Uncategorized

【OOR fic】 Apocalypse : Chapter 7 ฉันแค่อยากได้ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ

usa102

 

【Previous chapters】

Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3 | Chapter 4 | Chapter 5 | Chapter 6

 

 

ตอนที่ 7

ฉันแค่อยากได้ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ

__________________________________

 

 

          ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นฉับพลันเมื่อเฮลิคอปเตอร์แปลกหน้ามาลงจอดบนลานของหน่วยปฏิบัติการโดยไม่มีการแจ้งมาก่อน ทุกคนไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการเพราะข้างลำเครื่องมีตัวอักษรเขียนไว้ชัดเจนว่า NH-01

          “ไง ทุกคน” ขายาวๆ ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เทรุโผล่หน้าออกมาเป็นคนแรก “ว้าว! มาต้อนรับกันซะเยอะเลย ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้พวก” เทรุปัดมือไล่กลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนหน้าเครียดมองมา ดูแล้วน่าจะเป็นพวกทหารยศต่ำที่ถูกสั่งให้มายืนคุมที่ทาง งานจิ๊บจ๊อยของพวกเด็กใหม่น่ะ

          “ว่าแต่…นายเห็นหัวหน้าพวกนายบ้างหรือเปล่า” เทรุเอามือขึ้นมาบังบริเวณหน้าผากแล้วหยีตาสอดส่องไปรอบๆ เหมือนพวกต้นหนบนเรือประมง

          “เตรียม!” ทหารทุกคนกระชับปืนพร้อมยิง กระบอกปืนจ่อไปยังคนแปลกหน้า

          “โว้วๆๆ ใจเย็นสิ ในมือนั่นไม่ใช่ของเล่นนะ” เทรุยกมือขึ้นมาปราม แต่ยังคงพูดต่อไปด้วยท่าทีสบายๆ ปากฉีกยิ้มกว้างราวกับกำลังเดินอยู่ในสนามเด็กเล่น เขาก้าวต่อไปข้างหน้าโดยมีผู้ร่วมชะตากรรมที่เหลือเดินตามมา คาสึกิกับเคนตะขนาบสองข้างของเขา ทากะและพรรคพวกเดินตามมาไม่ห่างทางด้านหลัง ในมือพวกเขาไม่มีอาวุธใด

          “ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กับบอสพวกนายหน่อ–“

          “ยิง!”

          เทรุยังไม่ทันได้จบประโยคของเขา คำสั่งยิงก็ดังออกมา กระสุนปืนพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่ามันกลับตกลงไปสู่พื้น ทหารทุกคนงวยงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

          “เจ๋งเป้ง!” เทรุหันไปขยิบตาแล้วยกนิ้วโป้งให้กับคาสึกิที่ในมือมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์สี่เหลี่ยมเล็กๆ นิ้วโป้งของชายผมสีส้มคาอยู่ที่ปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวบนนั้น

          ความโกลาหลเกิดขึ้นบนลานทันที ทหารทุกคนจ้องเขม็งมาทางผู้บุกรุกไม่วางตา ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณพร้อมกับแสงสีแดงจากดวงไฟวาบไหวออกมาเป็นจังหวะ สปอร์ตไลท์จากด้านบนส่องลงมาที่พวกเขาราวกับเป็นนักแสดงหลักของโรงละคร แสงจ้าของมันทำให้ต้องหรี่ตาลง

          “ถึงเวลายืดเส้นยืดสายแล้ว” เทรุหักข้อมือและหมุนคอผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เขาชักปืนที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วหมุนมันรอบหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

          “ย้ากกกกก!” ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาทางเขาพร้อมกระบอกปืนยาวที่ง้างขึ้นพร้อมจะฟาดลงมาเมื่อถึงเป้าหมาย เทรุมองการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามขาดลอย เขาหลบตัวไปทางซ้ายก่อนจะหมุนตัวอีกหนึ่งรอบแล้วใช้กระบอกปืนสับเข้าที่ต้นคอ ทหารคนนั้นล้มลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

          หน่วยกล้าตายอีกสองสามรายทยอยเข้ามา จากนั้นทหารทั้งเหล่าก็วิ่งเข้ามาจู่โจมพร้อมๆ กัน

          เคนตะใช้มือใหญ่ของเขาจับคอเสื้อฝ่ายตรงข้ามแล้วเหวี่ยงลงไปกับพื้น ชายผู้โชคร้ายคนนั้นไถลออกไปกระทบกำแพงที่ห่างออกไปแล้วหมดสติลง

