Uncategorized

โทรุและทากะกับเส้นทางสู่สังเวียน 11 ปี

            

            

 

            “ทากะ ไปเที่ยวกัน”

            “ขอโทษ ฉันต้องอ่านหนังสือสอบ”

 

            โทโมยะมองทากะที่นั่งอ่านหนังสือเรียนอย่างเคร่งเครียด เขาชะเง้อมองลายมือยุกยิกบนกระดาษโน้ต มันเต็มไปด้วยสูตรฟิสิกส์ที่คนหัวอ่อนอย่างเขาไม่มีทางเข้าใจ

            หมอนี่กำลังจะสร้างระเบิดปรมาณูหรือไง โทโมยะคิด แต่ไม่ไปก็คือไม่ไปและเขารู้ตัวดีว่าอะไรก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ทากะเปลี่ยนใจได้นอกจากเรื่องเรียน

 

            ทากะฮิโระเป็นเด็กเรียน เขาขยันหมั่นเพียรและมีความมุ่งมั่น ผลของการกระทำส่งผลให้เขาได้คะแนนอันดับหนึ่งของห้องและระดับชั้นเสมอ เขาไม่สนใจกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้เขาเสียเวลากับการเรียน เมื่อเลิกเรียน เขาจะรีบไปทำงานพาร์ทไทม์ ก่อนจะมุ่งกลับบ้านไปทำการบ้านและทบทวนบทเรียนโดยไม่เถลไถล

 

            “เสียเวลาชะมัด”

 

            เขาบ่นหลังเลิกงานก่อนจะขึ้นปั่นจักรยานอย่างรวดเร็วกลับบ้านไป

            สาเหตุที่เขาต้องทำงานพิเศษเพราะทากะฮิโระย้ายออกมาอยู่คนเดียว เขาให้เหตุผลว่าที่บ้านเสียงดังมากจนเขาไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเวลาทบทวนบทเรียน ยิ่งช่วงใกล้สอบด้วยแล้ว แม้แต่เสียงลมหายใจตัวเองยังหนวกหู (แต่เขาไม่คิดจะหยุดหายใจหรอกนะ)

 

 

            เวลานี้เป็นช่วงใกล้สอบปลายภาคแล้ว ครั้งที่แล้วเขาคะแนนตกไปจากเดิม 1 คะแนน นั่นทำให้เขาหัวเสียเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาตั้งใจจะแก้ตัวกับมัน ทากะมุ่งจะทำข้อสอบให้ได้เกิน 100 คะแนน ซึ่งนั่นหมายความว่า เขาจะต้องเขียนคำตอบให้ได้คะแนนพิเศษด้วย

            แรงแค้นทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมา

 

 

            ทว่าเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง

 

 

 

            “งานเทศกาลปีนี้นายต้องขึ้นไปแสดง เราขาดคน”

            “ไม่เอา” เขาปฏิเสธหัวหน้าห้องที่ทู่ซี้

          น่ารำคาญ

          “สาบานได้ว่าใช้เวลาไม่นาน”

            “ไม่เอา”

            เลิกยุ่งกับฉันสักที ฉันต้องอ่านหนังสือ

            “อาจารย์บอกคนที่แสดงจะได้คะแนนพิเศษ”

          “ไม่เอ–“

 

 

            เดี๋ยวก่อน

 

 

            ทากะเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดโน้ต ดวงตาเป็นประกายอยู่แวบหนึ่ง ก่อนที่มันจะดับวูบลงในเสี้ยววินาที

            “ไม่เป็นไร ยังไงคะแนนฉันก็เยอะอยู่แล้ว”

 

 

            “อาจารย์บอกว่า 30 คะแนนสำหรับปลายภาค”

     “30!!”

 

          เขาตะโกนดังมากจนคนรอบข้างหันมามอง มันเยอะพอๆ กับคะแนนสอบเกือบครึ่งเลยนะ! เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าลองช่างน้ำหนักจากข้อดีและข้อเสียแล้ว ข้อเสนอนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เขาจึงตัดสินใจ

 

          “ก็ได้”

 

            เขาจำใจตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้คะแนนมาฟรีๆ แลกกับการเสียเวลาอ่านหนังสือนิดหน่อย มากกว่า 100 คะแนนก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม        

            หวานหมู

 

 

 

 

            “สุดยอด! นี่นายเคยเรียนร้องเพลงมาก่อนเหรอ” เพื่อนคนอื่นๆ จ้องมาที่เขาอย่างตกตะลึง

            “ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

 

            เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงมองว่ามันเป็นเรื่องประหลาดไปได้ กับอีแค่เปล่งเสียงออกมาผ่านหลอดลม ง่ายยิ่งกว่าตรีโกณมิติเสียอีก เรื่องแค่นี้จำเป็นจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยหรือไง

 

            “นายมันอัจฉริยะจริงๆ!”

