thoughts

ว่าด้วยเพลง Always Coming Back

ในบรรดาเพลงบัลลาดของวันโอเคร็อค Heartache และ Wherever You Are เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่โด่งดังและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ครั้งนี้วงก็ปล่อยเพลงช้าเพลงใหม่ Always Coming Back ออกมา ซึ่งทำให้แฟนด้อมแตกตื่นกันภายในชั่วข้ามคืน เราจะขอมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างคร่าวๆ Always Coming Back ฟังครั้งแรกรู้สึกว่าทำนองคล้ายเพลงบัลลาดเดิมๆ ของวง ท่อนฮุกไม่ได้โดนใจหรือติดหูมากเท่าที่ควร เพลงไม่ได้ช่วยนำเสนอเทคนิคการร้องของทากะมากเท่าไร ฟังแล้วรู้สึกว่าร้องดี แต่ไม่ได้โชว์ความสามารถเต็มที่ เมื่อเทียบกับเพลงดังอย่าง Heartache ที่โชว์ความสามารถของนักร้องนำได้ดีมาก เด่นตรงเสียงเฮดโทน so this is ‘HEARTACHE’ ที่นุ่มและฟังสบายหูแบบไม่ต้องลุ้นว่าจะแตะโน้ตถึงหรือเปล่า และเป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้เพลงนี้มีเอกลักษณ์ หรือเมื่อเทียบกับ Wherever You Are ที่มีการลากเสียงยาวๆ หลายจังหวะ ทำให้รู้สึกถึงพลังเสียง หรือการร้องที่ใส่ความเป็นร็อคลงไป ทำให้เป็นเพลงช้าที่ไม่นุ่มมาก มันเลยไม่ plain ส่วนเรื่องอารมณ์เพลง งานใหม่อย่าง Always Coming Back การเน้นตัวโน้ต เน้นคำหรือแผ่วเสียงก็ทำให้สื่ออารมณ์แต่ละท่อนออกมาได้ดี แต่ไม่ได้กระตุ้นให้มีอารมณ์ร่วมด้วยมากมายอะไร แต่ในเพลง Heartache การร้องและการใช้เสียงแสดงอารมณ์ของทากะโดดเด่นและซึ้งกินใจทำให้คนฟังเคลิ้มตามและอินไปกับเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวโน้ตและคำร้องที่แสนเจ็บปวดได้มากกว่า… Continue reading ว่าด้วยเพลง Always Coming Back

thoughts

My Journey Through Films

  แต่ก่อนเราดูหนังเพื่อความบันเทิง เราเดินออกมาจากโรงหนังแล้วตัดสินแค่ว่า เรื่องนี้สนุก เรื่องนั้นไม่สนุก เราไม่เข้าใจศิลปะของการแสดง ไม่เคยสนใจสกรีนเพลย์ ไม่ใส่ใจงานภาพหรือเพลงประกอบ แต่ระยะหลังความคิดเราเปลี่ยนไปมาก คงเพราะโตขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น ส่วนตัวไม่มีความรู้ด้านนี้เลย เราก็ยังดูและพูดถึงหนังบนพื้นฐานของความรู้สึกส่วนตัวอยู่ดี แต่เราเห็น “คุณค่า” ของหนังมากขึ้น มันเปิดมิติของการมองโลกในมุมมองใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เราหลายๆ อย่าง กว่าจะได้หนังเรื่องหนึ่งมามันไม่ง่าย สกรีนเพลย์กว่าจะเสร็จก็แก้แล้วแก้อีกอย่างกับวิทยานิพนธ์ ดราฟท์เข้าไปเป็นกี่สิบดราฟท์ กว่าจะได้บทไฟนอลมา ใช้เวลาเป็น 5 ปี 10 ปีก็ยังมี กว่าจะตีความต่างๆ นานา แคสต์นักแสดง จัดหาอุปกรณ์ โลเกชั่น ถ่ายทำ ตัดต่อก็กินเวลาไปตั้งเท่าไร พอได้ศึกษาลึกลงไปแล้วเลยเห็นว่า ไม่มีอะไรง่ายเลย ตอนนี้เราดูทุกการเคลื่อนไหว ทุกน้ำเสียง การใช้กล้ามเนื้อแต่ละมัดของนักแสดงก็สังเกตหมด เพราะเขาตั้งใจสื่อ ตั้งใจแสดงออกมาแม้ในจุดเล็กๆ น้อยๆ และพอได้ลองมองอย่างละเอียดแล้ว มันน่าทึ่งมากจริงๆ การแพนกล้อง การโฟกัส ดนตรีประกอบ มันมีความหมายหมด เราอยากรู้ในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ ไดอะล็อกแต่ละประโยค เราก็อยากวิเคราะห์ อยากรู้ว่ามันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นไหม เพราะมันถูกคิดมาอย่างดีแล้ว ทุกอย่างมันสำคัญไปหมด… Continue reading My Journey Through Films

thoughts

Fandom และปัญหาที่พบ

ก่อนอื่นขอให้ทำความเข้าใจร่วมกันก่อนอ่าน มนุษย์ทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ ความคิดเห็นเป็นอัตวิสัย (subjective) ซึ่งหมายความว่า ทุกคำพูดที่เขียนต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง ความรู้สึก ความเชื่อ หรือประสบการณ์ที่เคยประสบมา และไม่มีอะไรตัดสินได้แน่ชัดว่าจริงหรือเท็จ บทความนี้ไม่มีเจตนาทำให้เกิดความขัดแย้งใดๆ   แนวเพลงและการเปลี่ยนแปลง                     หลายคนที่ชอบวงดนตรีหรือนักร้องคงจะผ่านประสบการณ์เหล่านี้มากันบ้างแล้ว เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น มันมักจะมีวงที่เราชอบเพลงของเขามาก แล้วจู่ๆ เขาก็ “เปลี่ยนไป” (หรือเราคิดไปเองว่าเขาเปลี่ยน) ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็บอดี้สแลม ตอนแรกแนวเพลงเน้นร็อค พูดเรื่องความรัก ความฝัน อย่างช่วงเพลงความซื่อสัตย์ ยาพิษ อกหัก อะไรก็ว่าไป แต่หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่พวกเราได้ยินตามคลื่นวิทยุ เช่น เพลงแสงสุดท้าย ชีวิตยังคงสวยงาม หรือคิดถึง แน่นอนแฟนเพลงเก่าๆ หลายคนอาจผิดหวัง แต่มันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่หันมาฟังเพลงของพวกเขา ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน สิ่งที่เราจะบอกก็คือ ดนตรีไม่มีอะไรแน่นอน ตราบใดที่ภาษาดิ้นได้มากแค่ไหน ตัวโน้ตก็ดิ้นได้ไม่แพ้กัน พูดง่ายๆ ขนาดตัวเราในวันนี้ยังไม่เหมือนตัวเราเมื่อวานเลย ทุกคนมีสิทธิผิดหวัง ทุกคนมีสิทธิไม่ชอบ แต่เรามองว่ามันเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า “วงของเรายังเติบโตอยู่” ดีใจด้วยซ้ำที่วงมีความคิดอยากจะลองอะไรใหม่ๆ ช่วงแรกมันอาจไม่ดี ไม่ลงตัว แต่พอเวลาผ่านไปก็จะเจอจุดที่มันใช่และเราจะรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เป็นวงของเรา… Continue reading Fandom และปัญหาที่พบ