          ทากะหันไปเผชิญหน้ากับทหารรูปร่างใหญ่โตจนต้องเงยหน้ามอง พลางคิดในใจว่า ซวยแล้ว หมัดมหึมาเหวี่ยงเข้ามาทางด้านซ้าย ทากะม้วนตัวลงล่างหลบหลีกมัน ก่อนจะเหยียดขาออกไปเกี่ยวช่วงล่างของศัตรูให้เสียหลักล้มลง หากสู้กับคนตัวใหญ่กว่า วิธีนี้แหละดีที่สุด ศัตรูตัวฉกาจล้มลงกับพื้นแต่ยังไม่ยอมแพ้ แขนที่กล้ามเนื้อปูดโปนแทบระเบิดออกมาจากเสื้อเอื้อมมาจับข้อเท้าทากะไว้ เขาสะบัดขาสุดแรงเกิดเพื่อสลัดมันออก ทว่าเขากลับเสียหลักล้มลงจูบพื้นดิน พี่เบิ้มขึ้นคร่อมเขาแล้วกระชากเสื้อให้เขาพลิกตัว หันหน้าไปประชันกับตัวเอง ทหารร่างใหญ่คำรามเสียงดังขู่ขวัญก่อนจะชูแขนขนาดเท่าท่อนซุงขึ้นฟ้าพร้อมจะฟาดลงมาที่เขา

          โป้ก!

          เสียงของแข็งกระทบกันดังขึ้น พี่เบิ้มชะงักและล้มลงไปกับพื้นข้างตัวเขาพอดี

          “มาเร็ว!” โทรุดึงทากะขึ้นมาจากพสุธาก่อนจะรีบวิ่งตามพวกที่เหลือไป

          คาสึกิควักระเบิดควันออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วกลิ้งมันไปกับพื้น วัตถุทรงกลมกลิ้งหลุนๆ ไปก่อนที่มันจะระเบิดส่งเสียงฟู่ออกมา กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาบดบังสายตาทุกคน

 

 

          พวกเขาผ่านประตูลานจอดเฮลิคอปเตอร์เข้ามา บรรยากาศนิ่งสนิท มีเพียงสัญญาณเตือนผู้บุกรุกที่ดังแว่วอยู่ ทว่าไม่มีเจ้าบ้านแม้แต่คนเดียว ทางเดินยาวล้อมรอบด้วยผนังสีขาวที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า เทรุสาวเท้าแต่ละก้าวเสมือนเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ เขาเดินผ่านทางแยกด้านซ้ายแล้วชูปืนเก็บเสียงขึ้นยิงโดยไม่มอง ทหารคนหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้น เรียวตะมองร่างที่หล่นลงไปสลับกับเทรุอย่างตกตะลึง เทรุสลับปืนไปยังมือขวาแล้วยิงอีกสองนัดส่งให้เป้าหมายไปทักทายพื้นกระเบื้องเย็นๆ ด้านล่าง คาสึกิกดอะไรบางอย่างบนหน้าปัดนาฬิกาสองสามครั้ง ก่อนจะกำมือเป็นรูปปืนเล็งไปยังกล้องวงจรปิด เขาขยิบตาให้กล้องแล้วสะบัดข้อมือขึ้นเป็นอันเสร็จงาน กระสุนปืนล่องหนได้ปล่อยออกไปแล้ว ไฟสีแดงที่กระพริบบนกล้องทุกตัวดับไปพร้อมกัน

          เสียงกระแทกเท้าของคนจำนวนมากดังใกล้เข้ามา คงเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงเฉพาะกิจ เทรุนึกอย่างรู้ทัน พวกเขาเลี้ยวมาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง คนที่เดินนำยืนรออยู่หน้าบานประตู ปล่อยให้คาสึกิทำงานของเขา นิ้วมือกดปุ่มที่เครื่องใส่รหัสตรงบานประตูอย่างรวดเร็ว โทโมยะชะเง้อมองแต่ไม่เข้าใจแม้แต่นิด ชายผมสีส้มแนบมือทั้งสองข้างเข้ากับหน้าจอสีฟ้าก่อนประตูจะเปิดออก เขาใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาที

          “โอ๊ะโอ”

          คราวนี้พวกเขายืนประจันหน้าอยู่กับกองกำลังทหารหน่วยหนึ่ง ในมือมีอาวุธทันสมัยของกองทัพ เรียวตะเลิ่กลั่กมองเพื่อนร่วมชะตากรรม ปาดเหงื่อที่ไหลออกมาอย่างประหม่า โทโมยะเช็ดมือที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อกับกางเกงก่อนจะกลับไปเล็งปืนอย่างมุ่งมั่น