          “ขอท่อนนี้อีกครั้งได้ไหม!”

          ทากะกลอกตาขึ้นมองเพดานก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจ

          “ฉันไปละ”

 

 

            หลังจากนั้น ทากะฮิโระก็ไม่ได้ไปห้องซ้อมอีกเลย แค่รอบเดียวก็เพียงพอสำหรับทุกอย่างแล้ว ทากะจำเนื้อร้องและทำนองทั้งหมดได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีอะไรลำบากยากเย็นสำหรับเขา และที่สำคัญกว่านั้น เขายังมีบทเรียนให้ต้องทบทวน เขาจะทำพลาดในการสอบปลายภาคครั้งนี้ไม่ได้

 

 

 

            วันเทศกาล

 

            “ตื่นเต้นเป็นบ้า!” ชายคนหนึ่งยืนลูบมือเข้าด้วยกันอย่างประหม่า แอบมองลอดผ้าม่านออกไปนอกเวที

            “คนโคตรเยอะ”

          “อีก 5 นาทีก็จะเริ่มแล้ว ฉี่จะราดอยู่แล้วเนี่ย” ชายที่มีเคราแพะพูดขึ้น

            “แฟนฉันมาดูด้วย โอ๊ย ปวดมวนท้องไปหมด” คนที่เสียงแหลมเล็กพูดขึ้นมาพลางเอามือกุมท้อง

            “ว่าแต่…ทากะไปไหน”

 

            นั่นสิ

 

 

            “ฉันไม่มีเบอร์หมอนั่น” ชายร่างใหญ่ที่สักตัวการ์ตูน hello kitty ที่แขนซ้ายกล่าวขึ้น

            “ทำไงดี”

 

            ทุกคนมองเข็มนาฬิกาที่กระดิกผ่านไปแต่ละวินาทีด้วยความหวาดหวั่น จิตใจอยู่ไม่เป็นสุข สายตาเหลือบมองไปยังทางเข้าสลับกับนาฬิกาบนฝาผนัง

 

            “ฉันจะออกไปตาม”

          “ไม่ทันแล้ว!”

 

            “อีก 2 นาที”

 

            พวกเขากลืนน้ำลายดังเอื๊อก เหงื่อไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ชายคนนั้นเกาท่อนแขนบริเวณที่สักตัวการ์ตูน hello kitty อย่างวุ่นวายใจ

 

            “ตายแน่ๆ”

            “ถ่วงเวลาไว้ได้ไหม”

            “ไม่ได้ ตารางถูกกำหนดไว้แล้ว”

            “ไม่งั้นเราก็ต้องถอนตัว”

            “ไม่มีทาง!”

 

 

           “และขอเชิญพบกับวงถัดไป….”

 

            เสียงประกาศจากไมโครโฟนดังออกมา ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่นิ่งได้อีกต่อไปแล้ว

 

 

            “เราคงต้องแก้ปัญหากันเอง”

 

 

            “ขอเสียงให้กับวง…เบบี้ เบบี้ บอยครับ!!”

         

          เสียงเฮดังออกมาจากฝูงชนเป็นการต้อนรับ

 

            “เอาก็เอา!” ชายเคราแพะก้าวเท้าเดินไปยังเวที อย่างไรพวกเขาก็ต้องแสดงให้ได้ แม้จะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปก็เถอะ

            “เดี๋ยวก่อน! นั่นมัน…”

 

            “ทากะ!”

 

          ทากะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในมือหอบหิ้วหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนาที่หน้าปกเขียนเอาไว้ว่า ‘คู่มือเตรียมสอบ TOEFL’

 

          “จะตื่นเต้นกันทำไม”

          “รีบไปเร็ว เขาเรียกแล้ว!”          

          “รู้แล้ว ฉันคำนวณเวลาไว้”

 

          เขาเดินตามหลังเพื่อนทุกคนไปอย่างใจเย็น เขาไม่เข้าใจว่าทุกคนจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา

 

So this is headache? So this is headache?

