Uncategorized

♪ Sing Street Film Talk ♪

มาทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน

  1. เราไม่เขียนเรื่องย่อ เพราะคิดว่าเสิร์ชหาได้เองตามเว็บไซต์ทั่วไป
  2. เราไม่ให้คะแนน แต่อยากให้อ่านแล้วคิดเอาเอง เพราะคุณค่าของอะไรบางอย่างก็ตัดสินด้วยตัวเลขไม่ได้
  3. อาจเหมาะกับคนที่ดูแล้วมากกว่า เหมือนมานั่งคุยกันหลังดูหนัง (แต่คนยังไม่ดูก็อ่านได้)
  4. เราไม่มีความรู้เรื่องหนังหรือการแสดง เขียนจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ

_____________________________________________

Sing Street

 

“Rock n Roll is a risk.”

 

              ไม่ได้เขียนถึงหนังมานานแล้ว ไหนๆ วันนี้ก็เจอหนังที่ชอบจนรู้สึกอยากกลั่นกรองความรู้สึกออกมายาวๆ แบบนี้ทั้งทีเลยขอปัดฝุ่นหน่อยก็แล้วกัน

              Sing Street สำหรับเราเป็นหนังที่ดูเทรลเลอร์แล้วรู้สึกเฉยๆ เพราะพล็อตเรื่องไม่ได้แปลกใหม่อะไร ก็ตั้งวงดนตรีจีบสาวเหมือนหนังหลายเรื่องที่เคยผ่านตา อีกอย่างเราก็ไม่เคยดู Begin Again หรือ Once มาก่อน เรียกง่ายๆ ว่าเป็นมือใหม่กับหนังของ John Carney เลยก็ว่าได้ (แต่มันมีกลิ่นอายบางอย่างที่ดึงดูดให้เราคิดว่าต้องไปดู) ก่อนได้ไปดูจริงก็ได้ยินเสียงร่ำลือมามากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นในทางที่ดีทั้งนั้น แต่เราก็ไม่อยากตั้งความหวังอะไรมาก ปรากฏว่าพอได้ดูแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย ชอบมาก เป็นหนังที่มีเสน่ห์เรื่องหนึ่งเลย

              จริงอยู่ที่พล็อตมันไม่ได้หวือหวาอะไร แต่มันเป็นประสบการณ์จริงของ John Carney มันก็ไม่แปลกที่ชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งจะตกหลุมรักใครแล้วอยากทำอะไรบางอย่างให้คนที่ตัวเองรัก เราเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้เป็นการเล่าความจริงในฝัน (อ่านไม่ผิดหรอก) ของคาร์นีย์เอง เพราะคาร์นีย์ในวัยเด็กไม่มีโอกาสได้ตั้งวงดนตรี ไม่ได้ทำตามฝัน แต่คอเนอร์ได้กลายไปเป็นตัวแทนของความฝันและตั้งวงดนตรีขึ้นมาในที่สุด ได้สร้างชีวิตตัวเองในรูปแบบที่เขาต้องการขึ้นมาในผลงานของตัวเอง ซึ่งนั่นก็ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ

              หนังเรื่องนี้สอนอะไรเราหลายอย่าง เราจะแยกออกมาเป็นข้อๆ

 

1. ความฝัน

sing-street-john-carney-pic

 

 If you have a chance to run

Go for it with your life

It’s here and gone

In the closing of an eye

 

              คอเนอร์เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนคนทั่วไปคือมี “ความฝัน” ที่จริงก็ไม่แปลกอะไร เพราะทุกคนล้วนมีความฝันกันทั้งนั้น ทว่าน้อยคนนักที่จะทำความฝันให้กลายเป็นจริงได้ แต่คอเนอร์กลับเป็นหนึ่งในนั้น (แน่นอนว่าไม่ใช่ฝันสูงสุด แต่ก็ก้าวสู่บันไดของความฝันได้สำเร็จ)

