Uncategorized

【Ferdia x Mark】 Somebody Else 【Sing Street】

x x Somebody else x x

Pairing : Ferdia x Mark

 tumblr_o7twy52OIS1v0coldo2_r1_250

 

 

“Grief makes one hour ten.”

 ความเศร้าทำให้หนึ่งชั่วโมงกลายเป็นสิบ

 – Richard II, Shakespeare

 

 

 

        ดนตรี คือ ใบไม้ใบสุดท้ายที่พยายามยึดเกาะกับกิ่งของมันในฤดูใบไม้ร่วง

        ดนตรี คือ แสงอาทิตย์รำไรที่ทอดผ่านบานหน้าต่างในฤดูหนาวอันแสนเย็นยะเยือก

        ดนตรี คือ ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของนักประดาน้ำที่กำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทร

        ดนตรี คือ คำพูดในยามที่ริมฝีปากปฎิเสธที่จะบอกออกไปตามตรง

        ดนตรี คือ ตัวผม

 

        และผมกำลังเกลียดตัวเอง

 

        ชื่อของผมคือ “มาร์ค แมคเคนน่า” ผมชอบเสียงเพลง ตั้งแต่จำความได้ดนตรีก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมแล้ว ผมจำตัวเองตอนจับกีตาร์ครั้งแรกได้แม่นเสียยิ่งกว่าตอนที่ผมถือขวดนมเสียอีก ผมไม่ใช่คนพูดเก่งและดนตรีนี่แหละที่คอยทำหน้าที่สื่อสารแทนผมมาโดยตลอด

 

        ผมไม่เคยชอบอะไรในชีวิตมากเท่านี้มาก่อน

 

 

________________________________

 

 

        ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ผมสนิทกับเฟอร์เดียมากขนาดนี้ เราเจอกันแทบทุกวัน ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา คนเคยร่วมงานกันมาก่อนก็ย่อมต้องพบปะกันเป็นประจำอยู่แล้ว บางวันพวกเราก็ซ้อมเพลงบ้าง คุยเรื่องไร้สาระบ้าง เวลาผมไปกินข้าวบ้านเอียน หมอนั่นก็คะยั้นคะยอขอติดสอยห้อยตามไปด้วยเสมอ เมื่อถึงวันหยุด พวกเราก็มักไปเที่ยวด้วยกัน บางครั้งก็เป็นกลุ่ม แต่บางครั้งเราก็ไปกันแค่สองคน จนบางที…ก็แค่บางที…ผมรู้สึกว่าเราสนิทกันมากเกินไป

 

        “นายฟังเพลงใหม่ The 1975 หรือยัง”

        มาร์คหันไปมองคู่สนทนาด้วยหางตาพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมา บนหน้าจอแสดงภาพกรอบไฟนีออนสีชมพูโดยมีตัวอักษรด้านในเขียนเอาไว้ว่า The 1975 เขายักคิ้วให้คนตรงหน้า

        “ฮะๆ จริงสิ ฉันนี่โง่หรือเปล่า เครซี่แฟนอย่างนายจะพลาดได้ไง”

        “มันเจ๋งมาก ทั้งดนตรีและเนื้อร้อง”

        “โอเค”

        “นายต้องดู MV นะเฟอร์เดีย มันเป็นปรากฏการณ์”

        “ฉันดูแล้ว มันก็ดีอย่างที่นายว่า แต่-”

        “นายต้องดูให้ละเอียด มันมีสัญลักษณ์และความเชื่อมโยงเต็มไปหมด”

        “โอเคๆ เข้าใจแล้ว ฉันไม่น่าเริ่มเลยจริงๆ…”

เฟอร์เดียพึมพำพลางส่ายศีรษะอย่างยอมแพ้ พอพูดถึงวงนี้ทีไร เหมือนเขาบังเอิญไปกดสวิตช์กระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวมาร์คขึ้นมาทุกที เขาเป็นแฟนตัวยงของ The 1975 นั่นแหละคือ มาร์ค แมคเคนน่า ตัวจริง

