jinsei game

【OOR fic】 Jinsei Game : Chapter 7

jg

 

คำแนะนำ : กรุณากดฟังไฟล์เสียงทุกครั้งเพื่ออรรถรส

 

1381056358-NewTVRate0-o0

  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

♣  Previous chapter  

Prologue + Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3

Chapter 4 | Chapter 5 | Chapter 6

 

_____________________________

 

ตอนที่ 7

 

 

สายน้ำใสสะอาดไหลออกมาจากฝักบัวขนาดใหญ่ ชโลมผิวกายของชายตรงหน้าแล้วไหลลงมาสู่พื้นกระเบื้องด้านล่าง สีแดงหม่นหมุนวนเป็นสายไปผสมปนเปกับสีใสหมดจดของน้ำ ทำให้ความบริสุทธิ์กลับกลายเป็นมลทิน

พวกเขายืนอยู่ใต้ฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำไหลรินออกมาอย่างอิสระเพื่อชำระล้างร่างกายที่อาบไปด้วยเลือดและกลิ่นคาวของมัน โทรุเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าทากะออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะปลอบประโลมผู้ที่สั่นเทาด้วยจูบอันแสนอ่อนโยนที่หน้าผาก ทากะเงยหน้าขึ้นไปมองโทรุด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย

“โทโมยะทำให้ฉันคิดได้” โทรุเอ่ยปากพูดขึ้น ทากะไม่ได้พูดอะไร รอให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

บางทีคนที่นายคิดว่ารู้จักดีที่สุด นายอาจจะไม่ได้รู้จักเขาเลยก็ได้

คำพูดของโทโมยะลอยเข้ามาในห้วงความคิดของโทรุ

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปียกปอนของมือกีตาร์ “ฉันพยายามคิดดูว่านายจะทำแบบนี้ไปทำไม” นิ้วมือเรียวยังคงลูบไล้อยู่ที่ใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม “ฉันถึงได้รู้ว่า…นายทำแบบนี้เพื่อฉัน”

ทากะขมวดคิ้วด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจสิ่งที่โทรุพูด

“ไม่ต้องกังวลแล้ว ทากะ” โทรุมองคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ราวกับเขาเป็นสิ่งของที่เปราะบางและแตกหักง่าย “เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป โดยไม่มีใครเข้ามาขวางได้อีก”

ทากะส่ายหน้าไปมา แววตาของเขาสั่นไหว รู้สึกปวดหน่วงราวกับอวัยวะภายในถูกบิดเป็นเกลียว

“ฉันไม่เข้าใจ” เขาสารภาพ

“นายต้องการกำจัดคนอื่นแล้วสร้างโลกที่มีแต่เราสองคน ที่นี่” โทรุผายมือไปรอบๆ

ทากะเผลออ้าปากด้วยความตกใจ พลอยสงสัยว่าโทรุรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา

เขาเสียสติไปแล้วหรือไง ทากะคิดในใจ

“ฉันไม่ได้ทำ…ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น”

“นายไม่ต้องโกหกอีกแล้ว ตอนนี้มีแค่ฉันกับนาย”

ทากะจ้องไปยังดวงตาของคู่สนทนา มันเป็นดวงตาคู่เดิม แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงไออุ่นจากมันเลย เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนประชันหน้ากับคนที่เขาไม่รู้จัก หยาดน้ำตาไหลออกมารวมเป็นหนึ่งเดียวไปกับสายน้ำ

“ฉันเข้าใจนายเสมอ ทากะ” โทรุดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอด

โทรุคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของเขา ทั้งหมดเป็นแผนการที่ทากะวางไว้เพื่อที่จะกำจัดทุกคนออกไปจากชีวิต และเขาก็ทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แค่คิดหัวสมองก็รู้สึกตื้อไปหมด ความสับสนถาโถมเข้ามาดั่งน้ำหลาก เขารู้สึกเหมือนน้ำจากฝักบัวเอ่อล้นขึ้นมาจนเต็มห้องและเขากำลังดำดิ่งลงไป ทากะอึดอัดจนหายใจไม่ออก เขาอยากว่ายไปสู่ผิวน้ำ

ทากะไม่ได้กอดโทรุกลับ เขาได้แต่พร่ำตอบเสียงเบากับตัวเอง “งั้นนายก็เข้าใจผิดแล้ว…โทรุ” เสียงน้ำจากฝักบัวกลบมันเอาไว้ พัดพาคำพูดของเขาลงสู่พื้นดินและมลายหายไป

 

 _________________

 

เช้าวันถัดมา โทรุลุกจากที่นอนแล้วบอกว่าจะจัดการกับร่างของโทโมยะให้เอง เขาจูบอรุณสวัสดิ์ทากะที่ริมฝีปากก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทากะนอนไม่หลับทั้งคืน เขานอนไม่ไหวติงบนเตียงในห้องนอนใหม่อย่างเหม่อลอย สายตาจดจ้องไปยังเพดานสีขาวสะอาดตา แต่มองได้ไม่นาน ภาพบนจอประสาทตาก็พลันผันเปลี่ยนไป สีแดงของเลือดแวบเข้ามาขับไล่สีขาวบริสุทธิ์ของฝ้าเพดาน เขาเห็นโทโมยะอยู่ตรงนั้น บนหลังมีขวานเล่มหนึ่งปักอยู่ ถลึงตาจดจ้องลงมาที่เขาด้วยความอาฆาต ทากะกระพริบตาอีกครั้งก่อนที่ภาพเพดานสีขาวจะย้อนกลับมาดังเดิม

ทากะครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วพรั่นใจ โทรุคนเมื่อวานกับโทรุที่เขาเคยรู้จักแตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกระแวง บางทีเขาอาจจะยังไม่เข้าใจโทรุดีพอ แม้จะใช้เวลามาด้วยกันเนิ่นนานเพียงใด แต่ทุกคนย่อมมีบางอย่างที่ซ่อนเร้นเอาไว้ หากเขาจะต้องอยู่กับโทรุต่อไปเพียงลำพัง ทากะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ความหวาดกลัวที่ค่อยๆ กัดกินจิตใจของเขาทีละนิด บัดนี้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น ทากะจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินลงบันไดไป เขาย่างก้าวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียง สายตากวาดมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นเงาของมือกีตาร์ที่ไหน ขาก้าวลงบันไดช้าๆ แตะปลายเท้าเงียบกริบราวกับตีนแมว ในที่สุดฝ่าเท้าก็สัมผัสกับพื้นห้อง