              หลังจากที่ได้ดูหนังจริงๆ เลยพบว่า มันไม่ใช่หนังเล่นดนตรีจีบสาวอย่างที่คิด มันไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงตั้งแต่แรกหรอก คอเนอร์มี passion มีใจรักในเสียงดนตรีมาก่อนแล้ว เห็นได้ตั้งแต่ฉากที่คอเนอร์ดู MV ของวง Duran Duran ด้วยดวงตาเป็นประกาย และคุยกับเบรนแดนพี่ชายสุดเฟี้ยวเป็นประจำในห้องนอนเรื่องวงดนตรี การที่ราฟิน่าก้าวเข้ามาในชีวิตทำให้เป็นจุดผลักดันความฝันของคอเนอร์โดยไม่รู้ตัว การทีคอเนอร์เอ่ยปากออกไปอย่างก๋ากั๋นในตอนนั้น เป็นความต้องการลึกๆ ในใจที่ถูกปลดปล่อยออกมา

              เริ่มแรกคอเนอร์ก็ cover เพลงของวงอื่นก่อน แต่อย่างที่เบรนแดนบอกไว้ วง cover มีตั้งมากมายแล้ว ทำไมไม่สร้างอะไรที่เป็นของตัวเอง และด้วยคำแนะนำของเบรนแดนและเพื่อนๆ เลยทำให้คอเนอร์และวงได้มีเพลงออริจินัลเพลงแรกของตัวเอง นั่นก็คือ “Up” และเพลงถัดไปก็ตามมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้แสดงในงานโรงเรียน ได้พาคนที่ตัวเองรักไปลอนดอน แน่นอนว่ามันบ้าบิ่นสำหรับเด็กวัยเท่านี้และความเป็นจริงมันไม่มีทางสวยงามได้หรอก แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมมากๆ โดยเฉพาะตอนจบที่เบรนแดนไปส่งที่ท่าเรือและเพลง Go Now ขึ้น ทั้งตัวเรื่องและเนื้อเพลงมันผสมผสานกันจนความรู้สึกบางอย่างมันท่วมท้นอยู่ในอกทำให้จนเราร้องไห้ออกมา มันไม่ได้เศร้า ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรขนาดนั้น แต่มันเป็นความรู้สึกที่เห็นใครบางคนทำอะไรบางอย่างสำเร็จ เหมือนเป็นตัวแทนของเรา ตัวแทนของทุกคน พอดูจบแล้วทำให้รู้สึกอยากจะลุกขึ้นมาทำตามความฝันให้สำเร็จบ้าง ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าความจริงมันไม่ง่ายแบบนั้น มันไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบนั้น แต่เออ มันรู้สึกดีแค่ไหนที่จะเลิกคิดถึงขีดจำกัดของความเป็นจริงและลองปล่อยอารมณ์ไปกับความฝันบ้าง We’re never gonna go if we don’t go now. เพราะถ้าไม่ลงมือทำในวันนี้ จะให้ไปทำวันไหน ลองเสี่ยงดูบ้างมันก็ไม่ผิดอะไร เหมือนท่อนหนึ่งในเพลง

 

Go on, be wrong

Cause tomorrow you’ll be right.

             

2. มิตรภาพ

Sing-Street-Still-2

 