          “ฉันเริ่มเอง” เคนตะประกาศกร้าวแล้วตรงเข้าไปปะทะกับคนที่ตัวใหญ่สุด แม้ร่างกายจะใหญ่โตแต่การเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายฟ้า เคนตะแย่งกระบอกปืนจากมือนายทหารหน้าบูดแล้วกระแทกลงบนศีรษะฝ่ายตรงข้าม ปืนหักออกเป็นสองท่อนพร้อมกันกับนายทหารที่ทรุดตัวลงไปนอนแน่นิ่ง การเคลื่อนไหวรอบข้างสับสนอลหม่าน ทัตสึเล็งกระบอกปืนไปยังเพดาน กระสุนแฉลบกระเด้งไปยังผนังด้านซ้ายแล้วปะทะเข้าที่หลังของทหารที่ยืนหันหลังสู้อยู่กับโทโมยะ โทรุลากคอเสื้อทหารอีกคนออกมาแล้วกระแทกเขาเข้ากับกำแพง หลงเหลือรอยเลือดเป็นปื้นน่าสยดสยอง คาสึกิงุ่นอยู่กับการเปิดประตูอีกฝั่ง เมื่อการต่อสู้จบลง ร่างทหารทั้งหมู่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้อง เสียงติ๊ดเบาๆ ดังออกมา และประตูก็เปิดออกพอดี

          “บราโว่!” เทรุตบมือสองข้างเข้าด้วยกันแล้วเดินนำไป

          “7 นาที” คาสึกิหันไปกระซิบกับเพื่อนตน เทรุพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “มีเวลาถมเถ”   

 

 

          หลังพวกเขาก้าวพ้นบานประตู ผนังก็กลับกลายเป็นสีขาวกลบให้บานประตูนั้นหายไป พวกเขาทั้งแปดยืนล้อมวงอยู่ในห้องทรงกลมสีขาวล้วน มีเพียงห้องโล่งๆ และพวกเขาเท่านั้น

          “โทษที ฉันลืมไปแล้ว” เทรุพูดขึ้น มือเกาหัวแกรกๆ เคนตะมองแล้วทอดถอนใจก่อนจะเดินไปดันผนังที่หกนาฬิกา สิบนาฬิกา และสิบสี่นาฬิกา เมื่อเสร็จสิ้น ประตู 3 บานปรากฏแทนที่ผนังว่างเปล่าเมื่อครู่ ทากะตกตะลึงกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจนลืมกระพริบตา เขารู้สึกเหมือนชีวิตที่ผ่านมาเป็นเรื่องโกหก

          “ตรงนี้ฉันเอง” เทรุพูดต่อ

          “อาโลโฮโมร่า จงเปิดออก” เขาทำท่าโบกไม้กายสิทธิ์แล้วยืดตัวร่ายเวทมนตร์สะเดาะกลอน เคนตะกลอกตาขึ้นด้านบนอย่างเบื่อหน่ายแล้วบ่นขมุบขมิบ “เร็วๆ เถอะ”  

          เทรุพลิกสีหน้าจริงจังก่อนจะหยิบปืนขนาดพอดีมือขึ้นมาแล้วเล็งไปยังบานประตูที่หกนาฬิกา แสงเลเซอร์สีแดงพวยพุ่งออกมาราวกับเสกเวทมนตร์ เฉือนบานประตูออกเป็นสี่เหลี่ยม ทลายปราการลงมากับพื้น

          พวกเขาก้าวเท้าเข้าไปสู่ทางเดินที่ขนาบไปด้วยผนังสีน้ำตาลหม่น ตามฝาผนังสองด้านประดับด้วยผลงานศิลปะในกรอบเลี่ยมทอง ไฟสีเหลืองส้มทอแสงริบหรี่จากโคมไฟหรูเป็นระยะตลอดทางเดิน

          “อีกสองประตูเมื่อกี้มีอะไร” ทากะเอ่ยปากถามเพื่อนขาโหดของเขาเมื่อสถานการณ์รอบข้างดูสงบลง

          “นายอย่ารู้เลย” เทรุตอบโดยไม่หันกลับมามองก่อนจะสืบเท้าเดินนำหน้าไป ทิ้งให้ทากะอยู่กับคำถามที่ไร้คำตอบ

