Uncategorized

【Ferdia x Mark】 Somebody Else 【Sing Street】

x x Somebody else x x Pairing : Ferdia x Mark       “Grief makes one hour ten.”  ความเศร้าทำให้หนึ่งชั่วโมงกลายเป็นสิบ  – Richard II, Shakespeare               ดนตรี คือ ใบไม้ใบสุดท้ายที่พยายามยึดเกาะกับกิ่งของมันในฤดูใบไม้ร่วง         ดนตรี คือ แสงอาทิตย์รำไรที่ทอดผ่านบานหน้าต่างในฤดูหนาวอันแสนเย็นยะเยือก         ดนตรี คือ ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของนักประดาน้ำที่กำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทร         ดนตรี คือ คำพูดในยามที่ริมฝีปากปฎิเสธที่จะบอกออกไปตามตรง         ดนตรี คือ ตัวผม           และผมกำลังเกลียดตัวเอง           ชื่อของผมคือ “มาร์ค แมคเคนน่า”… Continue reading 【Ferdia x Mark】 Somebody Else 【Sing Street】

Uncategorized

【Conor x Eamon】 Friday I’m In Love 【Sing Street】

x x Friday I’m In Love x x Pairing : Conor x Eamon     _________________________________________               “ความรักก็เหมือนร็อกแอนด์โรล”             เบรนดันไล่ปลายนิ้วไปตามแผ่นไวนิลจำนวนมากที่เรียงรายอยู่บนชั้น เขาลังเลก่อนจะตัดสินใจหยิบแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากบรรดาคอลเล็คชั่นทั้งหมดที่มี             “มันคือความเสี่ยง”             เขาโยนไวนิลในมือมาทางคอเนอร์ มือตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ และต้องขอบคุณที่ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเร็วพอที่ทำจะคว้ามันไว้ได้ทันก่อนที่แผ่นเสียงอันบอบบางจะตกลงสู่พื้น ช่างเป็นภาพที่น่าหวาดเสียวเสียเหลือเกิน             “นั่นคือการบ้านวันนี้” พี่ชายตัวแสบพยักเพยิดมาทางสิ่งที่อยู่ในมือเขา คอเนอร์ก้มลงมองบนหน้าปก มันเขียนเอาไว้ว่า The Cure           “รักคือความเสี่ยง คอเนอร์ นายต้องเสี่ยงที่จะผิดหวัง” เมื่อจบประโยค เบรนดันก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน ฟูกยวบลงจากน้ำหนักตัวที่ไม่น้อยของเขา ใบหน้าอันเหนื่อยล้าซุกลงกับหมอนก่อนที่จะยกมือข้างหนึ่งขึ้นโบกเป็นเชิงไล่ ถึงเขาจะมีคำถามมากมายที่เฝ้ารอคำตอบ แต่เห็นทีคงต้องเก็บเอาไว้ทีหลังเสียแล้ว           “ฝันดีเบรนดัน”    … Continue reading 【Conor x Eamon】 Friday I’m In Love 【Sing Street】