              จากเด็กไม่รู้จักกันที่มารวมตัวกันเพราะเสียงดนตรี ทุกคนได้ร่วมมือกันสร้างผลงานออกมาด้วยใจรักในเสียงเพลง มันเป็นมิตรภาพที่ง่ายๆ แต่กลับมีความหมายลึกซึ้ง ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จด้วยกัน เราชอบความรู้สึกที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ได้เล่นดนตรีด้วยกัน จะไปไหนก็ไป จะทำอะไรก็เอา มันจริงใจและไม่ซับซ้อนเหมือนความสัมพันธ์ในสังคมที่เปราะบางที่มีอะไรให้ต้องมาคิดเล็กคิดน้อยอยู่เสมอ ชอบที่ทุกคนช่วยเหลือกันและอ้าแขนพร้อมรับใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาในอ้อมกอดเสมอหากมีปัญหาอะไร โดยเฉพาะเอม่อนกับคอเนอร์ ทั้งคู่ดูจะสนิทกันเป็นพิเศษ คงด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมากความสามารถของเอม่อนที่ช่วยประคองทั้งวงดนตรีและตัวคอเนอร์เองให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้ ชอบที่เอม่อนสนับสนุนเพื่อนตัวเองเสมอ แม้หลายครั้งจะดูแหวกไปบ้าง อย่างตอนเล่นบัลลาดในงานโรงเรียน แต่เอม่อนก็ไม่ขัดอะไร พร้อมหนุนหลังให้เพื่อนเสมอ และมันก็ผ่านไปได้ไม่เลว แม้กระทั่งแบร์รี่ที่ตอนแรกกลั่นแกล้งคอเนอร์ เขาก็ยังไปชักชวนมาเป็น roadie ในวง เราว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องการหาสมาชิกมาเข้าวงเฉยๆ แต่คอเนอร์เห็นภูมิหลังครอบครัวแบร์รี่และเลือกที่จะไม่นิ่งดูดาย กลับยื่นโอกาสให้แบร์รี่ที่รังแกตัวเองได้กลับตัวกลับใจและหันหลังให้กับชีวิตแบบเดิมๆ สร้างคุณค่าให้กับชีวิตคนอีกหนึ่งคนขึ้นมา เป็นอีกรูปแบบของความสัมพันธ์ที่เราเห็นแล้วรู้สึกดีในเรื่องนี้

 

3. ครอบครัว

jack-reynor-ferdia-walsh-peelo-sing-street

 

              เบรนแดนและคอเนอร์เป็นคู่พี่น้องที่สนิทกันมากคู่หนึ่ง แม้ท่ามกลางครอบครัวที่แตกแยกและเต็มไปด้วยความตึงเครียด เบรนแดนก็ยังผลักดันและช่วยเหลือน้องชายตัวเองอย่างสุดความสามารถ แน่นอนว่าเพราะนั่นเป็นน้องชายที่เขารัก แต่อีกส่วนเพราะมันเคยเป็นความฝันของเขาเหมือนกัน เขาแนะแนวทางหลายๆ อย่างให้กับคอเนอร์ ทั้งคำแนะนำเรื่องความรัก เรื่องดนตรี เรื่องครอบครัว แต่ทว่าภายในของเบรนดอนนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ต้องแบกรับมาตลอด ทั้งความฝันที่ไม่สำเร็จ อนาคตที่ไร้ทิศทาง จนถึงจุดหนึ่งที่รับไม่ไหว ทำให้เขาระเบิดออกมาในที่สุด เราเข้าใจความรู้สึกเบรนแดนนะ การเห็นคนๆ หนึ่งเดินไปในทางที่เราอยากเดิน โดยที่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลย มันต้องเจ็บปวดแค่ไหน แต่เบรนแดนก็ยังเอาใจช่วยและส่งน้องชายตัวเองไปจนสุดทาง ชอบตอนสุดท้ายมากที่ไปส่งคอเนอร์ที่ท่าเรือและเบรนแดนตะโกนแบบดีใจมาก เหมือนสุดท้ายมันไม่ใช่แค่ความฝันน้องชายที่สำเร็จ มันคือความฝันของเขาด้วย เราชอบพี่น้องสามคนมากนะ ชอบเวลาที่คุยกันเรื่องความฝัน ไม่มีใครดูถูกความคิดใครเลย แถมยังสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ และทุกคนก็จับมือก้าวผ่านสถานการณ์ในครอบครัวไปด้วยกันสามพี่น้อง เราว่ามันน่ารักมากเลย โดยเฉพาะฉากที่ทั้งสามคนเต้นด้วยกันในห้อง ดูแล้วอบอุ่นหัวใจ

 

4. ความรัก

SingStreetRunning.0.0

 

  “Problem is, you’re not happy being sad.