ทากะตรงดิ่งเข้าไปยังห้องครัว สถานที่ที่ทั้งหล่อเลี้ยงชีวิตและคร่าชีวิตคนได้ในเวลาเดียวกัน ทากะรู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาตามหาอยู่ที่ไหน มือเปิดลิ้นชักด้วยความคุ้นเคย มีดเล่มเดิมที่เขาใช้หั่นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารยังอยู่ตรงนั้น เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่มันไม่หายไปไหน ทากะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโทโมยะถึงหาอาวุธมาได้ง่ายดายขนาดนั้น นิ้วยาวสัมผัสด้ามหุ้มสีดำขลับ ปลายมีดสะท้อนหยอกล้อกับแสงไฟบนเพดาน เขาหมุนมันไปมาจนกระทั่งปรากฏใบหน้าหนึ่งขึ้นมา ทากะรีบหันไปด้านหลังอย่างตกอกตกใจ

“นายกำลังทำอะไร” โทรุมองมีดในมือทากะพลางสอบสวนคนตรงหน้า เหงื่อพรายขึ้นมาบนใบหน้าของคนที่ถูกจับได้ ทากะเม้มปากแน่นแล้วลดมีดลง

“จะมาทำอาหารเช้าไง” เขาเฉไฉตอบ

โทรุนิ่งสำรวจแววตาทากะครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้ามีดในมือเขามา “เดี๋ยวฉันทำเอง”

ทากะเผลอหลุดหัวเราะออกมา “นายไม่เคยทำมาก่อนนะ ฉันไม่แน่ใจว่าจะกินได้ ฮะๆ” รอยยิ้มเหยเกลอยค้างอยู่บนใบหน้าทากะ ทว่าโทรุกลับไม่ตลกด้วย เขารู้สึกว่าเผลอพูดอะไรงี่เง่าออกไป

“นายไปรอบนห้องก่อน” อีกฝ่ายพูดเสียงเรียบ แววตาดุดันทำให้ทากะไม่กล้าโต้เถียงกลับไป จึงจำยอมเดินขึ้นห้องไปโดยมีสายตาเย็นชาด้านหลังมองตามมา

 

 

หลังจากนั้นทากะไม่เคยสลัดโทรุออกไปได้เลย ไม่ว่าไปที่ไหน โทรุจะตามเขาไปด้วยเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนเขาเข้าห้องน้ำ เขาไม่ยอมละสายตาจากทากะเลยแม้สักวินาทีเดียว ทากะรู้สึกเหมือนตนเป็นนักโทษคดีฉกรรจ์ที่มีผู้คุมคอยตามอยู่ไม่ห่าง โดยที่เขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความผิดตนคืออะไร

ทากะย้ายของมาไว้ที่ห้องโทรุ มันเป็นห้องเดียวที่ยังสะอาดพอให้อยู่อาศัยได้ และมันคงไม่ใช้ความคิดที่ดีที่จะนอนในห้องที่มีแต่ความทรงจำร้ายๆ อีกอย่าง โทรุคงไม่ยอมปล่อยเขาไปไหน แม้หลายครั้งทากะจะพยายามเจรจาด้วย แต่มือกีตาร์เพียงตอบกลับมาว่า “นี่คือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่หรือไง”

แต่ละคืนผ่านพ้นไปด้วยคำบอกรักแผ่วเบาข้างใบหู และคืนนี้ก็ไม่ต่าง

“ทากะ ฉันรักนาย” โทรุกระซิบกับเขาเสมือนหนึ่งกลัวใครจะมาได้ยินเข้า มือแกร่งโอบรอบกายของเขาจากด้านหลัง หยดน้ำหล่นลงมากระทบไหล่ทากะ พวกเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จเมื่อสักครู่นี้เอง

โทรุซุกหน้าลงมาที่ซอกคอของเขาแล้วพรมจูบลงบนผิวขาว หากเป็นไปได้ เขาอยากจะครอบครองมันชั่วนิรันดร์ โทรุเชยคางทากะให้หันมาแล้วประกบริมฝีปากกับคนตรงหน้าอย่างหิวกระหาย ไฟร้อนที่สุมฮือในอกเร่งเร้าให้ปรารถนาคนในอ้อมกอดมากขึ้น โทรุบดขยี้ริมฝีปากลงไปจนลมหายใจไหวไม่เป็นจังหวะ ลิ้นซอกซอนเข้าไปภายในเพื่อลิ้มรสชาติอันหอมหวาน แรงเร้ากระตุ้นให้ใจโทรุหลงระเริง เขาขบริมฝีปากล่างทากะจนเลือดซิบออกมา ก่อนจะผละให้ทั้งคู่ได้สูดอากาศเข้าปอด ทากะใช้มือปาดเลือดที่ซึมออกจากปาก ความเจ็บปวดจางๆ หลงเหลือจากบาดแผลขนาดเล็กที่อีกฝ่ายฝากไว้

ไม่ทันไร ทากะก็มานอนแผ่อยู่บนเตียง ร่างเปล่าเปลือยเผยให้เห็นผิวที่เพิ่งชำระล้าง ขณะนี้ปรากฏหยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นมา มือสองข้างของเขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เสียงหอบหายใจของโทรุดังอยู่ไม่ห่าง ทากะอดกลั้นความเจ็บปวดที่แฝงมาด้วยความรู้สึกพึงพอใจเอาไว้ เขาหลับตาลงเพื่อซึมซาบความรู้สึก

“ทากะ…” เสียงแหบพร่าของโทรุดังขึ้น “ลืมตาหน่อย”

เปลือกตาค่อยๆ เผยอออก ภาพเบื้องหน้าปรากฏต่อสายตา ในมือโทรุมีโทรศัพท์มือถือจ่อมาที่หน้าเขา

“นายทำอะไร”

“ถ่ายเก็บไว้”