Uncategorized

♪ Sing Street Film Talk ♪

มาทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน เราไม่เขียนเรื่องย่อ เพราะคิดว่าเสิร์ชหาได้เองตามเว็บไซต์ทั่วไป เราไม่ให้คะแนน แต่อยากให้อ่านแล้วคิดเอาเอง เพราะคุณค่าของอะไรบางอย่างก็ตัดสินด้วยตัวเลขไม่ได้ อาจเหมาะกับคนที่ดูแล้วมากกว่า เหมือนมานั่งคุยกันหลังดูหนัง (แต่คนยังไม่ดูก็อ่านได้) เราไม่มีความรู้เรื่องหนังหรือการแสดง เขียนจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ _____________________________________________ Sing Street   “Rock n Roll is a risk.”                 ไม่ได้เขียนถึงหนังมานานแล้ว ไหนๆ วันนี้ก็เจอหนังที่ชอบจนรู้สึกอยากกลั่นกรองความรู้สึกออกมายาวๆ แบบนี้ทั้งทีเลยขอปัดฝุ่นหน่อยก็แล้วกัน               Sing Street สำหรับเราเป็นหนังที่ดูเทรลเลอร์แล้วรู้สึกเฉยๆ เพราะพล็อตเรื่องไม่ได้แปลกใหม่อะไร ก็ตั้งวงดนตรีจีบสาวเหมือนหนังหลายเรื่องที่เคยผ่านตา อีกอย่างเราก็ไม่เคยดู Begin Again หรือ Once มาก่อน เรียกง่ายๆ ว่าเป็นมือใหม่กับหนังของ John Carney เลยก็ว่าได้ (แต่มันมีกลิ่นอายบางอย่างที่ดึงดูดให้เราคิดว่าต้องไปดู) ก่อนได้ไปดูจริงก็ได้ยินเสียงร่ำลือมามากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นในทางที่ดีทั้งนั้น แต่เราก็ไม่อยากตั้งความหวังอะไรมาก ปรากฏว่าพอได้ดูแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย ชอบมาก เป็นหนังที่มีเสน่ห์เรื่องหนึ่งเลย               จริงอยู่ที่พล็อตมันไม่ได้หวือหวาอะไร แต่มันเป็นประสบการณ์จริงของ… Continue reading ♪ Sing Street Film Talk ♪

Uncategorized

【เรื่องที่สี่】 Wedding Ring 

  “ทากะ แต่งงานกันเถอะ”   เพียงประโยคเดียวที่ทำให้ทั้งสองได้มาใช้ชีวิตภายใต้ชายคาเดียวกัน ความสัมพันธ์ร่วมสิบเอ็ดปีของพวกเขาได้หยั่งรากลึกสู่จิตใจของทั้งสองจนมิอาจมีใครสามารถทำลายมันลงได้ มันเป็นความรักที่ไม่รีบเร่ง พวกเขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำให้ทุกอย่างมันกระชับไปเสียหมด ทว่าพวกเขาเลือกที่จะค่อยๆ สานความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งให้เพิ่มพูนขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ปล่อยให้มันผลิดอกออกผลที่งดงามให้ชื่นชมในเวลาที่เหมาะสม เสียงระฆังที่ก้องกังวาลเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันข้างหน้า พวกเขาจุมพิตกันท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสนิทที่มาร่วมแสดงความยินดี โทรุสอดแหวนวงเล็กที่นิ้วนางของทากะ มันสะท้อนแสงวาววับหยอกล้อกับแสงไฟจากแชนเดอเลียร์บนเพดานโบสถ์ น้ำตาแห่งความปีติพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ระอา ทอม โบเด็ตต์ได้กล่าวไว้ว่า “มนุษย์ต้องการเพียง 3 สิ่งเพื่อที่จะมีความสุข ใครสักคนให้รัก อะไรบางสิ่งให้ทำ และอะไรบางอย่างให้ได้หวัง” และตอนนี้ทากะมีทุกอย่างแล้ว เขาเป็นคนที่มีความสุขที่สุดบนโลกใบนี้     มีคนกล่าวว่าช่วงปีแรกของการแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุด เขาไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าเป็นคืนแรกน่ะคงจะใช่          เสียงลมหายใจที่หอบกระหายภายใต้สัมผัสแรกที่ร้อนระอุ มันช่างเย้ายวนและเชิญชวนให้โทรุไล้ปลายนิ้วไปตามผิวขาวๆ นั่นมากยิ่งขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกเสียดายเลยที่ไม่ยอมยื่นมือไปแตะต้องคนรักของเขาก่อนหน้านี้ เพราะสิ่งที่บ่มเพาะเอาไว้จนถึงบัดนี้ทำให้เขากลายเป็นปีศาจที่โหยหาความรัก และมันก็ไม่ได้แย่ไปสักเท่าไรเมื่อดูจากปฏิกิริยาจากอีกฝ่าย   “ร้อน…” เมื่อริมฝีปากผละออกจากกันคำพูดบ่นอุบอิบของคนข้างใต้ก็ดังขึ้น โทรุหลุดขำออกมา แม้กระทั่งตอนนี้ ทากะก็ยังบ่นไม่หยุดเหมือนเคย นี่แหละทากะที่เขารู้จัก นี่แหละทากะคนที่เขารัก “ไม่ร้อนสิแปลก” เขาตอบกลับไป ก่อนที่จะขบเข้าที่ต้นคอเป็นการหยอกล้ออีกฝ่าย “ร้อนอย่างกับอยู่ในนรก” “งั้นฉันจะพานายขึ้นสวรรค์เอง ทากะ”   เมื่อเขารับปากไปแบบนั้นแล้ว มีหรือจะไม่ทำตามคำพูด… Continue reading 【เรื่องที่สี่】 Wedding Ring 