        เฟอร์เดียมองมาร์คที่กำลังจิ้มโทรศัพท์เพื่อเปิด MV เพลง Somebody Else ขึ้นมาให้เขาดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง ที่จริงเขาไม่ได้สนใจเพลงอะไรนั่นมากนักหรอก เขาแค่มีเรื่องที่อยากคุยกับมาร์ค

 

        “มาร์ค ฉันมีเรื่องจะรบกวน”

 

        เจ้าของชื่อเลื่อนสายตาขึ้นมาจากจอโทรศัพท์มือถือ นิ้วที่กดแป้นพิมพ์หยุดค้างอยู่กลางอากาศ เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

        “มีอะไรหรือเปล่า”

        “ฉันกำลังแต่งเพลง”

        “โอ้ ก็ดีนี่”

        “…และฉันอยากให้นายฟัง”

 

 

________________________________

 

 

        “ฉันเปลี่ยนมันนิดหน่อย…ตามคำแนะนำของนาย”

 

        มาร์ครับแผ่นกระดาษมาจากมือเฟอร์เดีย เขาคลี่มันออก บนนั้นมีตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกเต็มไปหมด บางประโยคถูกขีดฆ่าด้วยเส้นตรงที่เขียนขึ้นมาอย่างไม่ประณีตนัก บางประโยคก็ถูกขีดเส้นใต้เน้นย้ำข้อความเอาไว้

 

        “ฉันจะเล่นให้นายฟัง” เฟอร์เดียเสนอ

 

        ปลายนิ้วกรีดลงบนกีตาร์โปร่งตัวเก่ง เสียงโน้ตตัวแรกบรรจงสร้างสรรค์ออกมาด้วยมือคู่นั้น ริมฝีปากแยกออกจากกันพร้อมที่จะเปล่งเสียงออกมา มาร์คเฝ้ามองภาพตรงหน้าอยู่ไม่ห่าง

 

If my love were an ocean,

there would be no more land.

 

        เสียงใส ๆ ที่คุ้นเคยเปล่งออกมาเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะ เขายังจำวันแรกที่ได้ยินเสียงนั้นได้ดี เขารู้สึกอิจฉา ใช่ เขาอิจฉา เพราะมันเป็นเสียงที่ตราตรึงหัวใจของใครหลายๆ คน รวมถึงตัวเขาเองด้วย

 

If my love were a desert,

you would see only sand.

 

        เสียงเพลงสะท้อนก้องไปทั่วห้องที่มีเพียงพวกเขาสองคน บัดนี้ท้องฟ้านอกหน้าต่างกลายเป็นสีดำหม่น มีเพียงแสงจากดวงดาวที่คอยส่องสว่างอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ เขาอยากให้สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นได้ยินเสียงที่แสนไพเราะนี้

 

If my love were a star-late at night,

only light.

 

เส้นผมที่หล่นลงมาปรกหน้าทำให้เฟอร์เดียต้องสะบัดศีรษะเพื่อขจัดมันให้พ้นไปจากสายตา มาร์ครู้สึกราวกับว่าภาพตรงหน้าเป็นผลงานศิลปะของจิตรกรชื่อดัง

 

And if my love could grow wings,

I’d be soaring in flight.

 

        ไม่ทันรู้ตัว เสียงกีตาร์ก็หยุดลงเสียแล้ว มาร์คเผลอนึกอยากให้ดนตรีเล่นไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันสิ้นสุด ไฟบนเพดานกระพริบสองสามครั้ง บรรยากาศกลับมาวังเวงอีกครา เฟอร์เดียเงยหน้าขึ้นมาจากกีตาร์ แววตาทอประกายสะท้อนกับแสงไฟบนเพดาน

        “นายว่าไง” เขาถามความเห็นจากมาร์ค

        “ฉันชอบนะ”

        “ดีเลย!”