“จะบ้าเหรอ!” ทากะยกมือขึ้นมาป้องหน้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย โทรุใช้มืออีกข้างขึ้นมารวบแขนเขาไว้แล้วดันมันออกจากการบดบัง

“นาย..จะ…ฮึก….” เขารู้สึกถึงแรงที่เพิ่มมากขึ้นที่ด้านล่าง

“ฉันชอบหน้านายแบบนี้ที่สุดเลยรู้ไหม” คำพูดโทรุทำให้ทากะเบือนหน้าหนี หลบเลี่ยงสายตาที่โลมเลียเขา แม้จะรู้ว่าเปล่าประโยชน์ก็ตาม “ฉันย้อนกลับมาดูซ้ำๆ ทุกครั้งเลย นายน่ารักจริงๆ”

ทากะเบิกตาโตแล้วหันไปมองหน้าโทรุ

ย้อนกลับมาดูซ้ำๆ ทุกครั้ง

โทรุสังเกตเห็นคิ้วของทากะผูกกันเป็นปมเลยยิ้มออกมา

“นายจำไม่ได้เหรอ ฉันเคยบอกนายว่าอยากเก็บทุกครั้งของเราไว้ในความทรงจำ” เสียงหายใจหอบปะปนกับคำพูดที่เปล่งออกมา เขาพักหายใจระหว่างประโยคก่อนจะพูดต่อ “ฉันบันทึกมันไว้ตลอด 11 ปีของเรา น่าเสียดายที่กล้องวิดีโอบนผนังมันซูมไม่ได้ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ฉันจะได้เห็นหน้านายชัดที่สุด ฉันจะได้รู้ว่าใบหน้านายตอนที่เรารักกันมันเป็นยังไง”

 

ตลอด 11 ปีของเรา

ตลอด 11 ปีของเรา                       ตลอด 11 ปีของเรา

ตลอด 11 ปีของเรา            ตลอด 11 ปีของเรา           ตลอด 11 ปีของเรา

ตลอด 11 ปีของเรา                      ตลอด 11 ปีของเรา

ตลอด 11 ปีของเรา

 

สิบ-เอ็ด-ปี

ประสาทรับรู้อื้ออึ้งขึ้นมาโดยพลัน เหมือนมีเสียงหึ่งๆ ไม่ได้ศัพท์ดังก้องในสมองจนกลบเสียงรอบตัวเสียสนิท ทากะไม่อยากจะเชื่อว่าเขาได้ยินอะไร ได้แต่หวังให้สิ่งที่โทรุพูดเป็นเรื่องโกหกที่กุขึ้นมาแกล้งกันเท่านั้น เขารู้สึกขยะแขยงขึ้นมา

“ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันมีความสุขมากนะ” โทรุลูบไล้ใบหน้าของทากะอย่างอ่อนโยน นิ้วมือหยอกล้อที่ริมฝีปากล่างตรงที่เขาฝากรอยรักเอาไว้

พอแล้ว…พอแล้ว…ได้โปรด

 ทากะหลับตาแน่นด้วยความอัดอั้น เขารู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา ทำไมตัวเองช่างโง่งมถึงเพียงนี้ เขาคบกับคนวิตถารแบบนี้มาตลอดเลยหรือ

“11 ปีของเราและตลอดไป”

“ไอ้…โรคจิต…อึก…” ทากะพยายามต่อต้านโทรุด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่เขาทำได้มากสุดเพียงปัดโทรศัพท์มือถือให้กระเด็นออกไปเท่านั้น

“นายรู้ไหมมีอะไรอีกที่ฉันอยากทำ” โทรุไม่สนใจคำต่อต้านหรือแม้กระทั่งน้ำตาที่นองหน้าอีกฝ่าย

“พอแล้วโทรุ!!” ทากะประท้วงสุดเสียง ความรู้สึกเจ็บปวดทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาสะอึกสะอื้นออกมาอย่างทนไม่ได้ มือปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้าง

ผมโทรุเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ใบหน้าสะท้อนความตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ “นายเคยได้ยินไหม…ว่าเซ็กส์จะเร้าใจขึ้นเวลาขาดอากาศหายใจ”

ตาของทากะเบิกโพลงขึ้นทันที ถลึงตาจ้องโทรุแล้วสั่นศีรษะ “ไม่ๆๆๆ นายอย่ามาเล่นบ้าๆ! อื้อ–“

ยังไม่ทันสิ้นเสียง มือสองข้างของโทรุก็บีบเข้าที่ลำคอของเขา รูม่านตาขยายกว้าง ชีพจรเต้นรัวเร็วราวกับจะกระโจนออกมาจากอก ทากะใช้มือทั้งสองข้างดันตัวโทรุออก

“รู้สึกดีไหม ทากะ” โทรุมองภาพทากะที่ดิ้นทุรนทุราย ใบหน้าแดงก่ำอยู่ข้างใต้อย่างพึงพอใจ เล็บมือทากะข่วนที่หลังมือของเขาเป็นรอยยาว แต่มันกลับทำให้โทรุสนุกมากขึ้นไปอีก

ทากะพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่ยิ่งพยายาม ยิ่งไร้ประโยชน์ เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว แขนและขาหนักอึ้งปราศจากความรู้สึก ราวกับเขาไม่ได้เป็นเจ้าของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายนี้ ภาพเพดานหมุนวนมารวมกันแล้วกลืนหายไปต่อหน้า เขามองเห็นคนข้างหน้าเป็นภาพเบลอเสมือนมีใครเอาม่านมาบดบังสายตาไว้ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกัน แล้วคนข้างหน้าเขาคือใคร เขาจำไม่ได้แม้แต่ตัวเองชื่ออะไรด้วยซ้ำ นี่เขากำลังจะตายใช่ไหม…

 

 _________________

 

ม่านตาสีดำขลับหดเข้าและขยายออกปรับรับกับแสงไฟบนเพดาน เจ้าของดวงตากระพริบตาครั้งหนึ่งก่อนที่เปลือกตาจะเปิดออกปรากฏเป็นภาพสีขาวเบื้องหน้า นี่เขาคงตายแล้วจริงๆ

ทากะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกกดทับที่ลำคอ เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ความทรงจำต่างๆ เริ่มหลั่งไหลกลับมา ทากะใช้แขนดันตัวลุกขึ้น เขารู้สึกระบมไปทั้งตัว ถ้าเขาตายไปแล้ว เขาไม่ควรจะรู้สึกเจ็บปวด ทากะสำรวจร่างกายตัวเองแล้วพบรอยฟกช้ำสีแดงม่วงตามร่างกาย เมื่อสัมผัสดูจึงพบว่ามันเจ็บ แสดงว่าเขายังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ ทากะคิดพลางสงสัยว่าต้องโชคร้ายขนาดไหนถึงจะถูกบีบคอ 2 ครั้งในเวลาติดๆ กันแบบนี้ เขาส่ายหน้าให้กับความซวยของตัวเองแล้วหันไปด้านข้าง แต่ไม่พบคนที่ควรจะอยู่ตรงนั้น

ทากะแบกร่างที่ปวดร้าวออกจากเตียง เขามองไปรอบๆ แต่ไม่พบโทรุ นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะทำอะไรสักอย่าง เขาจะอยู่กับวังวนวิปลาสแบบนี้ต่อไปไม่ได้

ขาพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าประตูบานเดิมก่อนจะผลักมันเปิดออก ทุกก้าวที่สัมผัสพื้นส่งความเจ็บปวดแล่นสู่สมอง ระหว่างที่หมดสติ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องดี เขาค่อยๆ เขย่งลงบันไดไปสู่ห้องเย็นยะเยือกด้านล่าง ห้องใต้ดินยังคงให้บรรยากาศอันน่าพิศวงไม่เปลี่ยน เขาพาตัวเองมาที่นี่โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม

 

 

 

“ตื่นได้แล้–“

 

โทรุเดินกลับมาที่ห้องแล้วพบกับเตียงนอนที่ว่างเปล่า ผ้าห่มเลิกออกเหมือนเพิ่งมีคนลุกออกจากเตียง เขาผลักประตูห้องน้ำเปิดอย่างร้อนรน แต่ไม่พบคนที่กำลังตามหา โทรุจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแล้วเร่งรีบกระแทกเท้าไปยังห้องอื่น

 

 

เสียงกระแทกประตูดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าภายในห้องกลับว่างเปล่า โทรุกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ความเดือดเนื้อร้อนใจผุดขึ้นมาภายในตัวราวภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ โทรุกระทืบเท้าลงบันไดที่ทอดไปสู่ห้องโถงแล้วสอดส่องหาร่างอันคุ้นเคย

“ทา~กะ~” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นการหยั่งเชิง เป็นไปตามคาด ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียงใดๆ ตอบกลับมา

ถ้าเจอตัวล่ะก็ เขาจะจับลงโทษเสียให้เข็ด

 

 

 

ทากะดึงเชือกที่ห้อยลงมากลางเพดานแล้วแสงสีส้มก็สว่างขึ้น ครั้งที่แล้วที่ลงมาที่นี่ เขามองไม่เห็นอะไรมากนัก มันมืดไปหมดและแสงไฟฉายก็ส่องไม่ถึง ทั้งยังมีหลายเรื่องครอบงำสติสัมปชัญญะของเขาไว้ ทากะสำรวจตามชั้นหนังสือ มีหนังสือเก่าๆ หลายเล่มที่พอพลิกหน้ากระดาษ ฝุ่นก็ฟุ้งกระจายจนเขาต้องรีบเอามือมาบี้จมูกตัวเองไว้ ทางด้านซ้ายของทากะมีกล่องเครื่องมือที่ทุกบ้านย่อมมีไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน อาจเรียกไม่ได้ว่ามันเป็นกล่องที่สมบูรณ์สักเท่าไร แต่มันก็พอมีอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ เขาคิดว่าโทรุคงเอาขวานมาจากที่นี่

ทากะเงยหน้ามองกล่องมากมายที่ซ้อนทับกันอยู่ เขาไม่มีเวลามากพอที่จะเปิดมันทั้งหมด ขณะนั้นเองที่เท้าไปสะดุดเข้ากับกล่องใบหนึ่ง เขาก้มลงมองกล่องที่แยกออกมาจากกลุ่มของมัน ก่อนจะค่อยๆ แง้มดูภายใน วิทยุสื่อสารเก่าๆ เครื่องหนึ่งนอนอยู่ข้างใต้ เขาหมุนปุ่มบนนั้นแต่มันกลับเงียบสนิท

 

 

 

ลมหายใจฟืดฟาดดังเป็นจังหวะ ในห้องครัวก็ไม่มี ห้องนั่งเล่นก็ว่างเปล่า แม้แต่ห้องซ้อมดนตรีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาก็เดินไปดู แต่ไม่ว่าที่ไหนๆ ทากะก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น ความหงุดหงิดของเขาเริ่มจะถึงขีดสุดแล้ว โทรุสบถคำหยาบคายต่างๆ ออกมาก่อนจะกวาดแจกันบนโต๊ะใกล้ๆ หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย เขามองเศษแจกันที่หักบิ่นบนพื้นอย่างเหม่อลอย หมอนั่นจะหลบไปไหนได้ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้น

เดี๋ยวก่อน

เขานึกได้ว่ายังมีอีกที่หนึ่ง

 

 

 

ทากะพินิจพิจารณาวิทยุสื่อสารในมือราวกับมันเป็นสิ่งของแปลกหน้าจากดาวดวงอื่น เขาไม่แน่ใจว่ามันจะมีประโยชน์อะไรหรือเปล่า แต่ถึงมันจะมีประโยชน์จริง เขาก็ไม่มีความสามารถในการซ่อมแซมมันให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม เขาถกเถียงกับตัวเองอยู่นานสองนานก่อนจะวางมันลงที่เดิม

ทากะรู้สึกว่าตัวเองปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานเกินไป เขาไม่รู้ว่าโทรุจะกลับไปที่ห้องเมื่อไร เขาไม่อยากคิดว่าถ้าโทรุไม่พบเขาอยู่ที่นั่นจะเกิดอะไรขึ้น ทากะกำลังจะก้าวเท้าถอยหลังกลับไป สายตาเผลอเหลือบไปมองยังวิทยุสื่อสารเครื่องนั้นอีกครา เขาส่ายหน้าก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา ทากะเก็บวิทยุสื่อสารที่ค้นเจอในกระเป๋ากางเกงแล้วหันหลังกลับไป