Uncategorized

【เรื่องที่ 3.1】 อัตตาแลกเปลี่ยน

Disaster แปลว่าหายนะ Catastrophe ก็เช่นกัน ______________________             “โทรุ!”           “…”           “โทรุ!”           “…”           “เฮ้!”           จู่ๆ มือใหญ่ก็กระทบลงที่บ่าเข้าเต็มแรง เขาหันขวับไปด้วยความเกรี้ยวกราด หมอนี่วอนเสียแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว           “เฮ้ ไม่เห็นต้องทำตาขวางขนาดนั้นเลยนี่ ฉันเรียกแล้วนายไม่ยอมหันมาสักที ลืมชื่อตัวเองไปแล้วหรือไง โทรุ“           ราวสมองถูกกระทบกระเทือนด้วยอะไรบางอย่าง เขารู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในฉากหนึ่งของการ์ตูนที่ตัวละครถูกตีเข้าที่ศีรษะ ตามมาติดๆ ด้วยซาวน์เอฟเฟ็คต์ดัง เคร้ง และดวงดาวระยิบระยับหมุนวนอยู่บนหัว           “อ๋อ เอ่อ…โทษที” เขายกมือขึ้นเป็นเชิงขอโทษแล้วยิ้มแหยๆ ให้กับมือเบสที่ทำหน้าตาเหรอหรามองกลับมา           มันเป็นเช้าวันจันทร์ที่กระอักกระอ่วนเสียเหลือเกิน           เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกัน หากมันเป็นความฝัน มันก็เป็นความฝันที่สมจริงเสียเหลือเกิน แต่ไม่ว่าเขาจะตบหน้าตัวเองจนด้านชาหรือหยิกแขนจนเลือดซิบสักเท่าไร เขาก็ไม่ยอมลืมตาตื่นเสียที เพราะนี่ไม่ใช่ความฝันยังไงล่ะ             เสียงประตูเปิดออกพร้อมฝีเท้าของผู้มาเยือน ใจเต้นระรัวอยู่ในอก ไม่ต่างอะไรจากสาววัยแรกแย้มที่เฝ้ารอชายหนุ่มอันเป็นที่รักท่ามกลางลมหนาวแห่งเหมันต์ รองเท้าหรูก้าวเข้ามาสู่สายตาเป็นอันดับแรก… Continue reading 【เรื่องที่ 3.1】 อัตตาแลกเปลี่ยน