          “เครื่องดูดสูญญากาศแรงลมสูง” คาสึกิที่อยู่ด้านข้างก้มลงกระซิบข้างหูเขา “อีกด้านมีใบมีดขนาดใหญ่หมุนติ้วอยู่ แค่นายก้าวเท้าเข้าไปก็…” เขากระดกลิ้นแล้วเอานิ้วปาดคอ “ลองนึกถึงเครื่องตัดหญ้าดูสิ”

          ทากะกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ไม่อยากนึกสภาพตัวเองที่เหลือแค่อะตอมล่องลอยในอวกาศ แค่คิดก็คลื่นเหียนเวียนไส้ เขารู้สึกพะอืดพะอม

          “ส่วนอีกประตู–“

          “ฉันไม่อยากรู้แล้ว!” ทากะยกมือปางห้ามญาติ เขากุมท้องที่ปวดบีบอย่างน่าพรั่นพรึง เทรุพูดถูก เขาไม่ควรรู้ คาสึกิส่งเสียงหัวเราะหึๆ ล้ออีกฝ่ายที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะเอาแขนเสื้อปาดเหงื่อออกจากใบหน้าทากะ ขยี้ผมอีกฝ่ายให้กระเซิงแล้วเดินตามเทรุไป ทากะส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหงุดหงิดไล่หลัง

          เทรุยกกรอบรูปที่สองจากด้านซ้ายขึ้นแล้วส่งสัญญาณให้เคนตะ เพื่อนร่างบึกบึนของเขายกกรอบรูปที่สี่ทางด้านขวา ตามมาด้วยคาสึกิที่ปิดท้ายด้วยการยกกรอบรูปสุดท้ายทางด้านซ้ายไล่หลัง ทันใดนั้น ประตูที่สุดทางเดินก็ปรากฏขึ้น ทุกคนออกเดินตามหลังเจ้าถิ่น ทัตสึเดินรั้งท้ายมองไปรอบๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้ทันพรรคพวกที่เหลือ

          เทรุจับลูกบิดประตูค้างไว้แล้วดันบานประตูแง้มเปิด เขาหันไปทางคาสึกิแล้วเลิกคิ้วขึ้น

          คาสึกิมองนาฬิกาข้อมือแล้วเบะปากออกมา “13 นาที 57 วินาที”

          “วู้ว!” เทรุส่งเสียงฉลองอย่างคนมีชัย “พวกนายต้องเลี้ยงเหล้าฉัน”

          เทรุผลักบานประตูให้กว้างแล้วเหยียบลงบนพื้นพรมหรู มันเป็นห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยสไตล์อเมริกันที่ผสมปนเปกับสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นอย่างลงตัว บ่งบอกถึงรสนิยมอันดีของเจ้าของห้อง ตรงกลางมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ ด้านหลังมีเก้าอี้ที่หันพนักพิงมาทางพวกเขา

 

          แปะ!    แปะ!    แปะ!

 

          เสียงปรบมือดังขึ้นจากด้านหลังเก้าอี้เป็นจังหวะช้าๆ คนปรบมือดูจะไม่ตื่นเต้นกับสถานการณ์ตรงหน้าเท่าไรนัก เงียบไปเพียงอึดใจ เก้าอี้ตัวนั้นก็ค่อยๆ หมุนกลับมา ปรากฏชายคนหนึ่งที่นั่งไขว่ห้างก้มหน้าแสยะยิ้มอยู่ ศอกสองข้างเท้าอยู่กับที่วางแขน ปลายนิ้วทั้งห้าประสานกันอยู่ระดับอก โทรุแตะปืนที่ขอบกางเกงอย่างประหม่า

          “สมกับเป็นหน่วยรบปฏิบัติการพิเศษ” เสียงนุ่มลึกของชายบนเก้าอี้ดังขึ้น ฟังจากเสียงแล้วคงอายุยังไม่มากนัก

          “รสนิยมนายยังน่าขยะแขยงไม่เปลี่ยน” เทรุพูดกับอีกฝ่ายอย่างไม่ระวังปากระวังคำ

           ชายนิรนามเงยหน้าขึ้นก่อนจะดีดตัวลุกจากเก้าอี้ แสงบนเพดานกระทบไปยังร่างสูงเพรียว ตอนนั้นเองทากะจึงเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ชายปริศนามีจมูกโด่งเป็นสัน เบ้าตาลึกโบ๋ และขากรรไกรที่หักมุมคมชัด อีกทั้งโหนกแก้มที่โดดเด่นประกอบกับผมสีบลอนด์ทองยิ่งทำให้เขาดูคล้ายกับชาวต่างชาติ ทว่าชายผู้นั้นกลับพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องราวกับเป็นภาษาบ้านเกิดของตน

