Uncategorized

อะไรไม่รู้ 2

 

          “เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น”

 

       
          เสียงแหบพร่ากระซิบอย่างเร่งรีบ ลมหายใจสั่นไหวไม่เป็นจังหวะ เจ้าของเสียงเม้มริมฝีปากระงับความรู้สึกที่ท่วมท้นเอาไว้ภายใน
 

 

          “ช่างคนอื่นสิ”

 

 
          รอยยิ้มแฝงเลศนัยเผยขึ้นบนใบหน้าได้รูปของชายที่ผลักเขาติดผนังห้อง มีเพียงริมฝีปากที่ปรากฏสู่สายตา มันใกล้จนเขามองไม่เห็นแม้กระทั่งดวงตาของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นกระทบแก้มสีแดงระเรื่อส่งความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านทั่วร่างกาย คนตรงหน้าประทับริมฝีปากลงบนลำคอระหงส์ ร่างกายแทบไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ปวกเปียกราวกระดาษแผ่นบาง

 

          เขาเก็บมันไว้ไม่ไหวแล้ว

 

          “อื้อ…”

 

          มือที่ยุ่มย่ามอยู่ด้านล่างของอีกฝ่ายเร่งจังหวะขึ้น สัมผัสนั้นทำให้เขารู้สึกดีจนต้องเปล่งเสียงออกมา

 

          ดียิ่งกว่า 11 ปีที่ผ่านมาเสียอีก

 

          “โทรุ…”
 

 

          เสียงอีกฝ่ายเองก็สั่นคลอนไม่แพ้กัน เจ้าของชื่อเลื่อนมือขยับขึ้นลง นิ้วเรียวทำหน้าที่ได้ดีราวกับเขากำลังสัมผัสกีตาร์ตัวโปรด ท่วงทำนองและจังหวะของมันผสมผสานเข้ากับเสียงลมหายใจที่สั่นไหว

 

          “อึก…ไม่ไหว..แล้ว..”
 

 

          โทรุกัดฟัน แหงนหน้าขึ้นสู่เพดานเบื้องบน ไม่ทันรู้ตัวน้ำอุ่นๆ ก็ไหลออกมา เปรอะเปื้อนมือของชายตรงหน้า อีกฝ่ายชะลอการเคลื่อนไหวของมือลงช้าๆ จนหยุดนิ่งในที่สุด สายตาสองคู่ประสานกันภายใต้แสงสลัวของห้องแต่งตัว เสียงดนตรีร็อคเร้าอารมณ์ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูที่ปิดสนิท

 

 

          “นี่ลีดวงร็อคจริงเหรอ…ลูกแมวมากกว่ามั้ง”

 

 

          โทรุจิ๊ปากไม่สบอารมณ์เมื่อได้ฟังคำพูดนั้น

 

          “หุบปากไปเลย”

 
          “หึ..”

 

  
          เสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงหน้าหยอกเย้าให้ใบหน้าของโทรุแดงก่ำมากขึ้นไปอีก ใบหน้าในเงามืดเลื่อนเข้ามาใกล้จนจมูกทั้งคู่สัมผัสกัน ริมฝีปากหิวกระหายประกบลงมาอีกครั้ง โทรุเผยอปากรับลิ้นที่รุกเร้าเข้ามาอย่างเต็มใจ

          ชายสองคนจูบกันอย่างเร่าร้อนเป็นการบอกลา เนิ่นนานกว่าที่เขาคิดไว้ ชายตัวสูงจึงผละออกมา เขาต้องหักห้ามใจไว้เพียงเท่านี้ ก่อนที่ทั้งห้องจะร้อนระอุเหมือนเปลวเพลิง รสจูบอันแสนหวานยังคงหลงเหลืออยู่ในปาก อีกฝ่ายปล่อยมือจากโทรุ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป

          โทรุเอื้อมมือไปรั้งเขาไว้ สายตาเฉมองไปที่พื้น ปฏิเสธที่จะสบตาคนตรงหน้า เขากระซิบด้วยเสียงที่เบาเสียจนแทบโดนกลบด้วยเสียงดนตรีข้างนอก

 

 
          “มาซาโตะ…”

 

 

          ชายที่ถูกหยุดเอาไว้หันหน้ากลับมาแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นคำถาม รอให้อีกฝ่ายต่อรูปประโยคให้จบ

 

 

          “โทรมาด้วย”

 

 

          เสียงขวยเขินขัดกับภาพลักษณ์ลีดเดอร์ของวงร็อคทำให้เขานึกขำในใจ แต่ทว่ามันกลับดูน่ารักไม่เบา รอยยิ้มปีศาจเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว มาซาโตะรู้สึกราวกับตัวเองเป็นราชสีห์ที่ตะครุบเหยื่ออันโอชะเอาไว้ได้อยู่หมัด เขาฝากประโยคสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะหันหลังกลับไป

 

 

          “ถึงไม่พูดก็ทำอยู่แล้ว”

 

 

______________________

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s