 

“ไง”

 

ทากะสะดุ้งโหยงเมื่อพบโทรุยืนประชันหน้าเขาอยู่ สายตาเย็นชาจ้องลงมาอย่างนิ่งๆ “ฉันบอกว่าห้ามไปไหนไม่ใช่เหรอ มันอันตราย”

ที่อันตรายที่สุดก็คือนาย ทากะคิด

“ฉันคิดว่าวันนั้นฉันทำอะไรตกไว้เลยลงมาหา” ทากะสรรหาข้อแก้ตัวมาช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์อันไม่น่าไว้ใจนี้

“แล้วหาเจอไหม” อีกฝ่ายถามอย่างห่วงใย

ทากะเอามือเกาหัวแล้วยิ้มแห้งๆ อย่างเสียไม่ได้ “เสียดายที่ไม่เจอ สงสัยทำหล่นไว้ที่อื่น”

“เหรอ”

“อืม”

“…”

โทรุยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน บรรยากาศในห้องใต้ดินดูไม่ชอบพามากล มันทำให้ทากะรู้สึกไม่สบายใจ

“กลับกันเถอะ นายขวางทางฉันอยู่” ทากะพูดพลางจะเดินอ้อมคนที่อยู่ข้างหน้าไป แต่ทว่าความเจ็บปวดกลับซ้ำเติมเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง โทรุกระชากผมทากะจนตัวลอย

“ที่ไม่เจอเพราะมันไม่มีอะไรให้หาไง! อย่ามาตอแหล!” น้ำลายสาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าทากะ โทรุกระชับมือที่ขยำผมของเขาไว้แรงๆ เส้นผมหลุดติดออกมาบางส่วน โทรุปล่อยมือแล้วเปลี่ยนไปกำข้อมือทากะแทน ก่อนจะฉุดลากเขาออกจากห้องใต้ดินไป

“เจ็บนะโว้ย! ปล่อย!!” ทากะโวยวายต่อต้านแรงของคนที่คุกคาม แต่ร่างกายที่บอบช้ำของตัวเองไม่สามารถสู้กับร่างกายที่แข็งแกร่งของโทรุได้

ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันตลอดทาง ทากะเริ่มทนไม่ไหวจนใช้ขาถีบเข้าที่ตัวโทรุสุดแรง การกระทำนั้นทำให้คนข้างหน้าหยุดเดินแล้วหันมามอง

“เมื่อกี้นายทำอะไร”

“ก็ปล่อยสิวะ!”

โทรุจ้องเขาไม่วางตา ทากะกล้าดียังไงมาขัดขืนเขา ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายทำผิดแท้ๆ เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ให้ตาย โทรุอยากจะจับทากะตัดแขนตัดขาแล้วขังไว้ในห้อง จะได้หนีไปไหนไม่ได้อีก ทั้งคู่ส่งสายตาไปมาราวกับเล่นสงครามประสาท ในที่สุดทากะก็ทนไม่ไหวโพล่งออกไป

“มองหาพ่อเหรอ!”

โทรุปล่อยหมัดใส่คนปากดี ใบหน้าทากะสะบัดไปอีกฝั่งตามแรงเหวี่ยง เลือดไหลออกจากรูจมูก เขาเลียมันออกแล้วจ้องไปที่โทรุอย่างอาฆาต ตาขวางด้วยความโกรธสุดขีด ริมฝีปากปากฉีกออก แยกเขี้ยวราวกับสัตว์ร้าย โทรุไม่สนใจแล้วลากทากะไปยังห้องตัวเอง ก่อนจะโยนเขาลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี

 

 

“เป็นเด็กดีล่ะ”

โทรุล็อคทากะไว้กับหัวเตียงด้วยกุญแจมือก่อนจะหายลับไปในห้องน้ำ มือข้างหนึ่งของเขายังว่าง แต่อีกข้างถูกจองจำไว้กับเหล็กเย็นๆ ทากะกระชากมันสองสามที ส่งเสียงดังแกร๊งออกมา แต่กุญแจมือยังคงสภาพเดิม เขาได้ยินเสียงโทรุเปิดน้ำดังออกมาจากด้านใน

เขาจะไม่อยู่ให้ถูกข่มเหงอีกแล้ว เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ทากะมองไปรอบๆ เพื่อหาตัวช่วย แต่หันไปทางไหนก็ดูว่างเปล่า ทุกอย่างอยู่ไกลเกินเอื้อม ไม่ได้การ ชีพจรเต้นรัวอย่างกระวนกระวาย เขาจำต้องล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควานหาอะไรก็ตามที่มี พระเจ้าเข้าข้างเขาในที่สุด ทากะเจอกับอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกสุด เขาหยิบกิ๊บติดผมออกมา พลอยรู้สึกโชคดีที่ช่วงนี้ผมของเขายาวพอที่จะทำให้ตัวเองรำคาญจนต้องใช้กิ๊บหนีบ ทากะลองอ้ามันออกส่งเสียงดังเป้าะ แม้เขาจะโดนล้อทุกครั้งที่ใช้ แต่เขาดีใจที่สุดที่มีมันในตอนนี้ ทากะใช้ฟันกัดซี่ในที่เป็นตัวหนีบทิ้งไป ก่อนจะกำจัดส่วนหัวที่ใช้จับออก หลงเหลือเพียงแท่งเหล็กบางๆ สองขาด้านข้างที่เชื่อมกันอยู่ตรงปลาย ฟันกัดไว้ที่ปลายหนึ่ง อีกมือช่วยบิดมันไปมา ในที่สุดเขาก็ได้แท่งเหล็กสีดำขนาดเล็กมาแท่งหนึ่ง ทากะสอดมันเข้าไปบริเวณที่เป็นรางสอดแขนกุญแจมือ เมื่อแท่งเหล็กเข้าไปแทนที่ซี่ของกุญแจจึงทำให้มันสามารถสไลด์ออกจากร่องได้อย่างง่ายดาย ทากะไม่เคยคิดว่าการทำตัวเหลวแหลกในวัยรุ่นของเขาจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากถึงขนาดนี้ เขาสะบัดมือออกเป็นอิสระ เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงน้ำจากห้องน้ำหยุดลงพอดี ทากะหันขวับไปทางประตูอย่างระแวง เร่งรีบลากเก้าอี้ไปคั่นลูกบิดไว้ได้ทันท่วงที เพราะไม่ถึงวินาที ลูกบิดก็หมุนตัวพอดิบพอดี เมื่อคนข้างในเห็นว่ากลอนประตูใช้งานไม่ได้ จึงมีเสียงกระแทกประตูดังๆ อีกหลายครั้งตามมา ทากะรีบกระเสือกกระสนออกจากห้องไปโดยไม่รีรอ หากช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว เขาอาจชะตาขาดได้