Uncategorized

【เรื่องที่ 3.0】 อัตตาแลกเปลี่ยน

                                  ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด             ชายคนหนึ่งเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงสร้างความรำคาญแก่โสตประสาท มันเป็นเสียงกรีดร้องจากปีศาจที่บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่บนโลกใบเดิมนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาสะบัดผ้าห่มออกจากกายแล้วหมุนตัวหย่อนเท้าลงข้างเตียง ดวงตาปิดสนิทคล้ายยังไม่พร้อมที่จะเผชิญความจริง ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดปากที่หาวหวอด เขาสูบอากาศที่มีออกซิเจน 21 เปอร์เซ็นต์เข้าไปในปอด ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าแล้วลุกขึ้นยืน มือเก้งก้างผายออกยืดเส้นยืดสาย ปัดเป่าความเมื่อยล้าออกจากร่างกาย ชายคนนั้นหรี่ตามองตามแสงที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างเพื่อพบว่า บัดนี้ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว เขาสะบัดศีรษะขับไล่ความง่วงที่ครอบงำสติสัมปชัญญะ ก่อนจะก้าวเท้านำตัวเองไปยังห้องน้ำที่ไม่ไกลออกไป             มือข้างหนึ่งบีบยาสีฟันลงบนแปรงอย่างไม่ใส่ใจนัก ของกึ่งแข็งกึ่งเหลวทะลักออกมาจากหลอดเมื่อถูกบีบบังคับด้วยแรงจากมือชายคนนั้น เมื่ออาวุธในมือพร้อมแล้ว เขาจึงยัดแปรงสีฟันเข้าไปขัดถูอวัยวะภายในช่องปาก ส่งเสียงเสียดสีดังแกรกๆ ออกมา ชายคนนั้นปฏิบัติกิจวัตรประจำวันโดยหนังตายังคงแนบสนิทชิดกัน ใช้เวลาไม่นานนักนัก ชายคนนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำ น้ำประปาสีใสพวยพุ่งออกมาอย่างอิสระ เขาบ้วนฟองฟอดใหญ่ทิ้งลงอ่างล้างหน้าแล้วใช้ฝ่ามือวักน้ำเข้าปาก เขากลั้วน้ำในปากซ้ายทีขวาทีอย่างเร็วๆ ก่อนจะถุยมันทิ้งไป เมื่อขั้นตอนแรกเสร็จสิ้น สองมือจึงกวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาที่สะลึมสะลือ ความสดชื่นจากน้ำเย็นๆ ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ มือปาดหยดน้ำออกจากผิวหน้าก่อนจะเงยขึ้นมาสู่กระจกบานใหญ่ที่เอ่ยทักทาย             ….             หืม?             เขาสะบัดศีรษะอีกครั้ง… Continue reading 【เรื่องที่ 3.0】 อัตตาแลกเปลี่ยน

Uncategorized

【บทที่สอง】 Somebody to Die For

    – บทนำ –   หากฝ่าเท้าเหยียบลงบนผืนฟ้า หากดวงดาราชะเง้อเหนือผิวน้ำ หากความหวังกลับกลายเป็นสีดำ หากคำว่าอธรรมหมายถึงความดี   เมื่อความรักกลายเป็นความเกลียดชัง เมื่อคำหยาบที่ประดังคือบทกวี เมื่อชื่อเสียงถูกเหยียบย่ำไร้ศักดิ์ศรี เมื่อเวลาและวารีกลับหยุดไปพลัน   เมื่อถึงวันนั้น…     รักของเราคงจะหวนคืนมา       – เธอ –   มือกีตาร์คิดน้อยใจอะไรอะไรก็เคยดี ทว่าในตอนนี้รักที่มีกลับเลือนหาย เบื้องหน้าที่เห็นคือรักที่พังทลาย และก่อนจะสายเขาควรหยุดมัน   งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา การยื้อเวลาก็เช่นกัน เมื่อคำสุดท้ายเปล่งไปพลัน สิ่งที่เคยร่วมฝันจึงสูญสลาย   นักร้องนำคิดน้อยใจอะไรอะไรก็เคยดี ทว่าในตอนนี้สิ่งที่มีหมดความหมาย เบื้องหน้าที่เห็นคือความเดียวดาย และความตายคือสหายเพียงหนึ่งเดียว   ชายคนหนึ่งจับมีดแทนไมโครโฟน ชายอีกคนกระโจนไปจับมัน คนสูงกว่ายื่นมือออกไปพลัน หยุดยั้งไว้ทันก่อนที่เขาจะหยุดลมหายใจ       – เขา –   เหม่อมองนกโบยบิน เขาถวิลหานภา… Continue reading 【บทที่สอง】 Somebody to Die For