        มาร์คมองความกระตือรือร้นของเฟอร์เดียแล้วปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก เห็นเฟอร์เดียดีใจได้ขนาดนั้น เขาก็มีความสุขไปด้วยเหมือนกัน คงเป็นเพราะเฟอร์เดียเหมือนน้องชายคนหนึ่งของเขาล่ะมั้ง

 

        “ว่าแต่…นายแต่งมันไปทำไม” มาร์คถามในสิ่งที่เขาคาใจขึ้นมา

 

        เฟอร์เดียเอามือเกาหัวแกรก ๆ แล้วเสมองไปทางอื่น ใบหน้าระบายด้วยสีแดงระเรื่อแสงไฟสีส้มบนเพดานเสริมให้ใบหน้าของเขาแดงฉานมากขึ้นไปอีก

 

        “…เดี๋ยวนายก็รู้เอง”

 

 

          และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของผม

 


________________________________

 

 

        “ตื่นเต้นจัง”

        เฟอร์เดียถูมือสองข้างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความอบอุ่น เขารู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

        “ที่ผ่านมาไม่เห็นเป็นไร” มาร์คมองคนตรงหน้าราวกับไม่เชื่อสายตา พวกเขาผ่านเวทีมานักต่อนักแล้ว จะมาตื่นเต้นอะไรกับการแสดงเล็ก ๆ ในบ้านเกิดแบบนี้

        “ก็ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน” มาร์คได้แต่ฟังแล้วยักไหล่อย่างไม่เข้าใจนัก

 

 

        “ขอเสียงปรบมือให้กับพวกเขาด้วยครับ”

 

        เสียงพิธีกรดังลอดออกมา นั่นเป็นสัญญาณว่าพวกเขาจะต้องออกไปปรากฎตัวต่อฝูงชนแล้ว ขาสองข้างพาพวกเขาออกไปยืนอยู่กลางเวที มาร์คกระชับกีตาร์ให้เข้าที่ เฟอร์เดียยืนอยู่หน้าขาตั้งไมโครโฟน มันเป็นภาพที่ใครต่อใครคงเห็นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

        “สวัสดีครับทุกคน!”

 

        สิ้นเสียงทักทายของเฟอร์เดีย ผู้ฟังก็ส่งเสียงกรี๊ดกันยกใหญ่ เขารอสักพักก่อนจะเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง กลุ่มชนด้านล่างเริ่มสงบเสียงลง

 

        “วันนี้ผมมีเพลงที่พวกเราแต่งเองมาให้ทุกคน พวกเราจะเล่นเพลงนี้เป็นครั้งแรก”

 

        เสียงผิวปากและกู่ร้องสอดประสานกับเสียงปรบมือดังเกรียวกราวแสดงถึงความตื่นเต้นของผู้ชมทุกคน

 

 

        “และผมตั้งใจมอบเพลงนี้ให้คนที่ผมรัก”

 

 

        เฟอร์เดียหันมามองทางมาร์คครั้งหนึ่ง พวกเขาสบตากัน แวบหนึ่งมาร์ครู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เฟอร์เดียยกนิ้วขึ้นมาเป็นสัญญาณให้เริ่มเพลง เขาสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดประหลาด ๆ ออกจากสมองก่อนจะกลับมาตั้งสติกับกีตาร์ตรงหน้า

 

        หมายความว่ายังไง

 

        เสียงเพลงดำเนินไป ผู้ชมเงียบเสียงตั้งใจฟังการแสดงของพวกเขา เสียงของเฟอร์เดียร้องเนื้อเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้นมาด้วยกัน มาร์ครู้สึกเหมือนหัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก

 

        เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม

 

        จู่ ๆ ใบหน้าก็ร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขารู้สึกว่ามือที่เล่นกีตาร์อยู่เก้ๆ กังๆ เหมือนไม่ใช่มือของตัวเอง

 

        บ้าน่า

 

        เฟอร์เดียหันมามองทางเขาอีกครั้งก่อนจะหันหน้ากลับไปทางหน้าเวที มาร์คมองใบหน้าด้านข้างของเขาพลางรู้สึกแปลกประหลาดในใจ

 

        ฉันควรทำยังไง

 

        ดนตรีดำเนินมาถึงท่อนสุดท้าย และเมื่อโน้ตสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงปรบมือและกรีดร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

        ทว่าเสียงหัวใจของเขาดังกลบทุกอย่าง

 