เฮโรอีน เอาสิมาเท โคเคนล่ะ

น้ามียาอี โถ่ เอามาพี้ oh baby

       

            เสียงร้องอันแสนไพเราะสะกดผู้ฟังเอาไว้อยู่หมัด เขาสังเกตเห็นน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากสาวมัธยมปลายคนหนึ่ง ทางด้านข้างยังมีชายอีกคนเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำมูกที่ไหลย้อย เห็นแล้วพลอยรู้สึกสงสาร พวกเขาคงผ่านช่วงชีวิตที่เจ็บช้ำมาแน่ๆ ทากะรู้สึกอยากปลอบประโลมคนเหล่านั้นด้วยหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก

 

            ทว่าชายคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชนกลับจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่วางตา

 

            ทากะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกถึงรัศมีอันตรายจากคนๆ นั้น เขาหลุบตาลงต่ำ ก้มมองไปที่พื้น


I piss you

I piss you

 

            สิ้นเสียงดนตรีและตัวโน้ตท่อนสุดท้ายที่เอ่ยเอื้อนออกจากปาก ผู้ชมต่างปรบมือกันเกรียวกราว บางคนถึงกับยืนขึ้นแล้วชูนิ้วโป้งมาให้พวกเขา บางคนก็เป่าปากตะโกน เบบี้ เบบี้ บอย! ทากะไม่เข้าใจการแสดงออกอันแปลกประหลาดของพวกเขาเหล่านั้น พลางคิดว่า ยังมีสิ่งที่เขาไม่เข้าใจบนโลกใบนี้อีกมากนัก เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เริ่มอยากไปห้องสมุด

 

 

 

            คืนนั้นเขาไปทำงานพิเศษเหมือนเช่นเคย เขาคิดว่าอีกไม่นานคงจะลาออก เพราะมันเป็นงานที่เสียเวลาและเหนื่อยเปล่า นอกจากเงินแล้ว เขาก็ไม่ได้อะไรอีกเลย ทากะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า มือเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้ แล้วก้าวเท้าออกจากร้านไป

 

            “ไง”

 

            ทากะชะงักกับเสียงทักทายทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคย เมื่อเขาหันกลับไป ก็ปะทะเข้ากับชายคนหนึ่งที่ตัวสูงกว่า ใบหน้าได้รูปสะท้อนภายใต้แสงไฟถนนสีส้ม ถุงใต้ตาที่โดดเด่นราวถุงหน้าท้องของจิงโจ้กระตุ้นภาพความทรงจำให้แวบเข้ามาในหัว พร้อมกันกับความรู้สึกที่หลั่งไหลจากสมองส่วนอะมิกดาลาที่เข้าจู่โจมปราการภายในใจ

 

            !!

 

          เขาคือชายคนนั้น

 

            ทากะรู้สึกขนลุกเกรียวทั่วทั้งร่าง บางทีหมอนี่อาจเป็นคู่แข่งในระดับชั้น พิจารณาจากความหมองคล้ำของใต้ตาแล้ว เขาคงอดหลับอดนอนอ่านหนังสือมาไม่ต่ำกว่า 5 วัน ทากะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

 

            “ฉันชื่อโทรุ”

 

            ศัตรูตัวฉกาจแนะนำตัวกับเขา ทากะไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของชายผู้นี้ เขาต้องการอะไรถึงมาดักรอเขาถึงหน้าที่ทำงานพิเศษดึกดื่นป่านนี้ หรือจะมาขโมยสมุดโน้ตอันล้ำค่าของเขา ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงไม่ยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่

 

 

            “ถ้าไม่สนุก ก็มาเล่นกับฉัน”

 

 

            หา!?

 

          ทากะรู้สึกสับสนกับคำพูดที่จู่ๆ ชายที่อ้างว่าชื่อว่าโทรุโพล่งออกมา สนุก? เล่น? หมอนี่พูดบ้าอะไรอยู่

 

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายพูดถึงอะไร แต่ฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อน”

 

            ทากะก้าวเท้ากำลังจะเดินหนีไป เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ทว่ามือแกร่งกลับจับข้อมือเขาไว้จากด้านหลัง

 

            “ทำไมร้องเพลงแล้วมองแต่พื้นล่ะ มันเป็นการแสดงสดนะ ต้องมองไปข้างหน้าสิ”

          “พูดอะไรของนาย”

          “ถ้าไม่สนุก ก็มาเล่นกับฉัน”

          “ปล่อย! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกาย”

 

          มือนั้นคลายออกจากข้อมือเขา ทากะสะบัดมือตัวเองออกอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งหายไปในความมืด ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองตามหลังไป

 

 

 

          เช้าวันถัดมา ทากะนั่งหาวหวอดในห้องเรียน เขานอนไม่หลับเลยทั้งคืน พอนึกถึงชายแปลกหน้าที่ข่มขู่เขาเมื่อวานก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เขาไม่กล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร

 

          ตื๊ด  ตื๊ด ตื๊ด

 

            เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นในกระเป๋ากางเกง

            ให้ตายเถอะ! เผลอคิดเรื่องอื่นจนลืมปิดโทรศัพท์ในห้องเรียนเลย  

          ทากะเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อที่จะปิดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่รบกวนสมาธิ แต่สิ่งที่ปรากฎบนหน้าจอทำให้เขาต้องหยุดการกระทำไว้เพียงเท่านั้น

 

 

เย็นนี้ว่างไหม

อยากให้นายไปดูพวกฉันเล่น

– โทรุ

 

 

          เขาตัวเกร็งไปชั่วขณะ เหงื่อผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า หมอนั่นไปเอาเบอร์โทรศัพท์เขามาจากไหน ทากะสงสัย เขามองข้อความนั้นอย่างเหม่อลอย ก่อนจะเลือกที่จะไม่ใส่ใจมัน ปิดโทรศัพท์แล้วหันไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนคณิตศาสตร์ต่อ

 

 

            หลังจากนั้น ข้อความก็เข้ามาไม่หยุดหย่อน มันเป็นข้อความเดิมๆ จากคนที่ชื่อโทรุ เขารู้สึกรำคาญแต่ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ทากะรู้สึกว่าหมอนั่นไม่ชอบมาพากล

 

มาเล่นด้วยกันเถอะ

– โทรุ

 

 นายอย่าเพิ่งปฏิเสธพวกฉัน ลองมาดูกับตาก่อน

– โทรุ

 

ถ้านายเปลี่ยนใจก็ตอบกลับมานะ

– โทรุ

 

 ไม่ได้เหรอ…ทากะ

– โทรุ

 

             ข้อความมากมายที่เขาเปิดอ่านล้วนมีเนื้อหาไปในทางเดียวกัน แต่เขาจะไม่มีวันหลงกลคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน เขาฉลาดเกินกว่าจะถูกล่อลวงด้วยลูกอมเหมือนเด็กๆ ไร้เดียงสาพวกนั้น

 

 

 

 

             ตื้อ ดื่อ

 

          “Stevebuck Coffee ยินดีต้อนรับครับ ไม่ทราบจะรับอะไ—“

 

            ทากะเงยหน้าขึ้นไปเห็นลูกค้าที่เพิ่งเข้ามา เผลอพูดจาติดขัดไม่เป็นประโยคทันที เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก

 

            “ขอ grande mocha cookie crumble frappuccino, half caf, non fat, add coffee jelly เปลี่ยนจาก vanilla syrup เป็น raspberry syrup 1.5 ปั๊ม”

            “ครับ”

 

            ทากะเหงื่อตกด้วยความประหม่า แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกค้าคนหนึ่ง จิตบริการของทากะจึงต้องฝืนขัดแย้งกับความรู้สึกนึกคิดของตน เขาจนใจทำตามออเดอร์ของลูกค้าเจ้าปัญหาอย่างหมดหนทาง

            โทรุรับเครื่องดื่มแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างไกลออกไป

 

 

 

 

            2 ชั่วโมงผ่านไป

 

            ทากะสังเกตโทรุตลอดเวลา เครื่องดื่มในแก้วหมดไปตั้งนานแล้ว แต่เขากลับไม่ขยับไปไหนเลย ทากะเหลือบมองนาฬิกา นี่ก็ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงทนไม่ได้ หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะเดือดร้อนลูกค้าคนอื่นเอา

            ขาพลันก้าวไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะของชายคนนั้นอย่างไม่รีรอ

 

            “ขอโทษครับ จะสั่งอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”

            “ไม่ล่ะ ขอบใจ”

            ทากะรู้สึกโกรธ เลือดสูบฉีดขึ้นหน้า

            “ถ้าไม่สั่ง ก็รบกวนสละที่นั่งให้ลูกค้าท่านอื่นด้วยครับ”

            อีกฝ่ายแหงนหน้าขึ้นไปมอง

            “ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะไปดูพวกฉัน”

 

            ทากะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เขาไม่ตอบอะไรก่อนจะกระแทกเท้ากลับไปยังเคาน์เตอร์ นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาถูกข่มขู่ หรือเขาควรจะลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่อะไรๆ จะสายไป

 

 

 

 

            4 ชั่วโมงผ่านไป

 