          “มาซาโตะ”

          “เทรุ”

          ชายที่ชื่อมาซาโตะเดินมาหยุดอยู่หน้าเทรุ ทั้งคู่จ้องตากันอยู่เนิ่นนาน ไม่มีใครยอมละสายตาออกจากใคร ในที่สุดเทรุก็หัวเราะออกมา “อย่าเกร็งขนาดนั้นสิเพื่อน” เทรุตบบ่าอีกฝ่าย “โอ๊ะ โทษที ฉันหมายถึง…หัวหน้า” เห็นได้ชัดว่าเทรุจงใจกวนประสาทอีกฝ่าย ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ

          “เข้าเรื่องเลยดีกว่า อย่าเสียเวลา” มาซาโตะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “แหม ทำเป็นรีบร้อนไปได้ จะไม่ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลยรึไง เย็นชาจริงๆ” เทรุทำหน้าละห้อยราวกับกำลังน้อยใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจังแล้วเอ่ยขึ้น “ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน”     

          มาซาโตะขมวดคิ้วเข้าหากัน

          เทรุพูดต่อไป “ฉันไม่สนตำแหน่งบนเก้าอี้ที่นายหักหลังแย่งไป ฉันแค่อยากได้ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ” มาซาโตะปากกระตุกอย่างหงุดหงิดกับคำที่ทิ่มแทงใจก่อนจะปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยอย่างรวดเร็ว

          “นายต้องการอะไร” เขาเอ่ยขึ้น

          เทรุฉีกยิ้มออกมา “สิทธิในพื้นที่โตเกียวทั้งหมดและหอปฏิบัติการ หวังว่าจะไม่มากเกินไป” มาซาโตะกัดฟันกรอดกับคำขอของเพื่อนเก่า “อ้อ ไม่ต้องแถมคนของกองทัพมานะ แค่หอเปล่าๆ ก็พอ ที่เหลือฉันยกให้นาย” เหมือนทากะจะสังเกตเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากรูจมูกและรูหูของเจ้าของห้อง เจ้าบ้านั่นต้องการอะไรของมัน โตเกียวเนี่ยนะ!

          มาซาโตะระงับความโกรธของตนอย่างสุดกำลังแล้วเอ่ยถามขึ้น “แลกกับอะไร”

          “โอว…รับรองนายจะต้องชอบแน่ๆ” เทรุผิวปากอย่างอารมณ์ดี เขารอไม่ไหวที่จะเปิดเผยทีเด็ด

          “แอลฟ่า”

          !!

          มาซาโตะอึ้งไป ดวงตาเป็นประกายระงับความตื่นเต้นเอาไว้แทบไม่อยู่ จิตโลดแล่นด้วยความใคร่รู้ เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากครั้งหนึ่งก่อนจะสงบสติที่เตลิดเปิดเปิง “แอลฟ่ามีอยู่เพียง 0.001% ของประชากรทั้งหมด และคนสุดท้ายที่เจอก็ตายไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อน นายหลอกฉันไม่ได้หรอก”

          “โถๆๆๆ…นายนี่ไม่รักษาของเลยนะ” เทรุส่ายหน้าก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา “แต่ฉันไม่ได้โกหก”

          เทรุดันตัวทากะไปอยู่ด้านหน้า ทำให้เขายืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายตัวสูงกว่า 2 คน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกขนาบด้วยตึกเอ็มไพร์สเตท แต่เดี๋ยวก่อน…

          “นี่แอลฟ่าของฉัน”

          ทากะดวงตาเบิกโพลง หันหลังกลับไปหาเทรุที่ไม่ได้มองลงมา เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

          “ฉัน? ฉันเนี่ยนะ!?”

          เทรุไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อน สายตาจับจ้องไปยังมาซาโตะเพื่อหาคำตอบ อีกฝ่ายพิจารณาคนตัวเล็กที่ดิ้นแด่วๆ อยู่ตรงหน้าก่อนจะเปล่งเสียงสุดท้ายที่ตัดสินทุกอย่างออกมา

          “ตกลง”

 

          ฉิบ-หาย-แล้ว

 

 

 

TO BE CONTINUED.

 

______________________

ห่างหายกันไปนาน นึกว่าเฮลิคอปเตอร์น้ำมันหมดไปซะแล้ว 55

ตัวละครใหม่ตรงกับที่ทุกคนคิดไว้หรือเปล่า?

 เขียนโดย @puroii

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #OORซอมบี้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s