 ________________________________

 


        เฟอร์เดียยืนอยู่ตรงหน้าเขา

 

        “วันนี้ขอบคุณมากนะ”

        “อ..อืม”

 

        ไม่รู้ทำไม แต่เสียงที่ตอบออกไปกลับตะกุกตะกักเสียเหลือเกิน

 

        “นายจำที่ฉันพูดบนเวทีได้ใช่ไหม”

        “หา!? อ๋อ…ได้สิ”

 

        เขาอยากจะเขกกะโหลกตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้

 

        “ฉันว่าจะบอกนายหลังจบงานนี้”

 

        มาร์คมองเฟอร์เดียอย่างประหม่า เขาจ้องตาคนตรงหน้าได้ไม่นานก็เผลอหลุบตาลงต่ำ เขารู้สึกเหมือนรอบกายอื้ออึงไปหมด ใบหูไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว มาร์คกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

        “ฉันมีคนที่ชอบอยู่”

        “อ..อืม ฮะๆ”

 


        “เฟอร์เดีย!

 

 

        เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังใกล้เข้ามา รองเท้าส้นสูงสีแดงโผล่เข้ามาสู่ลานสายตา ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดเฟอร์เดียแล้วจูบเขาเข้าที่ริมฝีปาก เนิ่นนานก่อนที่จะผละออกจากกัน คนแปลกหน้าคนนั้นคล้องแขนตัวเองเข้ากับเฟอร์เดียแล้วหันหน้ามาทางเขา

 

        “พอดีเลย นี่แฟนฉันเอง ส่วนนี่…” เฟอร์เดียผายมือมาทางเขา “มาร์ค”

        “อ้อ ยินดีที่ได้รู้จัก นายเล่นกีตาร์เก่งมากเลย!” ผู้หญิงแปลกหน้าหันมาทักทายเขา

 

        ฮะๆ  

 

        “ข…ขอบคุณ”

        “ฉันขอตัวก่อน”

        มาร์คระงับเสียงที่สั่นเทาแล้วเร่งฝีเท้าปลีกตัวออกมาอย่างกะทันหันโดยมีสายตาของเฟอร์เดียมองตามหลังมา เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันขาวโพลนไปหมด เขารู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เขารู้และพยายามแสร้งทำเหมือนไม่รู้สึก ทว่าตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว ภาพอดีตทุกภาพฉายย้อนกลับเข้ามาในสมอง มันไม่เคยเกี่ยวกับเขา มันเกี่ยวกับเธอ

 

        มาร์ครู้สึกว่าอวัยวะในตัวเขาไม่ได้เป็นของเขา

        จิตใจที่สั่นเทาก็ไม่ได้เป็นของเขา

        ความรู้สึกที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นของเขา

        แม้แต่เพลงของเขายังไม่เคยเป็นของเขาเลย

 

        มาร์คหัวเราะให้กับความงี่เง่าของตัวเอง เขาทรุดตัวลงพิงกำแพงในซอยที่ไร้ผู้คน

        เสียงโหวกเหวกจากร้านเหล้าที่อยู่ถัดไปดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ แต่เขาไม่สนใจ ความรู้สึกอึดอัดในอกท้วมท้นขึ้นมามากขึ้นทุกขณะ บาดแผลที่ปลายนิ้วจากการฝึกซ้อมกีตาร์พลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างพอดิบพอดี ทว่าเขากลับไม่ใส่ใจมัน มาร์ครู้สึกคลื่นไส้ เขาเอามือขึ้นมาปิดปากเอาไว้ เหม่อมองไปข้างบนท้องฟ้าที่ไร้แสงดาว ไม่มีน้ำตาไหลออกมา มีเพียงความรู้สึกเหมือนใครดึงอะไรบางอย่างออกไปจากตัวเขา ขยำมันเข้าด้วยกันแล้วโยนออกไปไกล ๆ เส้นเลือดเต้นตุบ ๆ บนหนังศีรษะ มันบีบรัดเสียจนหัวเขาแทบจะระเบิด แต่เขาเลือกที่จะเมินมัน เพราะไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการแต่งเพลงรักที่พูดถึงคนอื่นให้กับคนที่ตัวเองรักอีกแล้ว