            เขามองไปยังชายหนุ่มปริศนาคนนั้นอีกครั้ง เขายังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ทากะคิดว่าบางทีเขาอาจจะเป็นผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวมา ทากะกังวลว่าเขาอาจจะพกระเบิดมาด้วยและกำลังรอสัญญาณจากพวกพ้อง ในที่สุด ร้านทั้งร้านก็อาจจะพังทลายลงในชั่วพริบตา ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เขาก็ต้องรีบจัดการต้นตอ

 

            “ขอโทษนะ แต่นายต้องไปแล้ว” เขาเดินไปพูดอย่างตรงไปตรงมากับอีกฝ่าย ทากะรู้สึกว่าสายตาที่จ้องมองมาแฝงไปด้วยความชั่วร้าย

            “ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะไปกับฉัน”

 

            หรือที่จริงเขาต้องการมาลักพาตัวเขาแล้วทรมานเพื่อซักที่อยู่ของสมุดวิชาภาษาอังกฤษที่เขาซ่อนไว้ใต้ฝ้าเพดานกันแน่ ถ้าเป็นแบบนั้น เขาจะไม่ยอมปริปากโดยเด็ดขาด แค่คิดก็รู้สึกมวนท้องไปหมด นั่นสมุดที่อุตส่าห์จดศัพท์มาทั้งชีวิตเลยนะ เขาส่ายหน้าเพื่อสลัดความคิดนั้นออกไป

 

            “ว่าไง” อีกฝ่ายคะยั้นคะยอ ทากะสังเกตเห็นมือคนที่ชื่อโทรุขยับอยู่ภายใต้เสื้อโค้ท บางทีเขาอาจจะกำปุ่มควบคุมระเบิดเอาไว้ แค่เพียงสัมผัสเบาๆ ก็…บู้ม!

            “ไม่งั้นฉันจะ–“

            “ก็ได้!”

            ทากะตอบตกลงอย่างไม่คิดชีวิต ไม่แน่เขาอาจจะเป็นฮีโร่ในค่ำคืนนี้ ฮีโร่ที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตของทุกคน เขาหวังว่าถ้าตนตายไป จะได้รับการบรรจุชื่อในหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์และมีอนุสาวรีย์เทิดทูนเกียรติยศให้ยิ่งใหญ่เหมือนนโปเลียน

 

 

 

            แม้เขาจะไม่ได้ใช้กุญแจมือจองจำทากะเอาไว้ แต่เขาก็ไม่คิดหนี เขาฉลาดเกินกว่าจะเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง

            ขาก้าวเดินตามชายที่ชื่อโทรุไปไม่ห่าง มือของชายปริศนายังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท ทากะจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เขาจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของชายคนนั้น

 

 

            “ถึงแล้ว”

 

 

            ไม่นาน โทรุก็มาหยุดอยู่หน้าประตูเก่าซอมซ่อบานหนึ่ง มือจับลูกบิดที่สนิมเขรอะ ทากะคิดว่าภายในคงเป็นรังของแก๊งอันธพาล ศูนย์รวมอบายมุขและคนเหลวแหลกไม่ผิดแน่

            ลูกบิดถูกหมุน ประตูส่งเสียงดังแอ๊ดอย่างหลอกหลอน ทากะปิดตารวบรวมสติแล้วก้าวเข้าไป ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพบกับสายตาจำนวนมากจ้องมองมา เมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาเยือนถิ่น ชายหลายคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะจึงหันมามองทางเขาเป็นสายตาเดียวกัน

 

            “นายพาใครมาด้วยน่ะ โทรุ” คนแปลกหน้า 1 พูดขึ้น

            “เพื่อนใหม่น่ะ”

            “โอ้ว ฝีมือดีไหมล่ะ” คนแปลกหน้า 2 หันมาถาม

            “หน่วยก้านดูใช้ได้นะ” อีกเสียงของคนแปลกหน้า 3 เสริม

            “ก็ต้องลองดูก่อน”

            โทรุพูดกับนักเลงหัวโจกก่อนจะหันมาทางเขา

 

            “ว่าไง”

 

            ทากะมองไปยังภาพตรงหน้าแล้วถอนหายใจ น้ำตาพลางจะไหลออกมา เขาตัวสั่นสะท้านไปหมด

 

            “ก็ได้”

 

            โทรุยิ้มและยื่นมือมาตรงหน้า

 

 

       “ยินดีต้อนรับสู่ชมรมหมากรุก”

 

 

            ทากะยื่นมือออกไปสัมผัสกับโทรุ

 

            และแล้วการเดินทางของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น…

 

 

            จบ.

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s