนายเดินตามมันมา เลยอยากรู้ว่าเป็นไง”

“อ๋อ..คือ…ไม่ค่อยได้ผลอย่างที่คิด แย่หน่อยนะ ฮะๆ” เรียวตะยิ้มเจื่อนๆ แล้วเอามือเกาหัวแก้เก้อ

“น่าเสียดายนะ ฉันมั่นใจแท้ๆ เชียว” โทโมยะใช้นิ้วลูบคลำใบมีดที่เหน็บไว้ตรงขอบกางเกง คมของมันเรียบเหมือนใหม่ ปาดครั้งเดียวก็คงไม่ต้องเสียแรงอะไร

“ไว้วันหลังค่อยลองอีกที” เรียวตะตอบกลับมา

“ไม่เป็นไร” เขายิ้มตอบอย่างเยือกเย็น

“เพราะคงไม่มีวันหลังแล้วล่ะ”

โทโมยะชักมีดออกมาจากเอว กำด้ามจับแน่นด้วยโทสะ เขาง้างมันไปด้านหลังแล้วออกแรงเหวี่ยงเข้าไปที่หน้าอกซ้ายของเรียวตะ

“นายจะทำ—!! อั่ก!…”

เพียงครั้งเดียวมันก็ปักเข้าไปจนลึก เรียวตะตาเหลือกค้างจ้องมา เลือดผุดออกมาปากราวกับเขากำลังพ่นน้ำพุโลหิต

“ทะ…ทำ..ไม…” เรียวตะพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแห้งเหือด ยิ่งเขาพยายามพูด ยิ่งรู้สึกทรมาน มือเบสอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาที่ดิ้นหลุดออกมาจากอ่าง มือข้างหนึ่งเอื้อมมากำมือที่ถือมีดของโทโมยะไว้อย่างอ่อนแรง มันทั้งสั่นสะท้านและเย็นชืด หยดน้ำตาพลันเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำใสๆ ไหลลงไปผสมกับเลือดที่มุมปาก

“อย่ามาแตะฉัน! ไอ้ระยำ!”

โทโมยะปัดมือเรียวตะออกแล้วดันมีดเข้าไปให้ลึกขึ้นกว่าเดิม เลือดทะลักออกมาจากปากเรียวตะอีกระลอกหนึ่ง มันเจิ่งนองไปทั่วพื้น

ขณะนั้นเรียวตะเห็นปีศาจร้ายในแววตาโทโมยะลุกโชนขึ้นมา เขาไม่ทันเห็นว่าเบื้องหลังแววตาคู่นั้นมีอะไรซ่อนอยู่ เขาไม่ทันเห็นว่าเพื่อนของเขาได้กลายเป็นคนอื่นไปแล้ว เขาไม่ทันเห็น…

โทโมยะบิดมีดในมือไปมาก่อนจะกระแทกแรงๆ เข้าเป็นครั้งสุดท้าย เรียวตะแน่นิ่งไป เมื่อเป็นที่พอใจ เขาก็ผละออกมายืนมองผลงานศิลปะชั้นยอดที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำมือตัวเอง

“ฉันไว้ใจนาย แต่นายมันโง่ที่โยนความไว้ใจของฉันทิ้ง” เขาส่ายหน้าจ้องมองนัยน์ตาไร้ชีวิตของอดีตเพื่อน

“ถ้านายภักดีต่อฉันเหมือนหมาโง่ๆ ที่นายเลี้ยง ก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตแบบนี้หรอก ฉันผิดหวังจริงๆ” โทโมยะส่ายหน้าอย่างเห็นใจ

“ลาก่อนบรูตัส”

จูเลียส ซีซาร์ช่างโง่เสียนี่กระไร เขาจะไม่มีวันทำพลาดแบบนั้น เขาจะไม่ปล่อยให้คนทรยศมาแว้งกัดเขาทีหลังเหมือนที่บรูตัสทำกับซีซาร์ นี่คือจุดจบที่คนทรยศสมควรจะได้รับ เขาได้ทำหน้าที่แทนพระเจ้าอย่างเหมาะสมแล้ว

“ไปดีกว่า ที่นี่เหม็นกลิ่นคนทรยศ”

โทโมยะย่นจมูกแล้วหันหลังให้กับร่างของเรียวตะที่นอนแน่นิ่งอยู่ เขาก้มลงมองเลือดที่เปื้อนเป็นจุดบนเสื้อแล้วใช้มือเช็ดให้จางลง

“โชคดีที่วันนี้ใส่เสื้อสีแดง”

โทโมยะพึมพำก่อนจะเดินลับออกจากห้องไปโดยไม่ลืมหันกลับมาปิดประตู

 

 

TO BE CONTINUED.

 _____________________________

 

TALK

◊ มีคนบอกว่าคนน่ารักมักใจร้าย

มีใครเห็นสัญลักษณ์อะไรไหม ใครตอบได้บ้างว่าอะไรใช้แทนม้าสีแดง อะไรใช้แทนดาบใหญ่

◊ ใครจะคอมเม้นท์ขออย่าเอ่ยชื่อนะ จะใส่นามแฝงหรืออะไรก็ได้ เดี๋ยวสปอยล์คนยังไม่ได้อ่าน ขอบคุณค่ะ

◊ แหวนยังคงอยู่

◊ เหมือนเดิม สามารถพูดคุย คอมเม้นท์ แลกเปลี่ยนทฤษฎีได้ที่บล็อกนี้หรือที่แฮชแท็ก #ฟิคจินเซย์ ได้ตลอดนะ

 

 

writer/sound&photo editor : @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ : #ฟิคจินเซย์

Advertisements

4 thoughts on “【OOR fic】 Jinsei Game : Chapter 5

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s