 

 

        ________________________________

 

         ชื่อของผมคือ “มาร์ค แมคเคนน่า” ผมชอบคน ๆ หนึ่ง ตั้งแต่จำความได้เขาก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมแล้ว ผมจำตัวเองตอนรู้จักเขาครั้งแรกได้แม่นเสียยิ่งกว่าตอนที่ผมรู้จักตัวเองเสียอีก ผมไม่ใช่คนพูดเก่งและเขานี่แหละที่คอยทำหน้าที่สื่อสารแทนผมมาโดยตลอด

 

        ผมไม่เคยชอบใครในชีวิตมากเท่านี้มาก่อน


 

THE END.

______________________________________

ประโยคที่เอามาประกอบเนื้อเพลงเอามาจากหนังสือชื่อ Thirteen Reasons Why นะคะ

เราว่ามันสวยมาก ๆ เลย

 “If my love were an ocean,
there would be no more land.
If my love were a desert,
you would see only sand.
If my love were a star-
late at night, only light.
And if my love could grow wings,
I’d be soaring in flight.”

― Jay Asher, Thirteen Reasons Why

Previous entry : 【Conor x Eamon】 Friday I’m In Love 【Sing Street】

มาพูดคุยร่วมกันได้ที่ทวิตเตอร์เลย @PuRoii

Advertisements

12 thoughts on “【Ferdia x Mark】 Somebody Else 【Sing Street】

  1. แค่ผิดหวังก็เศร้าแล้ว แต่นี้มีความหวังสว่างวูบวาบก่อนจะผิดหวังไปอีก ..ฮือ ทำไมต้องทำร้ายนุ้งมาร์คขนาดนี้ 8^8)

    ชอบท่อนก่อนสุดท้ายที่ว่าไม่เคยมีอะไรเป็นของเขาเลย ไม่มีอะไรเจ็บปวดกว่านี้จริงๆ เศร้าและบรรยายดีมากเลยค่ะ /อยากกอดปลอบ มานี่มะนุ้งมาร์คป้าจะโอ๋เอ๋เอง ><

    Like

    1. ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายหนูมาร์คนะ ฮือ มาซบอกพี่ได้ (…) ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่า ดีใจที่ชอบนะ

      Liked by 1 person

  2. ทีแรกเห็นชื่อเรื่องก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อ่านไปได้ประมาณกลางๆเรื่องเริ่มปะติปะต่อเดาทางตอนจบได้ ทำใจยอมรับตอนจบไว้แล้วแต่พออ่านจริงๆก็รู้สึกอึดอัดอยู่ดีค่ะ ;—-; พี่พลอยบรรยายเค้นออกมาได้จุกไปหมด ใจวูบตามมาร์คเลยค่ะฮืออ กว่าจะรู้ใจตัวเองก็เหนื่อยแล้ว พอรู้แล้วมาเจอแบบรี้เหมือนลูกโป่งที่พองแล้วถูกเจาะลมเอาดื้อๆเลยนะคะฮืออ /กัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้/ nothing is mine ช่างเจ็บปวดเหลือเกินฮึกก ;—; ชอบเนื้อเพลงที่พี่พลอยเอามาอ้างถึงด้วยค่ะฮืออคิดตามแล้วรู้สึกเหมือนแสงสว่างสาดส่อง(แต่พอมาตอนจบเรื่องนี่หูลู่หางตกแทบไม่ทันเลยค่ะ555) ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวนะคะฮือ ชอบภาษาพี่พลอยมากจริงๆค่ะ (เหมือนอ่านนิยายแปลกับอ่านไดอะล็อคหนังเลยค่ะ555) ❤

    Like

  3. มีความรู้สึกว่าตอนดูใน ไอจี น้องตอนน้องยังผมสั้นๆนี่ น่าจะเฮฮา ตามภาษาวัยรุ่นน่าดู