 

 

 

ประตูพังออกหลังแรงกระแทกจากอีกฝั่ง

“แสบนักนะ”

โทรุที่เนื้อตัวเปียกก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ เพียงผืนเดียว สายตาเหลือบไปเห็นกุญแจมือที่อ้าออกแล้วเคี้ยวปากอย่างรำคาญใจ จะต้องมาเล่นซ่อนแอบกันอีกกี่ครั้ง หมอนั่นไม่รู้ตัวหรือไงว่าไม่มีที่ให้หนีหรอกนะ โทรุเดินออกจากห้องไปในสภาพนั้น ทิ้งไว้เพียงรอยเปียกเป็นรูปเท้าบนพื้นห้อง

 

 

“แฮ่ก..แฮ่ก..”

เสียงหอบหายใจจากความปวดร้าวเจียนตายผสานกับความเหนื่อยล้าในใจ ทากะรู้สึกว่าทุกย่างก้าวแทบจะพรากลมหายใจไปจากเขา ถ้าเขาโดนจับได้อีกครั้ง เขาคงหมดแรงจะหนีแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหนีไปที่ไหน ทากะพยายามก้าวเท้าให้เร็วที่สุด เขาร้อนรนจนล้มลง ก่อนจะรีบดันตัวเองขึ้นมาด้วยใบหน้าเหยเก เขากัดฟันแน่น รู้สึกเจ็บตรงข้อเท้า เขาคิดว่าตัวเองขาแพลง

จิตใต้สำนึกสั่งให้ทากะพาตัวเองมาถึงห้องซ้อมดนตรีในที่สุด เขาเดินกะเผลกเข้าไปด้านใน ร่างของเรียวตะหรือโทโมยะไม่ได้อยู่ในนั้นแล้ว มีเพียงรอยเลือดเก่าสีน้ำตาลเกรอะกรัง เขาไม่ใส่ใจและรีบดันลำโพงมาไว้กลางห้อง ก่อนจะปีนขึ้นไปอย่างทรมาน เขาได้ยินเสียงโทรุแว่วมาไกลๆ

 

 

“ทากะ! ฉันขอโทษ ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว!”

โทรุตะโกนเรียกจากตีนบันได ชะเง้อคอมองซ้ายทีขวาที โทรุมั่นใจว่าคนฉลาดอย่างทากะคงไม่ย้อนกลับไปที่เดิมแน่ ถ้าอย่างนั้น เขาจะไปที่ไหนกัน โทรุมองไปรอบๆ ขณะนั้นเองสายตาพลันเหลือบไปเห็นประตูห้องซ้อมดนตรีที่ชวนให้รู้สึกฉงน บานประตูเหมือนเพิ่งถูกเปิดออกและปิดไม่สนิทอย่างไรอย่างนั้น โทรุหรี่ตาลงก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปยังที่หมาย

 

 

ทากะแทรกตัวเข้าไปในช่องแอร์คับแคบบนเพดาน ใช้ท่อนแขนต่างเท้าในการเคลื่อนตัวไปด้านหน้า เขาเลาะเลี้ยวไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้โดยไม่รู้จุดหมาย ท่อนแขนอ่อนล้าไปหมด มิหนำซ้ำข้างบนนี้อากาศยังถ่ายเทไม่สะดวก หายใจลำบากเหลือเกิน เขาจงใจเมินซากหนูตายข้างๆ แล้วกลั้นใจคลานต่อไป ทากะรู้สึกราวกับใช้เวลาทั้งชีวิต จนกระทั่งเขาหลุดออกมาเจอกับห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห้องหนึ่ง

ภายในห้องมีท่อระโยงระยางเต็มไปหมด มีเครื่องที่ดูเหมือนจะเป็นปั๊มน้ำตั้งอยู่ในนั้นด้วย ด้านบนมีหน้าต่างเล็กๆ พอให้แสงสว่างส่องถึง แต่มันเล็กเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแทรกตัวออกไปได้

“…สังหารหมู่….บ้าน….กองกำลังสื…”

อยู่ๆ เสียงแปลกประหลาดก็ดังออกมา ทากะนิ่งฟังอย่างสับสนอยู่พักหนึ่งจึงพบว่าต้นตอของเสียงออกมากระเป๋ากางเกงของเขา วิทยุสื่อสารเครื่องเก่าที่เขาหยิบมานั่นเอง

 

 

โทรุสบถออกมาระหว่างเคลื่อนตัวอย่างยากเย็นผ่านช่องแอร์ ร่างกายของเขาเทอะทะกว่าทากะเลยทำให้การเคลื่อนไหวลำบากเป็นเท่าตัว แถมเนื้อตัวที่เพิ่งทำความสะอาดเมื่อครู่ก็กลับมาสกปรกอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทากะคิดว่าบนนี้จะมีทางออกหรือไง เขาไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะสิ้นคิดขนาดนี้ หรือนี่เป็นแผนการที่จะหลอกล่อให้เขาไขว้เขว เมื่อคิดได้ดังนั้น โทรุจึงหยุดการเคลื่อนไหว ทำท่าจะถอยหลังกลับ ทว่ามือพลันเหวี่ยงไปสัมผัสเข้ากับสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งพอดี เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณาภายใต้แสงสลัวที่ลอดออกมา ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วรีบคลานต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ไม่ผิดแน่ นี่ไม่ใช่กับดัก