That’s what love is, Cosmo. Happy sad.”

 

              ความสัมพันธ์ของคอเนอร์และราฟิน่าน่ารักมากนะ ทั้งคู่ส่งเสริมกันและกันในเรื่องความฝัน ราฟิน่าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากกว่าแค่หน้าตา เธอมีความมุ่งมั่น มีจุดหมายปลายทาง เพียงแต่ขาดโอกาส ส่วนคอเนอร์เป็นคนมอบโอกาสนั้นให้เธอ โดยการให้ราฟิน่ามาเล่น MV ของวงและพาไปลอนดอนในตอนจบ ราฟิน่าไม่ใช่เด็กสาวทั่วไปที่เตร็ดเตร่หางาน แต่เธอจริงจังกับอาชีพนี้ ชอบตอนที่เล่น MV แล้วกระโดดลงไปในน้ำทั้งๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น มันเป็นสปิริตของมืออาชีพที่อยากให้งานออกมาดี เหมือนที่ราฟิน่าว่า “You can never do anything by half; do you understand that?” คนเราจะทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ ต้องเต็มที่กับมัน ความรักของสองคนนี้ไม่ได้หวือหวา แต่ค่อยๆ ก่อกำเนิดผ่านสื่อกลางคือเสียงเพลง แม้จะจบด้วยความบ้าบิ่น หนีไปลอนดอนด้วยกันทั้งๆ ที่ไม่มีเงินและไม่รู้จุดหมายปลายทาง แต่มันเป็นความรักที่เห็นว่าทั้งสองคนพร้อมจะจับมือไปเผชิญเรื่องที่ไม่แน่นอนข้างหน้าด้วยกัน

 

_____________________________________________

 

               สรุปว่าเป็นหนังที่ให้อะไรมากกว่าแค่เพลงเพราะ แนะนำให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองจริงๆ ส่วนใครที่ชอบเพลงก็อย่าลืมไปซื้อหากันมาครอบครองนะ คุ้มค่าจริงๆ มีตั้ง 17 เพลงแน่ะ ใน itunes ก็มีขายนะ

 DSC_0388

DSC_0405

 

 Track lists

  1. Rock N Roll Is A Risk (Dialogue) – Jack Reynor
  2. Stay Clean – Motörhead
  3. The Riddle Of The Model – Sing Street
  4. Rio – Duran Duran
  5. Up – Sing Street
  6. To Find You – Sing Street
  7. Town Called Malice – The Jam
  8. Inbetween Days – The Cure
  9. A Beautiful Sea – Sing Street
  10. Maneater – Hall & Oates
  11. Steppin’ Out – Joe Jackson
  12. Drive It Like You Stole It – Sing Street
  13. Up (Bedroom Mix) – Sing Street
  14. Pop Muzik – M
  15. Girls – Sing Street
  16. Brown Shoes – Sing Street
  17. Go Now – Adam Levine

               

_____________________________________________

 

ก่อนไปขอแถมอีกนิด

 

tumblr_o7kvxjwyz01v0coldo7_500

ซีนนี้น่ารักมาก แม้จะโผล่มาแวบเดียวแต่ดีต่อใจเหลือเกิน ฮือ ดูคุณแม่จับแก้มเอม่อนสิ ฮืออออ

 

tumblr_o7kvxjwyz01v0coldo6_500

โมเอะพ้อยต์คือเอม่อนกับบันนี่ทุกฉาก /ตาย

 

มาพูดคุย+กรี๊ดกร๊าดร่วมกันได้นะคะ 555 @PuRoii

Advertisements

One thought on “♪ Sing Street Film Talk ♪

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s