    แต่พอเห็นคลิปสัมภาษณ์น้องนี่น้องออกจะเงียบมาก เป็นคนไม่ค่อยพูดแปลกดี หรือว่าไม่ชอบออกกล้อง ออกสื่อ ก็ไม่รู้แฮะ OTLLL

    เป็นนุ้งมาร์คนี่ต้องลำบากมากๆแน่ มันยากตรงที่รู้ว่าตัวเองรักเฟอร์อยู่เต็มอก แต่ทำอะไรไม่ได้ มันยากตรงที่ต้องกำชับตัวเองบ่อยๆไม่ให้แสดงอาการออกไป มันคงอึดอัดน่าดู TAT แงงง สงสารน้องจัง ไม่เป็นไรนะเฟอร์เดียไม่สนเดี่ยวป้าปลอบเอง //ฮาาา //โดนเฟอร์ชก ?

    นึกแล้วอยากจะเอาเฟอร์มาเขย่าจริงๆ ฮรือออ ความรู้สึกช้ามากๆ สนิทกันขนาดนี้คนที่โดนชอบก็น่าจะรู้ตัวบ้างสิน่า =_=

    ตอนที่มาร์คคิดว่าเฟอร์แต่งเพลงให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่คนๆนั้นที่เฟอร์เขียนให้ นี่มาร์คคงหน้าชาน่าดู อยู่ดีๆก็มีผู้หญิงใครก็ไม่รู้มา เฟอร์อาจจะแค่สงสัยว่ามาร์คเป็นอะไร ? แต่มาร์คจะมองหน้าเฟอร์ติดมั้ยนะ Orzzz

    เรื่องของความรักกับความรู้สึกๆของคนๆนึงนี่ ยากแท้หยั่งถึง จริงๆ …

    ยิ่งอ่านถึงตอนจบนี่ มาร์ค นี่น่าทะนุถนอม มากกก แงงง อยากจะปกป้อง คิดแล้วคืองเฟอร์แทนนุ้งมาร์ค //ฮาา

    โฮร้ววว ภาษาดีมากเลยค่ะ รู้สึกอินตามเลย TwT)b ติดตามนะคะ

    Like

    1. เราก็นึกว่ามาร์คเป็นเด็กแก่นๆ ซะอีกค่ะ ที่ไหนได้ ถนอมคำพูดเหลือเกิน แต่จุดนั้นก็เป็นส่วนที่น่าเอ็นดูของมาร์คนะคะ น่ารักดีเหมือนกัน ดูเป็นเด็กที่มีจุดหมายมุ่งมั่นมาก รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจจริงๆ ส่วนในเรื่องนี่จะว่ามาร์คมโนไปเองก็ไม่ได้หรอก คนเราสนิทกันห็นึกว่ามีใจให้กันบ้างอะไรบ้าง เจ้าเฟอร์ขี้อ่อยแน่ๆ 555 ไม่เป็นไรนะคะ รู้สึกทุกคนพร้อมจะเยียวยาให้มาร์คกันหมด (เรียกได้ว่าแย่งกันเยียวยา 55) ขอบคุณที่อ่านและขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์มากๆ นะคะ 😊

      Like

  4. กำลังจะบอกว่า ประโยคที่ประกอบสวยงามมากๆเลยค่ะ ชอบมาก อิน;_;
    เจ็บปวด ชอบการตีความหมายออกมาเป็นแบบนี้นะ เพลงนี้ไม่ใช่ของมาร์คแต่เป็นของคนอื่น… เราเจอประโยคเพลงเกี่ยวกับเธอไปคือโคตรจุก ทำนอง Somebody Else ลอยเข้ามาในหัว
    “You’re intertwining your soul with somebody else”
    ฮืออออ สงสาร จะว่าเฟอร์เดียผิดมันก็ไม่ใช่อ่ะ มาร์คแค่คิดไปเองว่าใจตรงกัน แต่เราชอบทุกครั้งที่มาร์คพูดถึงอีกฝ่ายในมโนความคิด ถ้อยคำสละสลวยสวยงามมากค่ะ ความรักมะนลอยฟุ้งไปหมดเลย
    แม้จะเป็นสีเทาก็ตาม.