 

 

“ฮัลโหล มีใครได้ยินไหม ฮัลโหล”

ทากะพูดใส่วิทยุสื่อสารหลายต่อหลายรอบ ทว่าไม่มีเสียงขานรับกลับมา มือหมุนปุ่มบนนั้นมั่วๆ เขาไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร แต่เขาไม่มีเวลามากพอที่จะศึกษาอะไรตอนนี้ นิ้วมือสุ่มกดแป้นตัวเลขโดยไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเสียงที่ดังออกมาเงียบหายไป แต่เสียงซ่าของคลื่นวิทยุยังคงอยู่ ทากะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า

“เอาอย่างงี้แล้วกัน”

ทากะตกลงปลงใจกับตัวเอง สายตาเหลือบมองไปทางช่องแอร์อย่างระแวงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมากดแป้นตัวเลขเป็นจังหวะสั้น 3 ครั้ง ยาว 3 ครั้ง และสั้นอีก 3 ครั้ง มันคือรหัสมอร์สสำหรับ SOS ที่เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เขาเคยเห็นจากโทรทัศน์ เขาบันทึกมันไว้ในโทรศัพท์แล้ววางไว้ข้างวิทยุสื่อสาร ปล่อยให้มันเล่นวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น เขามองผลงานตัวเองที่วางอยู่ตรงหน้า อย่างน้อยเขาก็ได้พยายามแล้ว

ทันใดนั้นเสียงดังโครมครามก็ดังขึ้นจากด้านหลัง มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สายตาหลุกหลิกมองไปรอบๆ เพื่อหาที่ซ่อนตัว

ไม่มี

เหงื่อผุดพรายขึ้นบนใบหน้าจากความประหม่า นัยน์ตาจับจ้องไปยังทางเข้าและทางออกเพียงทางเดียวของห้องนี้ เขาพาตัวเองมาพบกับทางตัน ทากะกลืนน้ำลายและยืนรอชะตากรรม

 

 

ไม่นานเกินรอ เสียงที่ประชิดเข้ามาก็เงียบลงและปากทางเข้าก็ปรากฏร่างของคนคุ้นเคย

“โป้ง!” โทรุโผล่ออกมาแล้วชูนิ้วโป้งใส่เขา “นายแพ้แล้ว”

มือกีตาร์ฉีกยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ ทากะร่นถอยไปไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับกำแพง ห้องนี้แคบกว่าที่เขาคิด แค่คนสองคนยืนก็แทบไม่เหลือที่ว่างแล้ว เขาหนีไปไหนไม่ได้ ครั้งนี้เขาจนมุมแล้วจริงๆ

“รู้ใช่ไหมคนแพ้ต้องโดนลงโทษ” โทรุกระซิบเสียงเบาข้างหูทากะ เขายืนนิ่งไม่ตอบโต้ ตามองตรงไปข้างหน้า ปฏิเสธที่จะสบตาอีกฝ่าย

“เงียบทำไม…เด็กดื้อ” โทรุเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของทากะเบาๆ แล้วหยิกแก้มอย่างหยอกล้อ “ฉันเตรียมบทลงโทษมาแล้ว”

น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทากะพยายามสะกดมันเอาไว้ ริมฝีปากสั่นเทาด้วยความกลัว เขาไม่อยากเชื่อว่าโทรุจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยมองโทรุเป็นคนไม่ดีเลย แต่เขาคงมองพลาดไป หางตาเหลือบไปมองวิทยุสื่อสารแวบหนึ่งอย่างมีความหวัง แต่การกระทำนั้นไม่รอดพ้นไปจากสายตาโทรุ เขาหันไปมองตามหลังอีกฝ่าย สิ่งที่เห็นทำให้โทรุกัดฟันกรอด เขาโยนทากะอัดเข้าไปกับผนังห้องด้วยความโมโห ก่อนจะจัดการเหยียบโทรศัพท์มือถือจนหน้าจอแตกร้าว เครื่องดับไปในที่สุด โทรุเขวี้ยงวิทยุสื่อสารใส่หน้าทากะเพื่อบันดาลโทสะ ทากะยกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลดมือลงและพบว่ามีเลือดติดมือมา

“นายไม่อยากอยู่กับฉันแล้วเหรอ ทากะ” หัวคิ้วของโทรุยกขึ้นแสดงท่าทีเศร้าโศก น้ำเสียงเศร้าสร้อยชวนให้อีกฝ่ายเห็นใจ เขารู้สึกผิดหวังและโดดเดี่ยว ทากะมองตอบอย่างหวาดหวั่น แต่เขาไม่ได้ปริปากพูดอะไร ไม่นานนักใบหน้าโทรุก็บิดเบี้ยว แปรเปลี่ยนไปเป็นปีศาจร้ายในชั่วพริบตา

“เป็นใบ้หรือไง ตอบสิวะ!!” เขาบีบแก้มทากะให้เปิดปากออก

“ใครจะอยากไปอยู่กับไอ้วิปริตอย่างนาย! ถุย!”

น้ำลายเปรอะเปื้อนเป็นหย่อมบนใบหน้าโทรุ นั่นทำให้ปราการในจิตใจเขาพังทลายลงในทันที ความโกรธหลั่งไหลออกมาราวกับลาวา ระดับความฉุนเฉียวทะยานขึ้นไปสุดปรอท โทรุเหวี่ยงทากะไปกระแทกกับท่อที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง คนถูกกระทำรู้สึกปวดร้าวไปหมด ทากะรู้สึกเหมือนกระดูกบางชิ้นในร่างกายจะหักไป