    Like

    1. ชอบเนอะ ประโยคตรงเนื้อร้องพออ่านรวดเดียวแล้วมันดีมากเลย แล้วเพลง somebody else ก็เจ็บปวดเหมาะกับอารมณ์หน่วงๆ ดาวน์ๆ มาก เฟอร์เดียไม่ผิดหรอก พี่ไม่อยากโทษว่าเป็นความผิดใคร เพราะมันไม่ใช่แบบนั้น มันเป็นเรื่องของความรักที่ไม่เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะน้องเยล เขินนน

      Liked by 1 person

  5. เดดแอร์ไปชั่วขณะ ความรู้สึกนี้มัน……………
    พูดไม่ออก เข้าใจฟีลคนที่คิดว่านั่นหมายถึงเรา แต่สุดท้ายมันไม่ใช่ คนคิดไปเอง ก็ต้องเจ็บเอง
    ไม่โทษเดียเลย โทษพลอยล่วนๆ ทำม้ายยยยยยย ทำไมทำกับพี่แบบนี้ ใจจะขาด
    น้องมาร์คน้อยของพี่เป็นยังไงบ้างล่ะเนี่ย (อินมาก) ทำไมจะต้องเป็นมาร์ค เจ้าเดีย!!
    พอหยุดเพ้อก่อน ชอบมากเลยพลอย ภาษาสวย บรรยายสวย อ่านแล้วอึมครึม แต่ก็
    แบบมีความหวังลึกๆ ว่ามันจะแฮปปี้แต่พอรองเท้าแดงโผล่มา พัง พัง พัง
    โครมเลย ไม่รู้จะอธิบายยังไง ความรู้สึกไต่ระดับไปกับฟิคเรื่อยๆ เรื่อยๆ
    แล้วก็โดนพลอยกระชากขาลงมา หล่นตุ๊บลงก้นเหว จะร้องไห้~
    แต่ก็ชอบ แต่มันเศร้า. แต่ก็ชอบอ้ะ. ทำไงดี

    Liked by 1 person

  6. ทำยังไงดี .. เจ็บมากเลย ..

    “แม้แต่เพลงของเขายังไม่เคยเป็นของเขาเลย”

    เหมือนถูกบีบหัวใจไปพร้อมๆ กับมาร์ค แมคเคนน่า

    อ่านไปกลางเรื่องพอจะเดาทิศทางตอนจบได้ค่ะ แต่ทำใจไว้เท่าไหนก็ยังโดนแย่งอากาศหายใจไปอยู่ดี
    พี่พลอยใช้ภาษาสวย บรรยายเห็นภาพจนเหมือนไปยืนอยู่ข้างๆ ตัวละคร เหมือนเดินไปด้วย และเจ็บไปกับเขา เพลงก็เพราะค่ะ ประโยคที่เอามาประกอบก็งดงามซะจนเหมือนบทกลอน
    เราร้องไห้นิดหน่อยตอนก่อนจบที่มาร์คหัวเราะแห้งๆ แล้วเดินจากมา เจ็บเนอะ อยากกอดปลอบจังค่ะ
    ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการต้องเห็นคนที่ตัวเองรักไปรักคนอื่นอีกแล้ว แถมยังความหวังเลือนลางก่อนหน้านั้นอีก .. ไม่อยากให้มาร์คต้องอยู่ในจุดๆ นี้เลยล่ะ แต่งเพิ่มได้ไหมคะเนี่ย555555

    ชอบอีกอย่างคือการเปรียบเปรยเรื่อง ‘ไม่เคยชอบเท่านี้มาก่อน’ ค่ะ สวยนะ
    ชอบที่จบด้วยประโยคนี้นะคะ ชอบมากๆ เลย

    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆ ออกมาให้อ่านค่ะ หลงรักภาษาอีกคนนะ (ชูป้ายไฟ)
    เดี๋ยวจะไปอ่านอีกเรื่องที่แต่งไว้นะคะ แล้วก็หวังว่าพี่พลอยจะแต่งออกมาอีกบ่อยๆ
    จะคอยติดตามค่ะ (หัวใจหลายๆ ดวง)

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s