“ถ้าฉันไม่อนุญาตให้นายไป นายก็ห้ามไป” โทรุหยิบโซ่ที่เตรียมเอาไว้ออกมา ปลายข้างหนึ่งของมันมีปลอกคออยู่ “จำเอาไว้ ว่าใครเป็นเจ้าของนาย” โทรุหยิบปลอกคอมาสวมให้คนที่ดื้อด้าน ทากะดิ้นเต็มแรงเพื่อให้รอดพ้นจากการจับกุม แต่ปลอกคอล้อมรอบเข้ามาและมือโทรุกำลังจะประกบมันทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน เมื่อเห็นดังนั้น ทากะจึงออกแรงกัดเข้าเต็มแรงที่มือของอีกฝ่าย ฝังรอยเขี้ยวเอาไว้อย่างแสบสัน โทรุร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เขาทนไม่ไหวจนต้องสละมือออกจากทากะ จังหวะนั้นทากะฉวยโอกาสพุ่งไปยังทางออกเดียวที่เขามี รีบมุดตัวเข้าไปในช่องแอร์ด้วยร่างกายที่บอบช้ำ ทว่าเขาเคลื่อนที่ไปได้ไม่ไกลก็มีมือมาจับข้อเท้าเอาไว้ ทากะสะบัดขายื้อยุดไปมาจนรองเท้าหลุดออก โทรุไม่เลิกล้มความพยายาม ลากคนที่กำลังจะหนีออกมาได้สำเร็จ ใบหน้าของทากะครูดไปตามทางก่อนที่เขาจะร่วงลงไปกองกับพื้น

โทรุฉุดกระชากขาทากะมาตรงกลางห้องแล้วขึ้นคร่อม เขาใช้น้ำหนักตัวพันธนาการทากะเอาไว้ แรงกดทับทำให้ทากะขยับตัวไม่ได้ ซ้ำร้ายอาการบาดเจ็บยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นไปอีก ฝ่ายที่ไร้ทางสู้คิดอย่างสิ้นหวังว่าจะยอมจำนนดีไหม อย่างน้อยก็เจ็บตัวน้อยลง เมื่อคิดได้ดังนั้น ทากะก็นอนนิ่งไม่ไหวติง เขาเลิกต่อต้านโทรุอีก สีหน้าของคนด้านบนดูประหลาดใจ ทว่าก็พึงพอใจในเวลาเดียวกัน

“ในที่สุดก็เป็นเด็กดีเสียที” ทากะเลือกที่จะทำหูทวนลม รอยยิ้มอันน่าขนลุกปรากฏขึ้นบนใบหน้าโทรุ

“ฉันจะให้รางวัลนาย” โทรุจูบริมฝีปากทากะเบาๆ แล้วผละออกมา ก่อนจะเลื่อนไปจูบบริเวณคอที่มีรอยนิ้วมือผลงานชิ้นโบว์แดงจากเมื่อคืนประดับไว้ ทากะมองเรือนร่างของโทรุในผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอย่างเหม่อลอย พลางคิดว่าเขาอยากจะชโลมผิวขาวๆ ของคนตรงหน้าด้วยสีแดงเป็นการตอบแทน

เดี๋ยวก่อน

ทากะเอื้อมมือไปคลำกระเป๋ากางเกงอย่างระมัดระวังโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

“โทรุ” คำพูดจากปากทากะเรียกให้เจ้าของชื่อหันไปมอง ทากะเอื้อมมือไปโอบคอโทรุแล้วประกบริมฝีปากกับอีกฝ่ายอย่างรุ่มร้อน มุมปากของโทรุหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนจะจูบตอบด้วยความโหยหา ทั้งสองแลกจูบกันราวกับวันนี้จะเป็นวันสิ้นโลก ก่อนที่ทากะกระซิบที่ข้างหูโทรุเบาๆ

“ฉันขอโทษ”

 

 

โทรุเอามือกุมท้อง ตาก้มลงไปมองไขควงที่ปักเข้ามาแล้วคำรามเสียงดังด้วยความโกรธ ดวงตาเบิกกว้างมองทากะอย่างเอาเรื่อง ทากะผลักเขาออกแล้วรีบตะเกียกตะกายหนีเข้าไปในช่องแอร์โดยไม่หันหลังกลับมามอง โทรุดันตัวเองลุกขึ้น แต่เลือดกลับไหลออกมาไม่หยุด เขาก้าวเดินอย่างทรมาน มองร่างของทากะที่มุดเข้าไปในทางออกไม่ห่างออกไป โทรุเร่งฝีเท้าเพื่อไล่ตามทากะที่กำลังไกลออกไปทุกทีๆ ทว่าเขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงกับพื้น หมดเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับร่างกายตัวเอง

ร่างเกือบเปลือยนอนแผ่อยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อย่างเดียวดาย ผิวสีขาวถูกอาบด้วยสีแดงของโลหิต หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างอ่อนแรง เขาพลาดไป เขาก็น่าจะรู้ว่าทากะโกหกเก่งแค่ไหน หากมีรางวัลตุ๊กตาทอง หมอนั่นก็คงจะได้ไปแล้ว เขาหัวเราะฉลองให้กับการโดนสวมเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขานี่มันโง่จริงๆ

ระหว่างที่โทรุกำลังโทษความสะเพร่าของตัวเองอยู่นั้น เขาไม่อาจต้านทานเปลือกตาที่หนักหน่วงของตัวเองได้อีกต่อไป เขาจึงปล่อยให้มันเลื่อนลงมาประจบกัน และยอมให้ความคิดในสมองดับไปพร้อมๆ กับมัน

ฉันรักนาย…ทากะ

 

TO BE CONTINUED.

 _____________________________

 

TALK

◊ ขอโทษที่ให้รอนานนะทุกคน หายไปเที่ยวมานาน คงยังไม่ลืมกันใช่มั้ย

◊ ในที่สุดเรื่องก็ดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว เรียกได้ว่าใกล้คำตอบเข้าไปทุกทีๆ สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง จะตรงกับที่ทุกคนคิดไหม ขอให้ติดตามตอนต่อไป Fantastic Beasts and Where to Find Them ฉาย 11 พ.ย. นี้ทุกโรงภาพยนตร์

◊ คุณคือ  #TeamToru  หรือ  #TeamTaka ?

◊ เหมือนเดิม สามารถพูดคุย คอมเม้นท์ แลกเปลี่ยนทฤษฎีได้ที่บล็อกนี้หรือที่แฮชแท็ก #ฟิคจินเซย์ ได้ตลอดนะ

 

writer/sound&photo editor : @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ : #ฟิคจินเซย์

Advertisements

2 thoughts on “【OOR fic】 Jinsei Game : Chapter 7

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s